วันศุกร์, มีนาคม 6, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกจีนยังรั้งอันดับสองเศรษฐกิจโลก แต่แซงสหรัฐฯทั้งการผลิต เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานและงานวิจัย

จีนยังรั้งอันดับสองเศรษฐกิจโลก แต่แซงสหรัฐฯทั้งการผลิต เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานและงานวิจัย

เผยแพร่

spot_img

 Asia Times รายงานโดยตั้งคำถามว่า  จีนจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งได้หรือไม่ หลังจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ฉุดรั้งการเติบโตและดอลลาร์ที่แข็งค่าหนุน GDP ของสหรัฐฯ?

สาธารณรัฐประชาชนจีน (People’s Republic of China) ยังคงครองสถานะเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก แม้เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวแซงหน้าประเทศอื่นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศในปี 1949 แต่ช่องว่างเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกายังไม่ปิด โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ที่ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์กดทับการเติบโตของจีน ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าดันมูลค่า GDP ตามราคาปัจจุบัน (Nominal GDP) ของสหรัฐฯ ให้เพิ่มขึ้น

ข้อมูลระบุว่า GDP ตามราคาปัจจุบันของจีนเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ลดลงจากราว 78% ในปี 2021 เหลือเพียงประมาณ 65% ในปี 2024 ทำให้นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า จีนจะสามารถไล่ทันและแซงเศรษฐกิจเบอร์หนึ่งของโลกได้จริงหรือไม่ หรือจำต้องยืนระยะอยู่ในฐานะ “เศรษฐกิจอันดับสองของโลก” ต่อไป

### พลังงานและฐานการผลิต: โรงงานของโลก vs เศรษฐกิจบริการ

จีนในฐานะเศรษฐกิจอันดับสองของโลก เป็นผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ ใช้ไฟฟ้ามากกว่าสหรัฐฯ กว่า 2 เท่า และใช้พลังงานปฐมภูมิมากกว่าราว 73% สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น  ขณะที่สหรัฐฯ ในฐานะเศรษฐกิจอันดับหนึ่งพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจบริการขั้นสูง จึงไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาลเทียบเท่าเศรษฐกิจที่ยังเน้นการผลิต

จีนยังถูกมองว่าเป็น “โรงงานของโลก” โดยมีส่วนแบ่งการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเชิงอำนาจซื้อ (Purchasing Power Parity: PPP) สูงกว่าสหรัฐฯ มากกว่า 4 เท่าในปี 2023 และกำลังเร่งเดินหน้าสู่การผลิตขั้นสูง ด้วยการติดตั้งหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากกว่าสหรัฐฯ ถึง 8.6 เท่าในปี 202

ในภาคอุตสาหกรรมหนัก จีนผลิตเหล็กมากกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 12.7 เท่า และส่งมอบเรือพาณิชย์ในเชิงระวางบรรทุกรวม (Gross Tonnage) มากกว่า 1,000 เท่าในปี 2024 ซึ่งเป็นกิจกรรมในอุตสาหกรรมที่มักถูกมองว่า “สกปรก ให้ผลตอบแทนต่ำ และใช้เทคโนโลยีไม่สูง” จนเศรษฐกิจพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ เลือกจะละทิ้งไปนานแล้ว

### สินค้า vs บริการ: ดุลอำนาจการค้าโลก

ด้วยฐานการผลิตขนาดใหญ่ จีนจึงเป็นผู้ส่งออกสินค้าอันดับหนึ่งของโลก โดยส่งออกสินค้าในเชิงมูลค่ามากกว่าสหรัฐฯ ราว 73% และในกลุ่มสินค้าไฮเทค (High-tech goods) ช่องว่างยิ่งกว้าง โดยจีนส่งออกมากกว่าสหรัฐฯ ถึงประมาณ 3.7 เท่า  นอกจากนี้ ท่าเรือของจีนยังรองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์มากกว่าสหรัฐฯ ราว 5.4 เท่า สะท้อนบทบาทศูนย์กลางการค้าโลกด้านสินค้าอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ดี การค้าทั่วโลกไม่ได้มีเพียงสินค้าจับต้องได้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ พึ่งพาภาคบริการมูลค่าสูง ตั้งแต่ภาพยนตร์ฮอลลีวูด (Hollywood) การศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำ บริการการเงินในวอลล์สตรีท (Wall Street) ไปจนถึงบริการเฉพาะทางรูปแบบใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “เศรษฐกิจบริการ” ที่ช่วยชดเชยช่องว่างในด้านการค้าสินค้าเมื่อเทียบกับจีน

### การบริโภค อีคอมเมิร์ซ และสินค้าฟุ่มเฟือย

เมื่อวัดในมิติอำนาจซื้อ จีนมีสัดส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นราว 34% ของทั้งโลก หรือเกือบ 3 เท่าของสหรัฐฯ สะท้อนว่าจีนเป็นผู้บริโภคและผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมในระดับสูงมาก  ขณะที่สหรัฐฯ โดดเด่นในด้านการบริโภคบริการที่มีราคาสูง เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงดูเด็ก ค่าเล่าเรียน รวมถึงบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินอย่าง เทเลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ซึ่งดันมูลค่าเศรษฐกิจในเชิงตัวเงินให้สูงขึ้น

ในระดับค้าปลีก จีนครองส่วนแบ่งยอดขายอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) ประมาณครึ่งหนึ่งของโลก หรือราว 2.5 เท่าของสหรัฐฯ และยอดขายออนไลน์ดังกล่าวสร้างปริมาณการส่งพัสดุมากกว่าสหรัฐฯ ราว 5 เท่า บ่งชี้ว่าผู้บริโภคจีนไม่เพียงซื้อของออนไลน์มากกว่า แต่ยังได้รับ “ของจริง” ในเชิงปริมาณมากกว่าต่อหน่วยเงินที่ใช้จ่าย  แม้เช่นนั้น ตัวเลขจำนวนพัสดุไม่ได้ถูกนำมาคิดเป็น GDP โดยตรง เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจวัดจาก “มูลค่า” ไม่ใช่จำนวน “ชิ้นสินค้า”

จีนยังครองสัดส่วนราว 46% ของยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury goods) ทั่วโลก หรือมากกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 2 เท่า ขณะที่ทั้งสองประเทศพึ่งพาการนำเข้าสินค้าหรูจากยุโรปเป็นหลัก และชนชั้นกลาง–ชนชั้นมั่งคั่งในจีนยังนิยมเดินทางไปจับจ่ายในยุโรปโดยตรง

ในอุตสาหกรรมรถยนต์ จีนมีสัดส่วนยอดขายรถยนต์เกือบหนึ่งในสามของตลาดโลก หรือมากกว่าสหรัฐฯ ราว 73% แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังไม่สะท้อนมูลค่าทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยต่อคันในสหรัฐฯ สูงกว่าจีนประมาณ 2 เท่า  ตัวอย่างเช่น รถ Honda Pilot SUV ขนาดกลาง กำลังเครื่องยนต์ 286 แรงม้า ในตลาดสหรัฐฯ มีราคาเฉลี่ยราว 50,000 ดอลลาร์ ขณะที่รถ Onvo L9 SUV ขนาดใหญ่ กำลัง 590 แรงม้า ในจีนมีราคาเฉลี่ยราว 25,000 ดอลลาร์ แม้มีสมรรถนะสูงกว่า แต่สร้างมูลค่า GDP ในเชิงราคาน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

### โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และเมืองสมัยใหม่

จีนอยู่ในช่วงเร่งเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของตนเอง ระบบทางหลวงของจีนปัจจุบันมีความยาวมากกว่าของสหรัฐฯ กว่า 2 เท่า และด้วยความหนาแน่นของประชากรเขตเมืองที่สูง จีนจึงไม่น่าจะบรรลุอัตราการถือครองรถยนต์ต่อหัวเท่าสหรัฐฯ แต่จำนวนรถบนท้องถนนโดยรวมมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปแตะมากกว่าสหรัฐฯ กว่า 2 เท่าในระยะยาว

