หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนแผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด 'ช่องแคบฮอร์มุซ'

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

เผยแพร่

spot_img

ทุบเวเนฯ-ขยี้อิหร่าน ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดอิหร่าน สกัด BRICS พลิกขั้วอำนาจ! บีบโลกต้องกราบดอลลาร์!

ถ้าคุณคิดว่าอเมริกาส่งกองทัพไปถล่มอิหร่านเพราะรังเกียจระบอบเผด็จการ หรือตั้งตนเป็นตำรวจพิทักษ์สันติภาพ คำถามคือทำไมทรัมป์ถึงทำเป็นตาบอดกับเกาหลีเหนือที่ทดสอบขีปนาวุธรัว ๆ ยิ่งกว่าจุดประทัดปีใหม่? คำตอบสั้น ๆ ที่บาดลึกที่สุดคือ เกาหลีเหนือไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “น้ำมัน” และไม่ได้นั่งทับ “เส้นเลือดใหญ่” ของเศรษฐกิจโลก เกมกระดานนี้ไม่ใช่การปะทะกันทางอุดมการณ์ แต่มันคือปฏิบัติการกู้ชีพกระดาษสีเขียวที่เรียกว่า “เปโตรดอลลาร์” (Petrodollar) ที่กำลังนับถอยหลังสู่การเป็นแบงก์กงเต๊ก

ลองหลับตานึกภาพว่าอเมริกาคือ “มาเฟียคุมซอย” ที่ออกกฎเหล็กมาตลอดหลายสิบปีว่า ใครจะซื้อข้าวกินในตลาดนี้ต้องเอาเงินมาแลกเป็น “ชิปคาสิโน” ของเฮียแกเท่านั้น เฮียแกเลยเสกชิปออกมาพิมพ์เงินใช้เองเท่าไหร่ก็ได้โดยไม่ต้องมีทองคำค้ำประกัน แต่จู่ ๆ แก๊งคู่อริหน้าใหม่อย่าง BRICS ก็ตั้งโต๊ะสู้ ประกาศกร้าวว่า “ต่อจากนี้ซื้อน้ำมันด้วยเงินสกุลอะไรก็ได้ ไม่ต้องง้อชิปอเมริกา” 

หายนะบังเกิดสิ เงินดอลลาร์ที่อเมริกาพิมพ์มาล้นทะลักตลาดโลกกำลังจะไหลกลับประเทศและเฟ้อจนไร้ค่า หนทางเดียวที่มาเฟียเฒ่าจะรอดตายและดึงอำนาจเบ็ดเสร็จกลับมาได้ ไม่ใช่การทำมาค้าขายแข่ง แต่คือการเดินถือปืน M16 ไปยึดบ่อน้ำมันและยึดสี่แยกไฟแดงมันซะเลย

นี่คือคำตอบว่าทำไมเป้าหมายแรก ๆ ในสมองของโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องเป็นเวเนซุเอลา แหล่งสำรองน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตามมาติด ๆ ด้วยการบดขยี้อิหร่าน ทรัมป์ไม่ได้แค่อยากได้น้ำมันมาตุนในคลังแสงตัวเองเพื่อเตรียมรับสงครามใหญ่เท่านั้น แต่นี่คือการทุบหม้อข้าวศัตรูแบบถอนรากถอนโคน ระบบเศรษฐกิจอเมริกาตอนนี้อัดฉีดเงินจนถึงทางตัน จะเอาไปแจกหรือหว่านซื้อพันธมิตรแบบยุคสงครามเย็นก็ยิ่งทำให้เงินเฟ้อทะลัก 

การจุดชนวนสงครามคือเครื่องมือเดียวที่จะ “เผาผลาญ” สภาพคล่องส่วนเกินทิ้งอย่างชอบธรรม ความเลือดเย็นขั้นสุดยอดมันซ่อนอยู่ที่ภูมิศาสตร์ อิหร่านคือกุญแจผีที่ไขเข้าสู่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ลำคอหอยของโลกที่น้ำมันกว่า 20% ต้องสัญจรผ่าน 

หากกองทัพอเมริกาตอกหมุดยึดช่องแคบนี้ได้เบ็ดเสร็จ ลุงแซมจะกลายเป็นเจ้าของ “ด่านเก็บส่วย” ก็ทำได้ แต่ถ้าว่ากันตามข้อเท็จจริงแบบนักวิชาการ อเมริกาไม่ได้วางแผนจะใช้กำลังทหารไปยึดช่องแคบเพื่อเก็บส่วย ลุงแซมเขาสู้กับกลุ่ม BRICS ด้วย “สงครามการค้า”, “กลไกดอกเบี้ยของ FED”, และ “การแบนเทคโนโลยีชิป” มากกว่าการขับเรือรบไปยึดสี่แยก

ความจริงอีกอย่างคือ อิสราเอลเป็นตัวแปรสำคัญอย่างปฏิเสธไม่ได้ ในสายตาของวอชิงตัน อิสราเอลคือ “เรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่มีวันจม” และเป็นผู้จัดการสาขาที่คอยคุมซอยตะวันออกกลางให้ลุงแซมมาตลอดหลายทศวรรษ การที่อิหร่านประกาศกร้าวว่าจะลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก จึงเป็นการตบหน้าอเมริกาโดยตรง แต่ถ้าเรามองลึกลงไปถึงโครงสร้างอำนาจโลก การโค่นล้มระบอบผู้นำสูงสุดของอิหร่าน (Regime Change) มันมีเดิมพันที่ใหญ่กว่าความอยู่รอดของยิวมหาศาล

