พบเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
ศาลชั้นต้นฟิลิปปินส์พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “อลิซ กัว” หญิงสัญชาติจีนที่ปลอมตัวเป็นชาวฟิลิปปินส์จนได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองบัมบัน ทางเหนือของกรุงมะนิลา นางกัวถูกตัดสินมีความผิดฐานค้ามนุษย์ หลังจากพบว่าเธอมีส่วนพัวพันในการควบคุมศูนย์พนันออนไลน์ หรือ สแกมเมอร์ ในฟิลิปปินส์ ทำให้มีคนจำนวนหลายร้อยคนถูกบังคับและหลอกลวงให้เข้ามาทำงานในศูนย์ดังกล่าว และมีรายงานว่าผู้ที่ถูกหลอกลวงมายังถูกทรมานด้วย
ทางด้านทนายความของนางกัวยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในขณะนี้ ก่อนหน้านี้กัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่กล่าวว่าเธอเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากร พร้อมทั้งยืนยันคำเดิมว่าเธอคือพลเมืองฟิลิปปินส์โดยกำเนิด
อลิซ กัว ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองบัมบัน เมืองเกษตรกรรมทางตอนเหนือของกรุงมะนิลาในฐานะพลเมืองฟิลิปปินส์ มีรายงานว่าในขณะนั้นที่เธอได้รับเลือก เพราะภาพลักษณ์ของนางกัวที่ทำให้ชาวบ้านในเมืองบัมบันมองว่าเธอเป็นคนที่มักจะเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเป็นผู้นำที่ดี
ต่อมาภายหลัง นางกัวถูกเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์เปิดเผยตัวตนว่า แท้จริงแล้ว เธอคือหญิงชาวจีนที่มีชื่อว่า กัว ฮวาพิง ขณะที่เมืองบัมบัน ในการบริหารของนางกัวได้กลายเป็นที่ตั้งของศูนย์สแกมเมอร์ที่คอยให้บริการลูกค้าชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่
ย้อนไปเดือนพฤษภาคม 2567 วุฒิสภาฟิลิปปินส์ได้เปิดสอบสวนคดีนางกัวนับเป็นเวลา 2 เดือนหลังจากจ้าหน้าที่บุกตรวจศูนย์หลอกลวงออนไลน์ที่ก่อสร้างขึ้นบนที่ดินที่นางกัวเป็นเจ้าของอยู่บางส่วน ศูนย์หลอกลวงที่พบมีลักษณะเดียวกันกับที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จากการบุกตรวจทำให้พบแรงงานถูกค้ามนุษย์หลายร้อยคน รวมถึงชาวต่างชาติ ทำให้มีการยื่นร้องเรียนในคดีค้ามนุษย์กับนางกัวต่อคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมที่จัดตั้งโดยประธานาธิบดี หรือ PAOCC และเป็นเหตุให้คณะผู้ตรวจการแผ่นดินของฟิลิปปินส์ปลดนางกัวออกจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ปี 2567ฐานความผิดประพฤติมิชอบร้ายแรง เธอยังต้องข้อหาอาญาอื่น ๆ อีกหลายกระทง อาทิ ทุจริตและฟอกเงิน
คดีของนางกัวกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในฟิลิปปินส์ ท่ามกลางความหวาดระแวงต่อจีนเพิ่มสูงขึ้นผนวกกับความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ซึ่งทั้งสองชาติอ้างสิทธิ์พื้นที่ทับซ้อนกัน ทั้งนี้ ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ศาลยังพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตผู้กระทำผิดอีก 7 คน ในข้อหาค้ามนุษย์และมีคำสั่งให้ยึดครองสถานที่เกิดเหตุเข้าสู่ความครอบครองของรัฐบาลต่อไป