ข้อมูลระบุว่า จำนวนยานพาหนะจดทะเบียนในจีนแซงหน้าสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2020 และเพิ่มขึ้นราว 20 ล้านคันต่อปี ปัจจุบันมีรถยนต์และยานพาหนะอื่นบนท้องถนนในจีนมากกว่าสหรัฐฯ กว่า 33% และหากรวมรถจักรยานยนต์ สัดส่วนจะเพิ่มเป็นราว 58% อย่างไรก็ตาม รถส่วนใหญ่ในจีนถือเป็นรถราคาถูก มีมูลค่าเฉลี่ยเพียงครึ่งหนึ่งของรถกระบะและ SUV ที่ได้รับความนิยมบนถนนในสหรัฐฯ

ด้านระบบราง จีนมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงประมาณ 48,000 กิโลเมตร คิดเป็นราว 65% ของทางรถไฟความเร็วสูงทั่วโลก ขณะที่ในสหรัฐฯ มีทางรถไฟความเร็วสูงเพียงราว 136 กิโลเมตร นอกจากนี้ จีนยังมีระบบรถไฟใต้ดินในเมืองใหญ่รวม 44 ระบบ รวมระยะทางกว่า 10,000 กิโลเมตร หรือมากกว่าระบบรถไฟใต้ดิน 16 ระบบในสหรัฐฯ กว่า 7 เท่า

ในทางกลับกัน ชาวอเมริกันจำนวนมากยังนิยมใช้รถยนต์ส่วนตัวทั้งในระยะสั้นและระยะไกล การยอมรับระบบขนส่งมวลชนมีจำกัด ทำให้หลายเมืองมีระบบรถไฟใต้ดินและรถไฟที่เสื่อมโทรมและใช้งานต่ำกว่าศักยภาพ โดยถูกมองในเชิงว่า “มีฐานะดีพอที่จะไม่ต้องพึ่งระบบขนส่งสาธารณะ”

อย่างไรก็ดี โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นทางด่วน รถไฟใต้ดิน หรือรถไฟความเร็วสูง มีต้นทุนการก่อสร้างต่อกิโลเมตรสูงกว่าจีนหลายเท่า และต้นทุนที่สูงเหล่านี้ถูกนับรวมเข้าไปในมูลค่า GDP ช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ รักษาอันดับหนึ่งของโลกในเชิงตัวเงิน

ในมิติเมืองสมัยใหม่ จีนมีตึกระฟ้า (Skyscrapers) สูงเกิน 150 เมตรมากกว่าสหรัฐฯ ประมาณ 4 เท่า และมีอาคารสูงเกิน 200 เมตรมากกว่าราว 5 เท่า ขณะเดียวกัน จีนติดตั้งสถานีฐาน 5G มากกว่าสหรัฐฯ ถึง 13 เท่า แสดงให้เห็นถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างเข้มข้น  อย่างไรก็ตาม หากมองเช่นเดียวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อาคารสูงและระบบ 5G ที่สร้างในสหรัฐฯ มักมีต้นทุนสูงกว่าหลายเท่า และจึงสะท้อนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อหน่วยที่สูงกว่าเช่นกัน

### มหาวิทยาลัย งานวิจัย และเทคโนโลยีสำคัญ

ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาของจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากเมื่อราว 25 ปีก่อนที่มีเพียง 8% ของนักเรียนที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 77% ในปี 2024 ใกล้เคียงกับสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ราว 79% ในปี 2022  ในปี 2025 จีนมีบัณฑิตระดับวิทยาลัย (ทั้งหลักสูตร 2 ปีและ 4 ปี) จำนวนราว 12.2 ล้านคน เทียบกับบัณฑิตในสหรัฐฯ ราว 3.2 ล้านคน

ค่าเล่าเรียนในจีนยังคงต่ำกว่าสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาคการศึกษาในสหรัฐฯ มีขนาดอุตสาหกรรมใหญ่ระดับราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี เทียบกับจีนที่ราว 265,000 ล้านดอลลาร์  ในแง่สาขาเรียน ปี 2023 จีนมีบัณฑิตปริญญาตรีด้านวิศวกรรมและวิทยาการคอมพิวเตอร์ราว 1.7 ล้านคน หรือประมาณ 6.7 เท่าของสหรัฐฯ ที่มีราว 250,000 คน[

สังคมสหรัฐฯ ถูกมองว่า “มั่งคั่งพอ” ที่จะรองรับค่าเล่าเรียนระดับสูง และมีระบบสินเชื่อผู้บริโภคที่เอื้อต่อการผ่อนชำระค่าเล่าเรียนตลอดชีวิต ขณะเดียวกัน นักศึกษาอเมริกันจำนวนไม่น้อยสามารถเลือกเรียนตามความสนใจส่วนบุคคล เช่น สาขานาฏศิลป์ วรรณคดีเปรียบเทียบ สตรีศึกษา หรือการสื่อสาร แทนที่จะมุ่งเน้นสาขาวิศวกรรมหรือสาขาเชิงเทคนิคที่ตลาดแรงงานต้องการ

ในเชิงผลงานวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยในจีนกำลังขยายกำลังการผลิตงานทางวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น ปัจจุบันจีนผลิตบทความวิทยาศาสตร์มากกว่าสหรัฐฯ ราว 2 เท่า และแซงหน้าสหรัฐฯ ในดัชนี Nature Index ตั้งแต่ปี 2022 พร้อมทั้งครองความเป็นผู้นำในกลุ่มบทความคุณภาพสูงระดับ 1% แรกที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุด และจำนวนคำขอจดสิทธิบัตร

จีนยังครองความเป็นผู้นำในดัชนีเทคโนโลยีของสถาบันนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย (Australian Strategic Policy Institute: ASPI) โดยมีความได้เปรียบในเทคโนโลยีสำคัญ 66 จาก 74 ด้าน หรือคิดเป็นราว 89% เพิ่มขึ้นจากช่วงต้นทศวรรษ 2000 ที่จีนมีความเป็นผู้นำเพียงราว 5% ของเทคโนโลยีที่มีการติดตาม  การเน้นการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) และเทคโนโลยีที่นำไปใช้จริงได้รวดเร็ว ถูกมองว่าเป็นรูปแบบที่ “เศรษฐกิจเกิดใหม่” อย่างจีนจำเป็นต้องทำเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างจำกัดให้คุ้มค่าที่สุด

### สุขภาพ การบริโภค และอุตสาหกรรมการแพทย์

ในมิติสุขภาพ ประชาชนจีนและสหรัฐฯ มีอายุขัยเฉลี่ยใกล้เคียงกันที่ราว 79 ปีในปี 2024 แต่ข้อมูลก่อนการระบาดของโควิด-19 ชี้ว่า ประชาชนจีนมี “อายุขัยที่มีสุขภาพดี” (Healthy life expectancy) สูงกว่าชาวสหรัฐฯ ราว 2.5 ปี หรือมีช่วงเวลาในการใช้ชีวิตโดยปลอดจากโรคหรือการบาดเจ็บนานกว่า

ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างการบริโภคอาหาร แม้จีนบริโภคเนื้อสัตว์และอาหารทะเลรวมมากกว่าสหรัฐฯ ราวกว่า 3 เท่าในเชิงปริมาณ แต่ในระดับ “ต่อหัว” การบริโภคยังต่ำกว่าสหรัฐฯ ราว 23% ทำให้จีนมีอัตราโรคอ้วนและโรคที่เกี่ยวเนื่อง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง ต่ำกว่าสหรัฐฯ

ความแตกต่างดังกล่าวสะท้อนผ่านมูลค่าอุตสาหกรรมสุขภาพ ในปี 2024 ธุรกิจด้านบริการสุขภาพในสหรัฐฯ มีมูลค่าราว 5 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับจีนที่ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนต้นทุนทางการแพทย์ที่สูงและการใช้จ่ายเพื่อรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในสหรัฐฯ ที่ผลักดันให้ตัวเลข GDP สูงขึ้น

### จากรถยนต์ถึง “เป็ด”: มุมมองไม่ธรรมดาในสงครามตัวเลข

ตัวเลขด้านการผลิต–การบริโภคอีกหลายชุด สะท้อนความแตกต่างเชิงโครงสร้างของสองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทั้งด้านยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐาน และพฤติกรรมผู้บริโภค ทว่าตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดตัวหนึ่งอยู่ในภาคปศุสัตว์ นั่นคือ “การผลิตเป็ด”

ข้อมูลระบุว่า จีนผลิตเป็ดได้มากกว่าสหรัฐฯ ถึง 92 เท่า ซึ่งถือเป็นความแตกต่างในระดับ “มหาศาล” เมื่อพิจารณาในเชิงสัดส่วนและปริมาณ ช่องว่างดังกล่าวใหญ่จนชวนให้ตั้งคำถามเชิงเสียดสีว่า หากดูจากสถิติบางด้านแล้ว จีนยังเป็นเพียง “เศรษฐกิจอันดับสองของโลก” อยู่จริงหรือไม่ หรือในบางมิติ จีนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นรายสำคัญที่ท้าทายโครงสร้างเดิมของเศรษฐกิจโลกไปแล้วเรียบร้อย

IMCT NEWS   29-12-2025

ที่มา https://asiatimes.com/2025/12/first-and-second-largest-economies-in-charts-and-figures/

ข่าวล่าสุด

5 มีนาคม “วันนักข่าว”: จิตวิญญาณฐานันดรที่ 4 และการประกาศเจตนารมณ์แห่งความจริง

"นักข่าว" หรือ "คนหนังสือพิมพ์" ไม่ได้เป็นเพียงผู้รายงานเหตุการณ์รายวัน แต่คือ "กระจก" ที่สะท้อนความจริง และ "ตาข่าย" ที่คอยดักกรองความไม่โปร่งใส

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ทุบเวเนฯ-ขยี้อิหร่าน ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดอิหร่าน สกัด BRICS พลิกขั้วอำนาจ! บีบโลกต้องกราบดอลลาร์!

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

ออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท

เศรษฐกิจเอเชียเสี่ยงหนักจากราคาน้ำมันพุ่ง

ประเทศในเอเชียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซอย่างหนัก และอาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

เศรษฐกิจเอเชียเสี่ยงหนักจากราคาน้ำมันพุ่ง

ประเทศในเอเชียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซอย่างหนัก และอาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

โรงเรียนประถมหญิงแห่งหนึ่งชื่อ Shajareh Tayyebeh ในเมือง Minab ตอนใต้ของอิหร่าน ถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ

โรงเรียนประถมหญิงแห่งหนึ่งชื่อ Shajareh Tayyebeh ในเมือง Minab ตอนใต้ของอิหร่าน ถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ เด็กนักเรียนและครูรวม 168 คนเสียชีวิต

IRGC อ้างว่ามี ทหารสหรัฐฯ ตายและบาดเจ็บกว่า 650 นายภายในสองวันแรก ของปฏิบัติการตอบโต้

 โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เผยมีทหารสหรัฐฯ มากกว่า 650 นายเสียชีวิตและบาดเจ็บภายในสองวันแรกของปฏิบัติการตอบโต้ “สัญญาที่แท้จริง 4” (Operation True Promise 4) ของกองกำลังติดอาวุธอิหร่าน ต่อฐานทัพและเรือรบของสหรัฐฯ...