หน้าแรกข่าวรอบโลกทรัมป์อ้างอิหร่าน ‘อยากทำข้อตกลง’ ขณะสงครามยืดเยื้อ

ทรัมป์อ้างอิหร่าน ‘อยากทำข้อตกลง’ ขณะสงครามยืดเยื้อ

เผยแพร่

spot_img

ค่าใช้จ่ายสหรัฐฯ อาจแตะ 50,000 ล้านดอลลาร์  ตำหนิพันธมิตรยุโรปไร้ความร่วมมือ

SCMP รายงานว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 3 โดยความพยายามของกรุงวอชิงตันและกรุงเตหะรานในการฟื้นฟูการเจรจายังคงเผชิญกับสภาวะชะงักงัน สถานการณ์ล่าสุดในช่วงข้ามวันที่ผ่านมามีประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองดังนี้

ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์

 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว ณ ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน ระบุว่าอิหร่านกำลังอยู่ในสภาวะที่ “กระหายจะทำข้อตกลงอย่างยิ่ง” (dying to make a deal) อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกตั้งคำถามว่าการเจรจากับกรุงเตหะรานหยุดชะงักลงหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทราบสถานะที่แท้จริงของการเจรจา 

พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงความไม่ชัดเจนภายในโครงสร้างผู้นำของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นปัญหาสำคัญเนื่องจากไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงในขณะนี้

ถามเรื่องความเป็นไปได้ในการเปิดฉากการรบเต็มรูปแบบอีกครั้ง ทรัมป์แสดงท่าทีลดระดับความรุนแรงลงโดยระบุว่าเขายังไม่มั่นใจว่ามีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เสียทีเดียว นอกจากนี้ทรัมป์ย้ำว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นหลังการเจรจาสันติภาพล้มเหลวเมื่อเดือนก่อนกำลังส่งผลอย่างรุนแรง โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพทางเรือ กองทัพอากาศ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านไปแล้ว และมาตรการปิดล้อมกำลังดำเนินไปตามแผนที่วางไว้

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นายหวัง อี้ (Wang Yi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพื่อเตรียมการสำหรับการเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ถูกเลื่อนออกไป โดยจีนยังคงเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการสนับสนุนอาวุธให้แก่อิหร่าน

ภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลจากสงคราม

สำนักข่าว CBS News รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินภายในว่า งบประมาณที่แท้จริงของสงครามในอิหร่านอาจสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าตัวเลขประมาณการของเพนตากอน (Pentagon) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาถึง 2 เท่า 

รายงานระบุว่าการประมาณการตัวเลข 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ไม่ได้รวมค่าความเสียหายของยุทโธปกรณ์ การซ่อมแซมฐานทัพสหรัฐฯ หรือค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องกระสุนที่ใช้ไป รวมถึงสูญเสียโดรนประสิทธิภาพสูงรุ่น MQ-9 Reaper จำนวน 24 ลำ ซึ่งมีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกัน นายอิสราเอล คัตซ์ (Israel Katz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิสราเอลอาจกลับมาใช้มาตรการทางทหารกับอิหร่านอีกครั้ง “ในเร็วๆ นี้”

ท่าทีและมาตรการตอบโต้จากอิหร่าน

นายมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ประธานาธิบดีอิหร่าน สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียว่า มาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ “เกินกว่าจะอดทนได้” (intolerable) โดยระบุว่าโลกได้ประจักษ์ถึงความอดกลั้นและธรรมชาติที่รักสันติของอิหร่านมาโดยตลอด และสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้นามของการปิดล้อมทางทะเลแท้จริงแล้วคือการขยายขอบเขตปฏิบัติการทางทหารต่อชนชาติที่เพียงแค่ต้องการรักษาเอกราชของตนเอง

แม้จะเผชิญกับการปิดล้อมทางทะเลเพื่อตัดวงจรเศรษฐกิจ แต่คณะกรรมการตู้คอนเทนเนอร์ของสมาคมเจ้าของเรือในเตหะราน เปิดเผยผ่านสำนักข่าว Fars ว่าร้อยละ 40 ของการค้าของอิหร่านยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ผ่านทางเส้นทางบกและระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีลูกเรือชาวอินโดนีเซียรวมอยู่ในกลุ่มพนักงานเดินเรือกว่า 20,000 คน ที่ต้องติดค้างอยู่เป็นเวลาหลายเดือนเนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดตาย

ความร้าวฉานระหว่างพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวตำหนิพันธมิตรยุโรปอีกครั้งฐานที่ไม่ให้ความช่วยเหลือในสงครามอิหร่าน โดยเขากำลังพิจารณาปรับลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในประเทศสเปน (Spain) และอิตาลี (Italy) พร้อมทั้งวิจารณ์ว่ารัฐบาลมาดริดทำหน้าที่ได้ “ย่ำแย่” และกรุงโรม “ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ เลย” ซึ่งเป็นท่าทีเดียวกับที่เขาแสดงออกต่อการลดกำลังพลในเยอรมนี  

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้ย้ำคำวิจารณ์ต่อ นายฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ว่าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างย่ำแย่ และควรเอาเวลาไปมุ่งเน้นที่การ “แก้ไขประเทศที่แตกสลายของตนเอง” มากกว่าจะมาสนใจความขัดแย้งในอิหร่าน หลังจากที่นายเมิร์ซได้ให้ความเห็นเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังถูกอิหร่านทำให้ “อัปยศ” และไม่มี “ยุทธศาสตร์ถอนตัว” (exit strategy) ที่ชัดเจนในการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้ลงได้ในเร็ววัน

IMCT NEWS 02-05-2026

ที่มา https://sc.mp/qb4wa?utm_source=copylink&utm_campaign=3352092&utm_medium=share_widget

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน