หน้าแรกข่าวรอบโลก“ผิดพลาดทางทหาร” หลังขีปนาวุธ Tomahawk ถล่มโรงเรียนเด็กหญิงในอิหร่าน

“ผิดพลาดทางทหาร” หลังขีปนาวุธ Tomahawk ถล่มโรงเรียนเด็กหญิงในอิหร่าน

เผยแพร่

spot_img

กลาโหมสหรัฐฯรับเบื้องต้น “ผิดพลาดทางทหาร” หลังขีปนาวุธ Tomahawk ถล่มโรงเรียนเด็กหญิงในอิหร่าน คร่าชีวิตกว่า 170 ราย

Newsweek รายงานว่า การสืบสวนภายในของกองทัพสหรัฐฯ ระบุผลการพิจารณาเบื้องต้นว่า สหรัฐฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุโจมตีด้วยขีปนาวุธ Tomahawk ที่พุ่งเป้าถล่มโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหนึ่งในประเทศอิหร่าน ส่งผลให้เด็กนักเรียนเสียชีวิตกว่า 170 รายและได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวใกล้ชิดต่อสำนักข่าว The New York Times

โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยกับสำนักข่าว Newsweek ว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวน”

 เหตุโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ณ โรงเรียน Shajareh Tayyebeh ในเมือง Minab เกิดจากความผิดพลาดในการระบุเป้าหมายระหว่างที่กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีฐานทัพอิหร่านที่อยู่ใกล้เคียง ตามรายงานของ The New York Times โดยพนักงานสอบสวนพบว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้พึ่งพาข้อมูลข่าวกรองที่ล้าสมัย ซึ่งระบุอาคารโรงเรียนผิดพลาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างทางทหาร

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าข้อสรุปนี้ยังเป็นเพียงผลการสืบสวนเบื้องต้น และยังมีคำถามสำคัญอีกหลายประการที่ต้องได้รับคำตอบในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดโรงเรียนประถมดังกล่าว

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านภายหลังจากความล้มเหลวในการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าสู่ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างขึ้นในวันต่อมา การโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลคร่าชีวิตผู้คนในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,300 ราย 

ขณะที่อิหร่านได้ทำการโจมตีตอบโต้ต่ออิสราเอลและพันธมิตรอาหรับในอ่าว (Gulf Arab allies) ที่ให้ที่ตั้งฐานทัพแก่กองกำลังสหรัฐฯ รวมถึงฐานทัพสหรัฐในคูเวต, กาตาร์ , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  และบาห์เรน 

 ความขัดแย้งโดยรวมส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,800 ราย โดยมีกำลังพลของสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 7 นายในวิกฤตครั้งนี้

 เมื่อวันพุธที่ 11 มี.ค. ประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้และถามว่าเขาจะยอมรับความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งทรัมป์ตอบเพียงว่า “ผมไม่รู้เรื่องนั้น”

ขณะเดียวกัน กลุ่มวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) เพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทิ้งระเบิดครั้งนี้

“เหตุการณ์ที่สร้างอันตรายต่อพลเรือนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม ท่านคือผู้กำหนดทิศทางความประพฤติของกองทัพสหรัฐฯ และความคิดเห็นของท่านเมื่อเร็วๆ นี้ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเพิกเฉยต่อกฎหมายแห่งสงคราม เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ท่านกล่าวว่าปฏิบัติการ Operation Epic Fury จะไม่มี ‘กฎการปะทะ (Rules of engagement) ที่งี่เง่า’ และเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ท่านได้พรรณนาถึงปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านว่าจะมีความ ‘ตายและความพินาศจากฟากฟ้าตลอดทั้งวัน’ คำพูดเหล่านี้มีแต่จะทำให้พลเรือนรวมถึงพลเมืองอเมริกันในภูมิภาคและทั่วโลกตกอยู่ในอันตราย” ข้อความในจดหมายระบุ

กลุ่มสมาชิกรัฐสภายังย้ำว่า สหรัฐฯ มีพันธกรณีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงหลักการในการจำแนกเป้าหมาย (Distinction), หลักความได้สัดส่วน (Proportionality) และการป้องกันล่วงหน้า (Precaution) พร้อมระบุว่าการสื่อสารในทางตรงกันข้ามเป็นเรื่องที่ “ไม่อาจยอมรับได้” โดยพวกเขาอธิบายผลลัพธ์ของการทิ้งระเบิดครั้งนี้ว่า “น่าสยดสยอง”

 “ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จากการโจมตีคือเด็กผู้หญิงอายุระหว่าง 7 ถึง 12 ปี ซึ่งจนถึงขณะนี้ทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐบาลอิสราเอลยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้” พวกเขากล่าวเสริม พร้อมเรียกร้องให้มีการสืบสวนอย่างเร่งด่วนต่อเหตุโจมตีโรงเรียนและปฏิบัติการทหารอื่นๆ ที่อาจสร้างความเสียหายแก่พลเรือน โดยต้องเปิดเผยผลการสอบสวนต่อสาธารณะโดยเร็วที่สุด

 ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดโรงเรียนประถมในอิหร่านระบุว่า เหตุการณ์ที่โรงเรียนประถม Shajareh Tayyebeh เกิดขึ้นในช่วงเวลาเรียน ตามรายงานของสำนักข่าว Associated Press นับเป็นหนึ่งในการโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและน่าสลดใจที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม โดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่าเด็กหญิงที่เสียชีวิตมีอายุเพียง 7 ถึง 12 ปีเท่านั้น

 จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมโดย AP พบว่าโรงเรียนถูกทำลายจนพังพินาศเกือบทั้งหมด โดยตัวอาคารตั้งอยู่ใกล้กับอาคารของหน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) คือศูนย์วัฒนธรรม Seyyed Al-Shohada ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกโจมตี 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์ออกนาม 2 รายเปิดเผยกับ Reuters ก่อนหน้านี้ว่าผู้สอบสวนทางทหารของสหรัฐฯ เชื่อว่ากองกำลังอเมริกันน่าจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้

สหรัฐฯ ระบุว่ากองกำลังของตนตั้งเป้าไปที่ทรัพย์สินทางเรือของอิหร่าน แต่โรงเรียนในเมือง Minab จังหวัด Hormozgan ตั้งอยู่ใกล้กับค่ายทหารของกองพลทหารเรือ IRGC ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) กล่าวกับ Reuters ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ “จะไม่มีทางตั้งเป้าโจมตีโรงเรียนอย่างตั้งใจ”

เหตุทิ้งระเบิดโรงเรียนประถมสร้างความโกรธแค้นไปทั่วโลก โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุว่าโรงเรียนคือสถานที่พลเรือนและเด็กๆ คือกลุ่มที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การโจมตีโดยตรงถือเป็นสิ่งต้องห้าม ผู้เชี่ยวชาญของ UN ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การจู่โจมอย่างรุนแรงต่อเด็ก ต่อการศึกษา และต่ออนาคตของชุมชนทั้งหมด” และเน้นย้ำว่าพลเรือนต้องไม่ถูกปฏิบัติในฐานะ “ผลกระทบข้างเคียง” (Collateral)

นายกรัฐมนตรีอิตาลี นางจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การสังหารหมู่” ขณะที่ มาลาลา ยูซัฟไซ (Malala Yousafzai) นักเคลื่อนไหวชาวปากีสถาน เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ  โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แสดงความเสียใจและตกใจต่อเหตุโจมตีโรงเรียนเด็กหญิงทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยเรียกร้องให้มีการยุติความรุนแรงและต้องมีการแสดงความรับผิดชอบตามกฎหมายระหว่างประเทศ

  วุฒิสมาชิก คริส เมอร์ฟี (Chris Murphy) จากพรรคเดโมแครต รัฐคอนเนตทิคัต กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า “ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ จะเป็นผู้ดำเนินโจมตีโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อภัยให้ไม่ได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และข้อเท็จจริงที่ว่าความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกของสงคราม ย่อมสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพของผู้นำในกระทรวงกลาโหมของเรา”

IMCT NEWS13-03-2026

ที่มา https://www.newsweek.com/iran-school-strike-us-tomahawk-targeting-error-report-11660925

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน