หน้าแรกข่าวรอบโลกชาวนิวยอร์กเล่าเรื่องลัทธิ โดนัลด์ ทรัมป์

ชาวนิวยอร์กเล่าเรื่องลัทธิ โดนัลด์ ทรัมป์

เผยแพร่

spot_img

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ “โรงละครแห่งความหวัง (ที่พังพินาศ)” พื้นที่เล็กๆ สำหรับคนอเมริกันที่ตื่นมาพร้อมกับกาแฟรสชาติเหมือนน้ำล้างจานและความสงสัยว่า ประเทศเราเดินมาถึงจุดที่ความโกลาหลกลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่งได้อย่างไร วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง “ปรากฏการณ์ส้มหยุดโลก” หรือที่คนมีการศึกษา (ซึ่งทรัมป์บอกว่าเขาไม่แคร์) เรียกว่าลัทธิโดนัลด์ ทรัมป์ นั่นเอง

**อเมริกาคนเดิม เพิ่มเติมคือความสะใจ**

ทำไมชายที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากรายการเรียลลิตี้โชว์ยุค 90 ถึงยังครองใจฐานเสียงพรรครีพับลิกันได้อย่างเหนียวแน่นขนาดนี้? ทั้งที่นโยบายต่างประเทศของเขาดูเหมือนการเล่นหมากรุกด้วยค้อนปอนด์ และนโยบายในประเทศก็เหมือนการพยายามดับไฟด้วยน้ำมัน คำตอบง่ายๆ ที่เจ็บปวดคือ: คนอเมริกันจำนวนมากเบื่อ “คนดีที่พูดเพราะแต่ทำอะไรไม่เป็น” เข้าไส้แล้วครับ สำหรับผู้ใช้แรงงานในแถบ Rust Belt หรือชาวคริสต์อนุรักษนิยมในพื้นที่ห่างไกล ทรัมป์ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่เขาคือ “นิ้วกลาง” ขนาดมหึมาที่พวกเขาส่งไปทักทายเหล่านักวิชาการในวอชิงตัน ดี.ซี. ผู้ลากมากดีที่ชอบทำตัวสูงส่งแต่ไม่เคยรู้เลยว่าราคาไข่ไก่ในซูเปอร์มาร์เก็ตพุ่งไปถึงไหน ความรุนแรงในคำพูดหรือการตัดสินใจที่ดู “เกินขอบเขต” จึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นข้อเสีย แต่มันคือ “ความจริงใจ” ในโลกที่เต็มไปด้วยคำโกหกเคลือบน้ำตาลของเหล่านักการเมืองอาชีพ

**สงครามและการค้า: เมื่อความบ้าคลั่งคือกลยุทธ์**

ถ้าคุณมองว่าการตัดสินใจของทรัมป์ในเรื่องสงครามมันดูรุนแรงและคาดเดาไม่ได้ นั่นแหละครับคือประเด็น! ในสายตาของฐานเสียงเขา นี่คือกลยุทธ์ “คนบ้า” (Madman Theory) ที่ได้ผลชะมัดยาด ใครจะกล้าแหยมกับอเมริกาถ้าประธานาธิบดีพร้อมจะทวีตประกาศสงครามในขณะที่กำลังนั่งเข้าห้องน้ำตอนตีสาม? ประชาชนมองว่านี่คือความเด็ดขาดที่ประธานาธิบดีแบบเดิมๆ ไม่มี ทรัมป์ทำให้คนอเมริกันรู้สึกว่า “เราไม่ต้องเป็นตำรวจโลกที่ใจดีอีกต่อไป แต่เราจะเป็นมาเฟียคุมซอยที่ใครก็ต้องเกรงใจ” การถอนตัวจากข้อตกลงระหว่างประเทศหรือการตั้งกำแพงภาษีแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ถูกตีความว่าเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของ “อเมริกามาก่อน” (America First) ซึ่งมันฟังดูเซ็กซี่กว่าการทูตที่ซับซ้อนและน่าเบื่อเป็นไหนๆ

**ความบันเทิงในคราบการเมือง**

เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า สังคมอเมริกาเสพติดความบันเทิง และทรัมป์คือ “เอนเตอร์เทนเนอร์” ระดับพระกาฬ ในขณะที่นักการเมืองคนอื่นพูดเรื่องนโยบายสาธารณสุขด้วยน้ำเสียงง่วงนอน ทรัมป์จะขึ้นเวทีแล้วด่าทุกคนที่ขวางหน้า ตั้งฉายาตลกๆ ให้ศัตรู และปั่นหัวสื่อกระแสหลักให้เต้นตามเขาได้ทุกวัน ความรุนแรงทางคำพูดของเขาจึงกลายเป็น “โชว์” ที่ทำให้คนรู้สึกสะใจเหมือนได้ดูมวยปล้ำ WWE มากกว่าการฟังแถลงการณ์นโยบาย สำหรับประชาชนที่รู้สึกว่าชีวิตตัวเองไร้ตัวตน การได้เห็นใครสักคนออกไปอาละวาดแทนพวกเขามันคือความฟินระดับพรีเมียม แม้ว่าสุดท้ายแล้วนโยบายเหล่านั้นอาจจะย้อนกลับมาทุบหม้อข้าวตัวเองก็ตาม

**มุมมองจากริมถนน: ขนมปังปิ้งและความจริงอันขมขื่น**

ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่เดินถนนในนิวยอร์ก ผมเห็นเพื่อนร่วมชาติหลายคนมองทรัมป์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังแบบแปลกๆ พวกเขาไม่ได้ตาบอดนะ พวกเขารู้ว่าทรัมป์พูดจาเลอะเทอะ พวกเขารู้ว่าเขาทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจ แต่ในวันที่ค่าครองชีพสูงลิ่วและความมั่นคงในชีวิตสั่นคลอน พวกเขาเลือกที่จะอยู่กับ “คนบ้าที่อยู่ข้างเรา” ดีกว่า “คนดีที่ลืมเราไปแล้ว” ความรุนแรงและการล้ำเส้นที่นักวิจารณ์กังวล สำหรับคนหาเช้ากินค่ำมันคือการ “รื้อระบบ” (Drain the Swamp) ที่เน่าเฟะให้สิ้นซาก พวกเขาพร้อมจะยอมรับความเสี่ยงที่จะได้ผู้นำที่บ้าบิ่น ดีกว่าทนอยู่กับความเสื่อมถอยที่ค่อยๆ กัดกินชีวิตไปอย่างช้าๆ

**บทสรุปของคณะตลกแห่งชาติ**

สุดท้ายแล้ว การสนับสนุนทรัมป์ไม่ใช่เรื่องของเหตุผลทางรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน แต่มันคือเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ มันคือการประท้วงต่อระบบที่ล้มเหลว โดยการเลือกเอาสิ่งที่ระบบเกลียดที่สุดมาเป็นหัวหน้าใหญ่ อเมริกาไม่ได้กำลังบ้าไปหรอกครับ เราแค่กำลังลอง “ยาแรง” ที่อาจจะรักษาโรคหรือฆ่าคนไข้ให้ตายไวขึ้นเท่านั้นเอง และในขณะที่เรากำลังเถียงกันเรื่องความเหมาะสม ทรัมป์ก็คงกำลังนั่งยิ้มกริ่มพร้อมสั่งชีสเบอร์เกอร์มากิน พร้อมเตรียมแผนที่จะทำให้โลกต้องอ้าปากค้างอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ขอพระเจ้าคุ้มครองอเมริกา… เพราะดูเหมือนเราจะต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ครับ!

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบแล้ว 920 ศพ สูญหายอีกครึ่งแสน

อัปเดตข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569)