หน้าแรกข่าวรอบโลก“ทรัมป์สลัมป์” ทำ “ลาสเวกัส” ซบเซาสุดในรอบหลายทศวรรษ

“ทรัมป์สลัมป์” ทำ “ลาสเวกัส” ซบเซาสุดในรอบหลายทศวรรษ

เผยแพร่

spot_img

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ปรากฏการณ์ที่ถูกเรียกว่า “ทรัมป์สลัมป์” ส่งผลให้ลาสเวกัสมีท่องเที่ยวต่างชาติลดลงแรงสุดในรอบหลายทศวรรษนอกช่วงวิกฤตโควิด

รอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า เมืองลาสเวกัส ที่ดูคึกคักในช่วงปลายสัปดาห์นั้น กลายเป็นเมืองที่เงียบเหงาทันทีเมื่อเข้าสู่ต้นสัปดาห์ เป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจ ค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้จ่ายในการท่องเที่ยวและพักผ่อนได้เหมือนเดิม 

องค์กรการประชุมและการท่องเที่ยวลาสเวกัส (the Las Vegas Convention and Visitors Authority) ระบุว่าใน ปี 2025 ลาสเวกัส มีนักท่องเที่ยวหายไปราว 3.1 ล้านคน ลดลง 7.5% ถือเป็นการลดลงแรงสุดนับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1970 ยกเว้นช่วงโรคระบาด และว่าตลาดการประชุมยังคงทรงตัว แต่ความอ่อนแอเกิดในกลุ่มท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน ซึ่งถือเป็นหัวใจเศรษฐกิจเมือง

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์การเดินเท้า (foot-traffic) ในพื้นที่ชี้ว่า สัดส่วนผู้คนบน “เดอะสตริป” ในวันทำงานลดลงต่อเนื่อง ขณะที่สัดส่วนสุดสัปดาห์เพิ่มขึ้น โดยปี 2025 อยู่ที่ 35.3% เพิ่มจาก 33.8% ในปี 2019

แอนดรูว์ วูดส์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเนวาดา กล่าวว่า แนวโน้มนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคอเมริกันมากกว่าจะเป็นสัญญาณเศรษฐกิจทั้งประเทศ เพราะจุดหมายท่องเที่ยวใหญ่อื่นอย่างโฮโนลูลู ออร์แลนโด และดิสนีย์แลนด์ ไม่ได้ลดลงแบบเห็นได้ชัดเหมือนลาส เวกัส 

“ต้องยอมรับว่ามาเที่ยวลาสเวกัสวันนี้ มีค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่สูงกว่าเดิมมาก กระทั่งราคาน้ำดื่มก็แพงจนน่าตกใจ ทำให้ลาสเวกัสเปราะบางกว่าที่อื่นเมื่อผู้เดินทางต้องเริ่มประหยัด” วูดส์ กล่าว

นอกจากนี้ เมืองท่องเที่ยวอย่างลาสเวกัส ยังได้รับผลกระทบรุนแรงจากนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับต่างประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย เห็นได้จากสายการบินแคนาดา ลดกำลังการบินเข้าอเมริการาว 30% ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและนโยบายการค้า รวมถึงนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ 

ส่วนข้อมูลของสนามบินแฮร์รี รีด ระบุว่าปริมาณผู้โดยสารลดลงราว 6% ในปีเดียวกัน และเดือนธันวาคมซึ่งปกติจะเป็นเดือนที่คึกคักที่สุด ลดลงถึง 10.3% (อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของสนามบินฯ ไม่ได้แยกระหว่างผู้โดยสารเที่ยวบินภายในประเทศและต่างประเทศ)

เฟอร์นันดา โลอิซา นักท่องเที่ยวจากกัวเตมาลา แสดงความเห็นว่านักเดินทางบางส่วนหลีกเลี่ยงมาสหรัฐฯ เพราะนโยบายตรวจคนเข้าเมืองเข้มงวดของรัฐบาลทรัมป์ ทำให้บางคนกังวลว่าจะถูกเลือกปฏิบัติ หรือได้รับอันตรายจากกระแสต่อต้านต่างชาติในเวลานี้

“นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเอเชีย ถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของลาสเวกัส เป็นอย่างมาก เพราะมักพักนานและใช้จ่ายสูงกว่า”

บริษัทคาสิโนยักษ์ใหญ่ เอ็มจีเอ็ม รีสอร์ตส์ ระบุว่า รายได้และกำไรในลาสเวกัส ลดลงในไตรมาสสี่และทั้งปี 2025 โดยเฉพาะโรงแรมระดับราคาประหยัด แต่มีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในปี 2026

ด้าน ซีซาร์ส เอนเตอร์เทนเมนต์ รายงานว่ารายได้และกำไรในลาสเวกัสลดลงในไตรมาสสิ้นสุดเดือนธันวาคมและตลอดปี 2025 โดยกำไรทั้งปีลดลงราว 20% จากรายได้ที่ลดลงประมาณ 5%

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบแรงกับบรรดาแรงงาน ทั้งในด้านค่าแรง ค่าทิปและชั่วโมงทำงาน โดยข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลชี้ว่า ค่าแรงในลาสเวกัสต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ ขณะที่เงินเฟ้อและอัตราว่างงานสูงกว่า

โจ สปิกา พนักงานยกกระเป๋าในโรงแรมแห่งหนึ่งบนเดอะสตริป กล่าวกับรอยเตอร์ว่า จำนวนผู้มาเยือนอาจไม่ลดฮวบ แต่การใช้จ่ายลดลงชัด โดยเขาได้รับทิปลดลงมาก ขณะที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ สถานการณ์ในลาสเวกัส เกิดขึ้นพร้อมกับแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ น้อยลงต่อเนื่อง โดยฟอร์บส์ รายงานเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า เดือนมกราคมที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่สหรัฐลดลง 4.8% เทียบปีก่อน โดยเป็นการลดต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่เก้า

ข้อมูลจากสำนักงานการท่องเที่ยวและการเดินทาง ของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า นักท่องเที่ยวจากเอเชียลดลง 7.5% และยุโรปลดลง 5.2% ขณะที่ชาวแคนาดาลดลงถึง 22% ทำให้ระบบเศรษฐกิจสูญรายได้ราว 4.5 พันล้านดอลลาร์

องค์กรท่องเที่ยวฯ และนักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อมโยงแนวโน้มดังกล่าวกับนโยบายต่างประเทศ และการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้นของรัฐบาล ทำให้ภาพลักษณ์แห่งความเป็นมิตรของอเมริกา ลดน้อยลง ส่งผลให้ภาคท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญ ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากภายในและภายนอกประเทศพร้อมกัน.

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบแล้ว 920 ศพ สูญหายอีกครึ่งแสน

อัปเดตข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569)