การอิหร่านที่มีหนวดปลาหมึกชอนไชไปทั่วตะวันออกกลาง สิ่งที่อเมริกากลัวที่สุดไม่ใช่กองทัพในบ้านของอิหร่าน แต่คือเครือข่ายตัวแทน (Proxy Network) ที่เรียกว่า “อักษะแห่งความต้านทาน” (Axis of Resistance) ไม่ว่าจะเป็น ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน, ฮามาสในกาซา, กลุ่มติดอาวุธในอิรักและซีเรีย, หรือที่แสบที่สุดคือ “ฮูตี” ในเยเมน 

กลุ่มฮูตีพิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า แค่มีโดรนและจรวดที่อิหร่านส่งมาให้ ก็สามารถปิดทะเลแดง บีบให้เรือสินค้าทั่วโลกต้องอ้อมทวีปแอฟริกาจนค่าขนส่งพุ่งปรี๊ดและดันให้เงินเฟ้อระเบิดได้ อเมริกาอ่านเกมขาดว่า การตามไปไล่ตีหนวดปลาหมึกทีละเส้นมันเปลืองงบประมาณและไม่มีวันจบ หนทางเดียวที่จะคืนความเสถียรภาพให้เส้นทางการค้าโลกได้ คือการ “สับหัวปลาหมึก” ที่กรุงเตหะรานทิ้งซะ ถ้าระบอบอิหร่านล่มสลาย ท่อน้ำเลี้ยงที่ส่งเงินและอาวุธให้กลุ่มพวกนี้ก็จะขาดสะบั้นลงทันที

ขยับสเกลให้ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ เกมนี้มี “มือที่สามและสี่” นั่งแสยะยิ้มอยู่หลังม่านครับ จะพบว่าอิหร่านในยุคนี้คือ “ข้อต่อสำคัญ” ของแก๊งอิทธิพลขั้วใหม่ที่พยายามจะล้มระเบียบโลกของอเมริกา (รัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือ) อิหร่านคือโรงงานผลิตโดรนราคาถูกที่ส่งไปช่วยรัสเซียถล่มยูเครน และเป็นปั๊มน้ำมันหลังบ้านที่ลักลอบขายน้ำมันราคาถูกให้จีนเพื่อหลบเลี่ยงการคว่ำบาตร 

การเปลี่ยนระบอบในอิหร่านให้กลายเป็นรัฐบาลที่ฝักใฝ่ตะวันตก (Pro-Western) จึงไม่ใช่แค่การกำจัดศัตรูในภูมิภาค แต่มันคือการ “ตอกลิ่ม” ทำลายสามเหลี่ยมยุทธศาสตร์ของ มังกร-หมีขาว-พญาเปอร์เซีย ให้แหลกละเอียด อเมริกาต้องการตัดแขนตัดขารัสเซียและจีนบนกระดานเอเชียกลางครับ

และฟางเส้นสุดท้ายที่บีบคออเมริกาให้ต้องลงมือ คือกล่องดวงใจที่เรียกว่า “ระเบิดนิวเคลียร์” ถ้าอเมริกาปล่อยให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จ โดมิโน่แห่งความบรรลัยจะทำงานทันทีครับ ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และอียิปต์ จะไม่ยอมนั่งดูศัตรูมีอาวุธมหาประลัยอยู่ฝ่ายเดียว พวกเขาจะวิ่งเต้นสร้างนิวเคลียร์ของตัวเองบ้าง ตะวันออกกลางจะกลายเป็นคลังแสงกัมมันตภาพรังสีที่พร้อมจะหันใส่มะกัน และยิวให้หายไปจากแผนที่โลกได้ทุกวินาที ไม่วันใดก็วันนึงเช่นกัน 

การชิงลงมือถอนรากถอนโคนระบอบเก่า จึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อสกัดกั้นการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่อเมริกาจะไม่มีวันควบคุมได้

ในเกมภูมิรัฐศาสตร์ที่เลือดเย็นนี้ เป้าหมายที่แท้จริงของการบดขยี้อิหร่าน คือการรักษาเส้นเลือดใหญ่ของการค้าโลก ตัดกำลังลูกหาบของจีนกับรัสเซีย และตอกย้ำให้ทุกคนรู้ว่า ใครคือ “เจ้ามือ” ตัวจริงที่คุมกระดานโลกใบนี้อยู่ครับ!

 เมื่อหมากตานี้ถูกเดินจนจบกระดาน ความฝันของกลุ่ม BRICS ที่จะปลดแอกตัวเองออกจากเงินดอลลาร์ (De-dollarization) จะถูกบดขยี้แหลกละเอียดลงคาตีนทันที โลกทั้งใบจะถูกบังคับให้กลับมาคุกเข่ากราบไหว้เงินดอลลาร์อีกครั้งเพื่อแลกกับการมีพลังงานใช้ขับเคลื่อนประเทศ ปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่สงครามเพื่อความยุติธรรม แต่คือการลดทอนจักรวรรดิเปอร์เซีย ทำ CPR ปั๊มหัวใจจักรวรรดิอเมริกา คืนชีพการเงินดอลให้กลับมาผงาดอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร โลกใบใหม่หลังพายุลูกนี้จะถูกพันธนาการด้วยระบบการเงินที่สูบเลือดสูบเนื้อคนทั้งโลก เพื่อค้ำจุนความยิ่งใหญ่ของประเทศเพียงประเทศเดียว

ในสงครามยุคใหม่ อาวุธทำลายล้างที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่นิวเคลียร์ที่ยิงจากไซโล แต่มันคือ “กระดาษสีเขียว” ที่บังคับให้คนทั้งโลกต้องหลั่งเลือดเพื่อรักษามูลค่าของมันเอาไว้!

( #เครดิต Thaitv2.com)

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...