หน้าแรกข่าวรอบโลกนายกฯ ญี่ปุ่น 'คัดค้าน' เปลี่ยนกฎสืบสันตติวงศ์ที่จะให้สตรีขึ้นครองราชย์

นายกฯ ญี่ปุ่น ‘คัดค้าน’ เปลี่ยนกฎสืบสันตติวงศ์ที่จะให้สตรีขึ้นครองราชย์

เผยแพร่

spot_img

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. ว่า เธอคัดค้านการเปลี่ยนแปลงกฎการสืบสันตติวงศ์ที่สงวนไว้เฉพาะองค์รัชทายาทที่เป็นชายเท่านั้น ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อฝ่ายนิติบัญญัติให้ต้องมีการแก้ไขปัญหาการอยู่รอดของสถาบันพระจักรพรรดิ

ในปัจจุบัน เฉพาะทายาทชายจากสมาชิกราชวงศ์ฝ่ายชายเท่านั้นที่จะสามารถขึ้นครองบัลลังก์เบญจมาศอันเก่าแก่ได้ เนื่องจากสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ พระชนมายุ 66 พรรษา ทรงมีพระธิดาเพียงพระองค์เดียว ความหวังในการสืบทอดราชวงศ์จึงอยู่ที่เจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระโอรสวของมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น

นายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิ กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันศุกร์ที่ 27 ว่า คณะผู้เชี่ยวชาญในปี 2021 พบว่า “เหมาะสมที่จะจำกัดสิทธิ์การสืบทอดตำแหน่งเฉพาะผู้สืบเชื้อสายชายจากราชวงศ์เท่านั้น” และเธอก็เคารพข้อสรุปดังกล่าว

“รัฐบาลและตัวดิฉันเองเคารพรายงานฉบับนี้” ทาคาอิจิ นายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่นกล่าว

ก่อนหน้านี้ เธอเคยเตือนว่า การแก้ไขกฎการสืบสันตติวงศ์เป็นเรื่องเร่งด่วน แม้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการ “รับ” สมาชิกใหม่เข้ามาก็ตาม

แม้ว่าตามธรรมเนียมแล้วจะกำหนดไว้ว่าเฉพาะผู้ชายเท่านั้นที่จะขึ้นเป็นพระจักรพรรดิได้ ตามตำนานเล่าว่าสืบทอดกันมายาวนานถึง 2,600 ปี แต่ผลสำรวจความคิดเห็นกลับแสดงให้เห็นว่า ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่สนับสนุนให้ผู้หญิงขึ้นครองบัลลังก์ได้เช่นกัน

– ‘ราชวงศ์ที่ไม่ขาดตอน’ –

ญี่ปุ่นถกเถียงเรื่องกฎการสืบราชบัลลังก์มานานหลายทศวรรษ โดยคณะทำงานสำคัญของรัฐบาลในปี 2005 ได้แนะนำว่า ควรส่งต่อราชบัลลังก์ให้แก่ทายาทพระองค์ใหญ่ของสมเด็จพระจักรพรรดิ โดยไม่คำนึงถึงเพศ

ดูเหมือนว่า นั่นจะเป็นการปูทางให้ “เจ้าหญิงไอโกะ” พระธิดาของจักรพรรดิ ขึ้นครองราชย์ ทว่าการประสูติของเจ้าชายฮิซาฮิโตะในปีถัดมากลับทำให้การถกเถียงเรื่องนี้เงียบลง

ในปี 2021 คณะผู้เชี่ยวชาญที่รัฐบาลแต่งตั้งได้แนะนำให้รัฐบาลพิจารณาอนุญาตให้ราชวงศ์ “รับบุตรบุญธรรม” ชายคนใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นพระญาติห่างๆ ที่สามารถกลับเข้ามาอยู่ในราชวงศ์ได้

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่า ชายเหล่านั้นจะเต็มใจสละอาชีพและอิสรภาพเพื่อสืบทอดราชวงศ์หรือไม่

คณะกรรมการยังระบุด้วยว่า เจ้าหญิงในราชวงศ์ญี่ปุ่น—ซึ่งปัจจุบันถูกบังคับให้ต้องออกจากราชวงศ์หลังการแต่งงาน—อาจสามารถปฏิบัติพระราชภารกิจสาธารณะต่อไปได้หลังจากการสมรส

กลุ่มอนุรักษนิยมยืนยันว่า “สายราชวงศ์ที่ไม่ขาดตอน” ซึ่งสืบทอดผ่านผู้ชายถือเป็นรากฐานของญี่ปุ่น และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะทำให้ประเทศแตกแยก

ภายใต้รัฐธรรมนูญหลังสงคราม ราชวงศ์ญี่ปุ่นปราศจากอำนาจทางการเมือง และมีบทบาทในเชิงพิธีการเท่านั้น

ในอดีตผู้หญิงที่แต่งงานกับสมาชิกราชวงศ์จะต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมากในการให้กำเนิดบุตรชาย และสมาชิกบางคนในราชวงศ์มักตกเป็นเป้าของการนินทาในโลกออนไลน์และสื่อต่างๆ

จักรพรรดินีมาซาโกะ อดีตนักการทูตหญิงผู้มากความสามารถ ต้องต่อสู้กับโรคที่เกิดจากความเครียดมานานหลายปีหลังจากเข้าร่วมราชวงศ์ ซึ่งบางคนเชื่อว่าเป็นเพราะแรงกดดันที่จะต้องมีลูกชายให้ได้

จักรพรรดินีมิชิโกะ พระมารดาของจักรพรรดินารูฮิโตะ ก็ทรงเคยประชวรด้วยพระโรคที่เกิดจากความเครียดเช่นกัน

เจ้าหญิงมาโกะ พระเชษฐภคินีของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ ได้ทรงสละฐานันดรศักดิ์เพื่อแต่งงานกับ เคอิ โคมุโระ แฟนหนุ่มที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

พระองค์ต้องเผชิญกับการรายงานข่าวอย่างหนักจากสื่อแทบลอยด์เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างที่ว่า ครอบครัวของ เคอิ ประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้อดีตเจ้าหญิงทรงป่วยเป็นโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) ก่อนจะทรงตัดสินพระทัยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และมีบุตรด้วยกัน

ที่มา: เอเอฟพี

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน