ต่ออัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายช่วงข้ามคืน
ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา(27 ก.พ.)ปากีสถานเปิดฉากโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของอัฟกานิสถาน รวมถึงเป้าหมายในกรุงคาบูล เมืองหลวง ไม่นานหลังจากนั้น ในเช้าวันศุกร์ รัฐมนตรีกลาโหมปากีสถาน Khawaja Asif ได้ประกาศว่าเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” ระหว่างสองประเทศ
หลายชั่วโมงก่อนการเริ่มต้นโจมตีทางอากาศและการปะทะที่รุนแรงขึ้น มีรายงานว่ากองกำลังตอลิบานอัฟกันโจมตีทหารชายแดนปากีสถานเมื่อคืนวันพฤหัสบดี เพื่อตอบโต้ต่อการโจมตีทางอากาศของปากีสถานก่อนหน้านั้นในสัปดาห์เดียวกัน
โฆษกกองทัพปากีสถานระบุว่า นักรบตอลิบาน 274 คนถูกสังหาร และมากกว่า 400 คนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของปากีสถาน พร้อมเสริมว่า ฐานที่มั่นของตอลิบาน 74 แห่งถูกทำลาย และอีก 18 แห่งถูกยึดครอง และตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้น
ฝ่ายตอลิบานระบุว่า มีทหารปากีสถานเสียชีวิต 55 นาย และยึดจุดประจำการได้ 19 แห่ง ขณะที่ทางการกรุงคาบูลยอมรับว่ามีนักรบตอลิบานเสียชีวิต และบาดเจ็บ 11 คน รวมถึงพลเรือนบาดเจ็บ 13 คน ในพื้นที่ชายแดนภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการสู้รบ
นับตั้งแต่ตอลิบานกลับสู่อำนาจในปี 2021 ความสัมพันธ์ระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถาน ซึ่งมีพรมแดนร่วมกันตามเส้นดูแรนด์ยาว 1,600 ไมล์ที่ยังเป็นข้อพิพาท เปลี่ยนจากความร่วมมืออย่างระมัดระวังไปสู่ความเป็นปฏิปักษ์อย่างเปิดเผย ประวัติศาสตร์ของทั้งสองประเทศเต็มไปด้วยการสลับบทบาทจากอดีตพันธมิตรมาเป็นศัตรูเป็นระยะๆ
นักวิเคราะห์จำนวนมากชี้ถึงผลสะท้อนกลับ (blowback) ต่อปากีสถาน หลังจากที่เคยสนับสนุนการผงาดขึ้นสู่อำนาจของตอลิบานเมื่อหลายทศวรรษก่อน ซึ่งในเวลานั้นยังได้รับความช่วยเหลือจากซีไอเอภายใต้ปฏิบัติการ “Operation Cyclone”
อิสลามาบัดกล่าวหาอัฟกานิสถานว่าให้ที่พักพิงแก่กลุ่มเตห์รีก-อี-ตอลิบาน ปากีสถาน (TTP) ซึ่งก่อเหตุโจมตีข้ามพรมแดน
นักวิเคราะห์ระบุว่า การยกระดับครั้งล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่ปากีสถานโจมตีเป้าหมายของรัฐบาลตอลิบานโดยตรง หรือกล่าวได้ว่าเป็นการเปิดฉากเต็มรูปแบบต่อกรุงคาบูล แทนที่จะจำกัดการโจมตีเฉพาะจุดที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฐานของ TTP
ปากีสถานระบุว่ากองกำลังของตนได้ทำลายรถถังและยานเกราะจำนวนหนึ่ง รวมถึงฐานปืนใหญ่ ขณะที่ฝ่ายตอลิบานพึ่งพายุทโธปกรณ์ที่ถูกทิ้งไว้และยึดได้หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ และนาโต้ถอนกำลังออกจากประเทศอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูร้อนปี2021
แม้ว่ากองทัพปากีสถานจะมีความเหนือกว่าอย่างชัดเจนในด้านกำลังรบโดยรวม แต่ฝ่ายตอลิบานยังคงสามารถสร้างความเสียหายผ่านการก่อการร้าย ซึ่งเมืองต่าง ๆ ของปากีสถานได้รับผลกระทบอย่างหนักมาโดยตลอด
เหตุโจมตีของกลุ่มอิสลามิสต์หัวรุนแรงแทบจะกลายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในปากีสถาน โดยหลายกรณีถูกสงสัยว่าได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายในอัฟกานิสถาน ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ร้ายแรงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และบาดเจ็บอีก 169 ราย เมื่อมือระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีมัสยิดชีอะห์ในเขตชานกรุงอิสลามาบัดระหว่างการละหมาดวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ปากีสถานระบุว่า นับเป็นหนึ่งในการโจมตีที่ร้ายแรงที่สุดในเมืองหลวงรอบกว่าทศวรรษ
เหตุระเบิดเกิดขึ้นที่มัสยิดคาดีจา อัล-คูบรอ อิมามบาร์กาห์ ในพื้นที่ชานเมืองอิสลามาบัด โดยตำรวจระบุว่าผู้ก่อเหตุถูกสกัดกั้นที่ประตูมัสยิด ก่อนจะเปิดฉากยิงและจุดชนวนระเบิดท่ามกลางผู้มาละหมาด ตามรายงานของ Reuters
ในแง่การเปรียบเทียบศักยภาพของทั้งสองฝ่าย สื่อภูมิภาค Al-Monitor วิเคราะห์ว่า:
กองกำลังติดอาวุธของปากีสถานมีข้อได้เปรียบจากระบบการรับสมัครและการรักษากำลังพลที่มีประสิทธิภาพ เสริมด้วยยุทโธปกรณ์จากพันธมิตรด้านกลาโหมหลักอย่างจีน อิสลามาบัดยังคงลงทุนในโครงการนิวเคลียร์ทางทหาร และกำลังปรับปรุงกองทัพเรือและกองทัพอากาศให้ทันสมัย
ปากีสถานมีกำลังพลประจำการ 660,000 นาย โดย 560,000 นายอยู่ในกองทัพบก 70,000 นายในกองทัพอากาศ และ 30,000 นายในกองทัพเรือ
ขณะที่กำลังทหารของตอลิบานอัฟกันมีขนาดเล็กกว่า มีบุคลากรประจำการประมาณ 172,000 นาย แม้กลุ่มดังกล่าวได้ประกาศแผนขยายกำลังเป็น 200,000 นาย
การถูกโดดเดี่ยวในเวทีระหว่างประเทศทำให้ตอลิบานไม่สามารถปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยได้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีการใช้โดรนโจมตีตำแหน่งของปากีสถาน ตามแบบแผนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ปากีสถานกล่าวโทษอิสราเอลและอินเดียว่าอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นความไม่มั่นคงในภูมิภาค
เจ้าหน้าที่ฝ่ายตอลิบานระบุว่า กองกำลังของตนได้ดำเนินการโจมตีด้วยโดรนต่อเป้าหมายทางทหารภายในปากีสถาน ขณะที่การปะทะกันระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป ตามแถลงการณ์จากกระทรวงกลาโหมและโฆษกรัฐบาลเมื่อวันศุกร์
อัตตาอุลลาห์ ทาราร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของปากีสถาน กล่าวว่า กลุ่มตอลิบานปากีสถานได้พยายามใช้โดรนโจมตีเป้าหมายภายในประเทศ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นไว้ได้ และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ
โดยภาพรวมแล้ว ปากีสถานกำลังเผชิญกับผลสะท้อนกลับ (blowback) อย่างรุนแรงจากนโยบายที่ดำเนินมายาวนานหลายปี
ยัลดา ฮาคิม จาก Sky News ชี้ให้เห็นว่า “ปากีสถานใช้เวลาหลายทศวรรษในการสนับสนุนและให้ที่พักพิงแก่ตอลิบานอัฟกัน — รัฐมนตรีกลาโหมของปากีสถานเองก็ยอมรับกับฉันต่อหน้ากล้อง ตอนนี้ปากีสถานกลับกล่าวหาว่าอัฟกานิสถานภายใต้การปกครองของตอลิบานกำลังให้ที่หลบซ่อนแก่กลุ่มติดอาวุธที่โจมตีปากีสถาน ผลลัพธ์ของเรื่องนี้กำลังปรากฏให้เห็นแบบเรียลไทม์”
ที่มา Zerohedge 28-02-2026



