หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

เผยแพร่

spot_img

รองศาสตราจารย์ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน 

โดยมีคำถามดังนี้

1. สิทธิสภาพนอกอาณาเขตหรือการพัฒนา?

การเสนอสัมปทานระยะยาว 99 ปีให้กับเอกชนต่างชาติ ตัดขวางด้ามขวางทองของไทย จากชุมพรถึงระนองยาวประมาณ 100 กิโลเมตรกว้างประมาณ 1 กิโลเมตร ควบคู่กับการออกกฎหมายพิเศษเพื่อยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายปกติเช่นกฎหมายผังเมือง กฎหมายสิ่งแวดล้อม และอื่นๆในพื้นที่โครงการ  

รัฐบาลจะรับประกันอย่างไรว่าจะไม่เป็นการมอบอำนาจอธิปไตย ให้กับเอกชนต่างชาติจนเสมือนการสร้าง “รัฐอิสระ” หรือการให้สิทธิสภาพนอกอาณาเขตที่ประเทศไทยต้องสูญเสียอำนาจการกำกับดูแลภายในพื้นที่นั้นไปโดยสิ้นเชิง ด้วยวาทะกรรม “เขตเศรษฐกิจพิเศษ”

2. การแบ่งแยกประเทศด้วย“เขตเศรษฐกิจพิเศษ”

รัฐบาลมีแผนแม่บทอย่างไรในการบริหารจัดการพื้นที่ประเทศไทย ที่ถูกแบ่ง ออกเป็นสองส่วน  โดยถูกแบ่งแยกคั่นกลางด้วย “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เนื้อที่ถึงโดยประมาณ 100 ตารางกิโลเมตร  ที่สัปทานให้เอกชนต่างชาติยึดครอง 99 ปี? โดยมีถนน 6-8 เลน ทางรถไฟคู่ขนาน ท่อส่งน้ำมัน และท่อส่งแก๊ส ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอยู่ห่างกันพอสมควรเพื่อการอุบัติเหตุ

เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าโครงสร้างพื้นฐาน วิถีชีวิตของชุมชนเดิมจะไม่ถูกตัดขาด และประชาชนในพื้นที่รอบข้างจะไม่ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากกฎหมายคนละฉบับภายในแผ่นดินไทย?

3. ความคุ้มค่าในเชิงต้นทุน: คณิตศาสตร์ที่ไม่มีคำตอบ?

การขนถ่ายสินค้า 2 ครั้ง (ทั้งขึ้นและลง) แทนที่จะขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบมะละกาโดยตรง เป็นสมการที่นักโลจิสติกส์กังขา รัฐบาลมีผลศึกษาที่น่าเชื่อถือเพียงใดที่ยืนยันว่า “เวลาที่ประหยัดได้ 3-4 วัน” จะคุ้มค่ากับ “ต้นทุนการขนถ่ายที่เพิ่มขึ้นมหาศาล” และต้นทุนความเสียหายของสินค้า?

เรือเดินสมุทรขนส่งสินค้าขนาดใหญ่มากจะเข้าเทียบท่าเรือน้ำลึกทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ในเวลาที่สอดคล้องเหมาะสม  เรือเดินสมุทรเมื่อส่งสินค้าแล้วจะรับสินค้าที่ไหนกลับไปหรือจะวิ่งเรือเปล่าซึ่งต้นทุนจะสูงลิ่ว  ต้นทุนการประกันภัยสินค้าจะมากขึ้นอย่างไร เพราะมีการขนถ่ายสินค้าขึ้นและลงอีกสองครั้ง 

หากจะเป็นโกดังที่กักเก็บสินค้าเพื่อให้เรือเดินสมุทร สามารถนำสินค้าบรรทุกกลับก็จะทำให้เกิดการขนขึ้นขนลงมากกว่าสองเที่ยว และการขนถ่ายสินค้าก็ไม่ได้ประหยัดเวลามากกว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา

4. ใครคือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ใครต้องสูญเสีย? (เกษตรกร-ชาวประมง-สิ่งแวดล้อม)

รัฐบาลมีแผนเยียวยาและคุ้มครองวิถีชีวิตของเกษตรกรและชาวประมงที่ต้องสูญเสียที่ดินทำกินและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร? จะเอางบประมาณที่ไหนมาจ่าย  ใครเป็นคนจ่าย ?

การทำลายระบบนิเวศป่าชายเลนและแนวปะการังที่สั่งสมมานับร้อยปี เป็นต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลประเมินค่าไว้ที่เท่าไหร่ และมีมาตรการใดมารองรับการสูญเสียนี้ที่ไม่มีวันฟื้นตัวกลับมาได้?

5. ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ใครต้องรับภาระ?

เมื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งขนาดใหญ่ย่อมมีปัญหาเรื่องการโจรกรรมสินค้า อีกทั้งเมื่อมีระบบดิจิตอล ย่อมเกิดการโจมตีทางไซเบอร์  

การจ้างงานที่มีคนงานหลายหมื่นคน การค้ามนุษย์ความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานต่างชาติกับคนไทยพื้นถิ่น นับเป็นต้นทุนที่คนไทยในพื้นที่และทั่วประเทศจะต้องเป็นผู้รับภาระ

6. ต้นทุนที่แท้จริง: ใครแบกภาระ?

แม้จะอ้างเป็นการลงทุนจากเอกชน แต่ต้นทุนการเวนคืนที่ดิน การสร้างสาธารณูปโภคสนับสนุน ทางไฟฟ้า น้ำประปา โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ใครเป็นคนจ่าย 

และความเสี่ยงหากโครงการล้มเหลว (Contingent Liabilities) รัฐบาลได้คำนวณภาระหนี้สาธารณะที่ประชาชนคนไทยในอนาคต(ลูกหลาน) ต้องร่วมรับผิดชอบไว้อย่างไร หากสุดท้ายแล้วเอกชนต่างชาติผู้ได้รับสัมปทานทิ้งงาน หรือผลตอบแทนไม่เป็นไปตามเป้า?

7. กับดักความมั่นคง: หมากกระดานมหาอำนาจ

หากแลนด์บริดจ์ ประสบความสำเร็จในการขนส่งสินค้าที่สำคัญกลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์โลก รัฐบาลมีกลยุทธ์อย่างไรในการรับมือกับแรงกดดันจากมหาอำนาจ ทั้งจีนและสหรัฐอเมริกา ที่จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตน? 

จะให้จีนหรือตะวันตกได้รับสัมปทาน 99 ปี  อีกฝ่ายหนึ่งย่อมเกิดความระแวงไม่ไว้ใจ  เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไทยจะไม่ตกอยู่ในสถานะที่สูญเสียความเป็นกลาง และต้องแบกรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงเหมือนช่องแคบฮอร์มุซ?  

ไทยจะต้องสูญเสียต้นทุน และความยุ่งยากสุ่มเสี่ยงในการทูตระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าไร?

หากคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องการที่จะปกครองตนเองในรูปแบบพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในวิถีชีวิตของเขาบ้างจะได้หรือไม่?

8 . ธรรมาภิบาล: การป้องกันการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย

ในโครงการระดับล้านล้านบาท รัฐบาลมีกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระจากรัฐบาลและเข้าถึงได้โดยภาคประชาสังคม องค์กรวิชาการ อย่างไร เพื่อเป็นองค์กรตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ 99 ปี ? 

เพื่อให้มั่นใจว่าการสัมปทาน 99 ปีจะไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนปเพียงไม่กี่ราย ผ่านช่องโหว่ทางกฎหมาย การล็อกสเปค  ล็อคทีโออาร์   การเกร็งกำไรการเวนคืนที่ดิน  และข้อมูลวงในที่สร้างความร่ำรวยบนความสูญเสียของแผ่นดิน

9. รัฐบาลต้องไม่ยึดหลักเพียงว่าจะไปทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะได้ตัดสินใจจะดำเนินการให้สัมปทานกับต่างชาติไปแล้ว  

แต่จะต้องเปิดเผยข้อมูล ถึงผลการศึกษาความเป็นไปได้  ความคุ้มค่า  ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ เปิดเผยผู้เข้าร่วมประมูลและต้องการสิทธิพิเศษรับสัมปทานพร้อมกับข้อเสนอประโยชน์ตอบแทน ต่อสาธารณะ 

เปิดการรับฟังความเห็นอย่างแท้จริงในรูปแบบประชาพิจารณ์  โดยไม่ขนคนที่เห็นด้วยเข้ามารับฟัง และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องไม่ขนคนเข้ามาแสดงความเห็น

ประชาพิจารณ์ต้องไม่นับจำนวนผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น ว่าฝ่ายไหนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมากกว่ากัน #เพราะนั่นคือการทำประชามติ  

แต่ประชาพิจารณ์จะเป็นการรับฟังประเด็นทั้งบวกและลบให้รอบคอบจากทุกองค์กร สถาบัน ตัวแทนชุมชน โดยมีคณะกรรมการอิสระเข้ารับฟังประเด็นเพื่อนำกลับไปศึกษาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี

แผนการของรัฐบาลที่วางไว้ จะให้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในปีนี้ และจะดำเนินการก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็ว จึงเป็นแผนการที่ยอมรับไม่ได้

10. รัฐบาลอนุทินที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำไม่เคยแจ้งนโยบายต่อประชาชนในเรื่องนี้ 

ไม่เคยแสดงแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งถึงนโยบายในครั้งหาเสียงการเลือกตั้ง  รัฐบาลอนุทินไม่เคยแถลงนโยบายเรื่องนี้กับรัฐสภาซึ่งถือเป็นตัวแทนของประชาชนว่าจะมีโครงการแลนบริดส์  แต่พูดในเวทีหาเสียงและการประกาศโดยรองนายกฯ พิพัฒน์ และสำทับโดยนายกฯ อนุทิน ว่าจะรีบเร่งดำเนินการให้สำเร็จได้โดยเร็ว  

จึงถือได้ว่า เป็นการบริหารราชการแผ่นดินด้วยวิธีลับๆ ล่อๆอย่างมิอาจรับได้ 

เพราะเกรงว่าการปิดลับ จะนำไปสู่การล่อหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยไม่ใช่ ประโยชน์ของประเทศ  น่าสนใจว่าการบริหารราชการแผ่นดินในลักษณะนี้เป็นเพราะความใสซื่ออ่อนหัด หรือมีความเก่งกาจแต่แฝงด้วยกลโกง

บทสรุป

การนำอนาคตของประเทศไปผูกไว้กับสัมปทานดินแดน 99 ปีให้เอกชนต่างชาติ ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจกันเพียงชั่วข้ามคืน หรืออาศัยเพียงแผนงานบนหน้ากระดาษที่ไร้การมีส่วนร่วม 

หากคำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและโปร่งใส โครงการนี้อาจไม่ได้หมายถึง “ความรุ่งเรืองของไทย” แต่อาจหมายถึงการพาประเทศไปสู่ “กับดักที่ผูกมัดอนาคตของลูกหลานไทย” ให้ติดอยู่ในสภาวะที่เลือกทางเดินเองไม่ได้ไปตลอดชาติ

รัฐบาลต้องกล้าตอบคำถามเหล่านี้ ไม่ใช่ด้วยวาทกรรมทางการเมือง แต่ด้วยความจริงและตัวเลขที่ตรวจสอบได้ 

หากทำไม่ได้ หรือยังมีความคลุมเครือ โปรดพิจารณาอีกครั้งว่า นี่คือการพัฒนาชาติ หรือเป็นการขายชาติในรูปแบบใหม่?

ขอบคุณที่มาภาพ / ข้อมูล 

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

จักรวรรดิใหม่ตระกูล Trump: เมื่อ ‘นโยบายรัฐ’ กลายเป็น ‘กำไรครอบครัว’ (2016-2026)

การกลับมาของ Donald Trump ในสมัยที่ 2 ไม่ใช่แค่การทวงคืนตำแหน่งทางการเมือง แต่คือการสร้าง "Network Diplomacy" ที่เปลี่ยนความขัดแย้งทั่วโลกให้กลายเป็นดัชนีความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจของสมาชิกในครอบครัว