หน้าแรกข่าวรอบโลกทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ-อิสราเอลลอบสังหารผู้นำ

ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐฯ-อิสราเอลลอบสังหารผู้นำ

เผยแพร่

spot_img

โจมตีโรงเรียนและผู้บริสุทธิ์ ชี้ธาตุแท้ทรัมป์ยึดนโยบาย “อิสราเอลต้องมาก่อน” พร้อมยืนยันสิทธิในการป้องกันตนเองและตอบโต้

แถลงการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน ประจำกรุงเทพ วันที่ 2 มีนาคม 2026

การกระทำอันก้าวร้าวของสหรัฐฯ และระบอบอิสราเอลต่ออิหร่าน

1. การโจมตีและสถานการณ์  

อีกครั้งหนึ่ง ในช่วงก่อนเทศกาลนอรูซ (ปีใหม่ปฏิพัทธ์) และวันที่ 10 ของเดือนรอมฎอน ระบอบการปกครองของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ละเมิดมาตรา 2วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยได้ก่ออาชญากรรมต่อชาติอิหร่านและกระทำการป่าเถื่อนอย่างชัดเจน ละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของประเทศอิหร่าน การกระทำของสหรัฐฯ และระบอบไซออนนิสต์นี้ไม่มีฐานทางกฎหมายหรือเหตุผลรองรับใดๆ และถือเป็นการก่ออาชญากรรมแห่งการรุกราน

ในช่วงชั่วโมงแรกของการปฏิบัติการที่ก้าวร้าวนี้ โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ (Minab)ถูกตกเป็นเป้าหมายและถูกทำลาย ส่งผลให้เด็กหญิงผู้บริสุทธิ์เกือบ 200 คนเสียชีวิต 

การรุกรานครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านและสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการเจรจาเหล่านั้นเป็นเพียงการหลอกลวง และการตัดสินใจโจมตีอิหร่านได้ถูกเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่เนทันยาฮูเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ

2. การลอบสังหารผู้นำสูงสุด 

แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะกล่าวอ้างนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) แต่การกระทำนี้แสดงให้เห็นว่าอิสราเอลคือสิ่งที่เขาส่งเสริมเป็นอันดับแรก และเขายอมสละเลือดเนื้อของทหารอเมริกันเพื่อเป้าหมายที่ชั่วร้ายของระบอบไซออนนิสต์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งที่อิหร่านได้เข้าสู่กระบวนการเจรจาด้วยความจริงใจ เพื่อทำหน้าที่ต่อระบบระหว่างประเทศและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อขจัดข้ออ้างในการรุกรานของสหรัฐฯ และระบอบไซออนนิสต์

สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดในการรุกรานครั้งนี้ คือการปฏิบัติการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยเฉพาะการลอบสังหาร อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ยิ่งใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการทางศีลธรรมของสังคมมนุษย์และกฎบัตรสหประชาชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

3. สิทธิในการป้องกันตนเองและการตอบโต้

สหรัฐฯ และระบอบไซออนนิสต์ต้องตระหนักว่า แม้พวกเขาจะเป็นฝ่ายเริ่มสงครามและการรุกราน แต่พวกเขาจะไม่ใช่ฝ่ายที่ยุติมันได้ การลอบสังหารผู้นำสูงสุดได้สร้างบาดแผลลึกในหัวใจของชนชาติอิหร่าน

กองทัพอิหร่านได้ลุกขึ้นด้วยอำนาจเต็มพิกัดเพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน การตอบโต้การรุกรานนี้เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของอิหร่านตามมาตรา 51ของกฎบัตรสหประชาชาติ กองทัพอิหร่านได้เตรียมพร้อมด้วยสรรพกำลังเพื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานที่ชั่วร้ายนี้ และจะตอบโต้อย่างแน่นอน

อิหร่านได้ร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมฉุกเฉินเพื่อดำเนินการต่อการละเมิดสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม “นโยบายสองมาตรฐาน” ทำให้การประชุมนั้นไม่เกิดผล

อิหร่านคาดหวังให้รัฐสมาชิก UN โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคและกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ร่วมกันประณามการกระทำที่ก้าวร้าวของสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยทันที

4. คำเตือนถึงประเทศเพื่อนบ้าน

ชนชาติอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานของต่างชาติ และจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของตนอย่างเด็ดขาดเพื่อให้ผู้รุกรานต้องเสียใจกับการกระทำของตน

ประชาชาติที่รักเสรีภาพต้องเข้าใจว่า การรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐฯ และระบอบไซโอนิสต์ ไม่ใช่แค่การโจมตีอิหร่านเท่านั้น

แต่เป็นการทรยศต่อการทูตและเป็นการทำร้ายทั้งภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

ขณะที่อิหร่านยังคงยึดถือนโยบายเพื่อนบ้านที่ดี แต่ก็คาดหวังว่าเพื่อนบ้านจะไม่อนุญาตให้ผู้รุกรานใช้พื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการโจมตีอิหร่าน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการมีส่วนร่วมในการรุกราน และอิหร่านมีสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อแหล่งที่มาของการรุกรานนั้นๆ

ประเทศในภูมิภาคต้องตระหนักว่าสหรัฐฯ ได้ใช้พื้นที่ของพวกเขาเพื่อแผ่ขยายไฟสงคราม ดังนั้น การป้องกันตัวใดๆ ของอิหร่านต่อฐานทัพเหล่านั้น และจะไม่ถือว่าเป็นการโจมตีประเทศในภูมิภาคเหล่านั้นแต่อย่างใด

ในมุมมองของอิหร่าน สมาชิกสหประชาชาติทุกคนมีหน้าที่ต้องประณามการรุกรานนี้ การเพิกเฉยจะยิ่งทำให้ผู้รุกรานได้ใจ และเป็นการทำลายหลักนิติธรรมรวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ.

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน