หน้าแรกINSIDE - INSIGHTหรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

เผยแพร่

spot_img

จากกฏหมายปราบโกง ปี 40

บทบันทึกความบอบช้ำของศรัทธาประชาชน

                        เมื่อองค์กรป้องกันและปราบปรามการทุจริตถูกพิพากษาในคดีปกปิดข้อมูล “นาฬิกายืมเพื่อน” เสียงสะท้อนแรกรับจากสังคมไทยจึงไม่ใช่เรื่องของบุคคล แต่คือความกระอักกระอ่วนใจต่อระบบตรวจสอบที่เคยฝากความหวังสูงสุด

                       วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ  กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด แต่แรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ที่กระแทกเข้าใส่ความรู้สึกของสาธารณชนกลับไปไกลเกินกว่าตัวบทกฎหมาย

                        บาดแผลทางความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นทันทีหลังทราบข่าว ได้กลายเป็นปรอทวัดไข้ที่บ่งชี้ว่า สังคมไทยกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

                       ย้อนกลับไปในห้วงยามแห่งความหวังเมื่อปี พศ.2540 ประเทศไทยประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับแรก ท่ามกลางเสียงปรบมือของประชาชนที่เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่า เรากำลังมีกลไกที่เที่ยงตรงมาทำหน้าที่ตรวจสอบ การทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ยุคนั้น ปปช. คือสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์สุจริตอันเป็นสากล เป็นองค์กรที่ประชาชนยอมสละอำนาจและมอบงบประมาณจำนวนมหาศาลให้ไปบริหารจัดการ ด้วยความมุ่งหวังว่าจะได้เห็นมาตรฐานใหม่ที่โปร่งใสและไร้ซึ่งการเอนเอียงตามกระแสลมทางการเมือง

                             ทันทีที่กระแสด่วนของคำพิพากษาคดีที่นายวีระ สมความคิด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พลตอ.วัชรพล ประสานราชกิจ และนางสุภา ปิยะจิตติ  ปรากฏต่อสาธารณะ ความรู้สึกแรกรับของเกลียวคลื่นในสังคมกลับเต็มไปด้วยความเงียบงันอันน่าคิด ปฏิกิริยาของประชาชนไม่ได้พุ่งเป้าไปที่การตัดสินความผิดถูกล่วงหน้า แต่กลับเป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างรุนแรง เมื่อภาพของอดีตผู้กุมชะตาตราชั่งสูงสุดของประเทศ ต้องกลายมาเป็นผู้ถูกพิพากษาลงโทษเสียเองในข้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับการ “ปกปิดข้อความ” ในเอกสาร ซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับหลักความโปร่งใสขององค์กร

                             ความย้อนแย้งในเชิงระบบของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ ความพยายามรักษาข้อมูลข่าวสารของทางราชการในคดีครึกโครม อย่าง “นาฬิกายืมเพื่อน” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลับกลายเป็นหมุดหมายที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นภาพสะท้อนที่ฉายแสงสปอตไลต์ไล่ล่าการทุจริตประพฤติมิชอบ กลับถูกกระบวนการยุติธรรมสั่งลงโทษเสียเอง และวันนี้คำตอบแรกรับของสังคมก็คือ พวกเขาเริ่มตั้งคำถามอย่างจริงจังว่า มาตรฐานการปฏิบัติภารกิจ

ขององค์กรตรวจสอบในยุคหลัง ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมมากน้อยเพียงใด

                           สำหรับประชาชนยุค 2540 ข่าวนี้คือความสะเทือนใจและใจหายอย่างที่สุด เพราะมันเสมือนการเฝ้ามองดูหลักการที่ตนเองเคยเชื่อมั่นกำลังเผชิญวิกฤตต่อหน้าต่อตา ในขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่กลับมองปรากฏการณ์นี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการตั้งคำถามอันเยือกเย็น ความรู้สึกแรกของพวกเขาไม่ใช่ความตื่นตระหนก ทว่าคือความรู้สึกที่ตอกย้ำข้อสงสัยในใจมาตลอดว่า คำว่า “อิสระ” และ “ความโปร่งใส” ในทางปฏิบัติ อาจมีเส้นแบ่งที่พร่าเลือนเมื่อเผชิญกับผู้มีอำนาจ

                       สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในมิติทางสังคมหลังจากวินาทีแรกรับนี้ คือความน่าเชื่อถือในอนาคตของกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในภาพรวม ในเมื่อ ปปช. ชุดปัจจุบันยังคงต้องทำหน้าที่วินิจฉัยสำเนาคดีสำคัญของประเทศอีกมากมาย คำถามย่อมเกิดขึ้นในใจประชาชนทันทีว่า หลังจากนี้ตราชั่งอันเดิมจะยังคงได้รับความยำเกรงจากสังคมอย่างบริสุทธิ์ใจหรือไม่ ยามที่อดีตผู้บริหารระดับสูงถูกตราหน้าในชั้นศาลต้นว่ามีมลทิน แม้ว่าในทางกฎหมายจะยังต้องต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาต่อไปก็ตาม

                      บทเรียนจากคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีนี้ จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ชี้มูลความผิด แต่เหมือนสัญญาณที่ส่งตรงถึงประชาชนสั่นคลอนความเชื่อแบบเดิมๆ ที่ว่าองค์กรอิสระจะโปร่งใสได้เองโดยไม่มีการตรวจสอบ   พร้อมทั้งเป็นเครื่องเตือนใจอันสำคัญว่า ความหวังที่แท้จริงในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับป้ายชื่อใหญ่โตขององค์กรที่ทรงอำนาจ หากแต่คือสายตาที่จับจ้องอย่างไม่กะพริบ และการใช้สิทธิตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของภาคประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง

2569-05-29  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ครบรอบ 120 ปี ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวาระอันประเสริฐและทรงความหมายยิ่งสำหรับพระพุทธศาสนาและสังคมโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันชาตกาล ของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ พุทธทาสภิกขุ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

ศึกศรัทธา 2 ขั้ว “สายวัด“ VS   ”สายวัง”  คลื่นใต้น้ำวงการพระเครื่อง เดิมพันนับแสนล้าน

การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโต้เถียงเรื่องความแท้-เก๊ในแผงพระทั่วไป หากแต่เป็นสงครามช่วงชิง “ความชอบธรรม” ในการกำหนดทิศทางมูลค่าทรัพย์สินที่ขับเคลื่อนด้วยแรงศรัทธา

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ข่าวอื่นๆ

ศึกศรัทธา 2 ขั้ว “สายวัด“ VS   ”สายวัง”  คลื่นใต้น้ำวงการพระเครื่อง เดิมพันนับแสนล้าน

การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโต้เถียงเรื่องความแท้-เก๊ในแผงพระทั่วไป หากแต่เป็นสงครามช่วงชิง “ความชอบธรรม” ในการกำหนดทิศทางมูลค่าทรัพย์สินที่ขับเคลื่อนด้วยแรงศรัทธา

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก