‘หลังทรัมป์บีบ”ตัดเส้นทางเชื้อเพลิง–ขู่เก็บภาษีชาติผู้ส่ง
สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงฮาวานาประกาศความพร้อมในการจัดส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมไปยังคิวบา ท่ามกลางวิกฤตพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังจากสหรัฐอเมริกาได้ยกระดับมาตรการกดดันเพื่อตัดช่องทางการจัดหาพลังงานของเกาะแห่งนี้อย่างเข้มข้น
วิกฤตเชื้อเพลิงในคิวบาทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหันภายหลังกองกำลังสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวนายกรัฐมนตรีนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) แห่งเวเนซุเอลาเมื่อต้นเดือนมกราคม 2026 ส่งผลให้การส่งมอบน้ำมันจากกรุงคารากัสซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของคิวบาถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ รัฐบาลวอชิงตันยังข่มขู่จะบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรต่อประเทศใดก็ตามที่จัดส่งน้ำมันให้แก่คิวบา ทำให้เม็กซิโกตัดสินใจระงับการส่งน้ำมันดิบให้แก่เกาะคิวบาในเวลาต่อมา ขณะที่สหรัฐฯ เองยังคงรักษากฎหมายปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่อคิวบามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960
สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียยืนยันว่า คิวบากำลังเผชิญกับ “ภาวะขาดแคลนน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอย่างเฉียบพลัน” โดยระบุว่าแม้ความตึงเครียดจะยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งปี แต่การยุติการส่งมอบจากเวเนซุเอลายิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง รัสเซียจึงวางแผนที่จะจัดส่งเชื้อเพลิงในรูปแบบ “ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม” ในอนาคตอันใกล้ แม้จะยังไม่มีการระบุช่วงเวลาหรือปริมาณที่ชัดเจนก็ตาม
ปัจจุบันคาดการณ์ว่าคิวบามีน้ำมันสำรองเหลือเพียงพอสำหรับ 3 เดือนเท่านั้น ในขณะที่การขนส่งทางเรือจากท่าเรือโนโวรอสซีสค์ (Novorossiysk) ของรัสเซียมายังคิวบาต้องใช้เวลาประมาณ 40–50 วัน
การส่งมอบครั้งใหญ่ล่าสุดจากรัสเซียเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยเส่งน้ำมันจำนวน 100,000 ตัน ผ่านระบบสินเชื่อจากรัฐมูลค่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้รับอนุมัติจากประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน
ทั้งนี้ คิวบามีความต้องการเชื้อเพลิงเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 500 ถึง 600 ตันต่อวัน และต้องการถึง 8 ล้านตันต่อปีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามปกติ นอกจากนี้ รัสเซียยังให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาแหล่งน้ำมันดิบในประเทศ คาดว่าในเขตพื้นที่นอกชายฝั่ง North Cuba Basin อาจมีน้ำมันดิบสำรองสูงถึง 2 หมื่นล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศได้นานถึง 650 ปี
ในอีกด้านหนึ่ง จีนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนานใหญ่ โดยตั้งเป้าสร้างสวนโซลาร์เซลล์ 92 แห่งภายในปี 2028 เพื่อเพิ่มกำลังผลิต 2,000 เมกะวัตต์เข้าสู่ระบบ โครงการนี้ได้รับเงินสนับสนุนหลักผ่านสินเชื่อเพื่อการพัฒนาจากจีน โดยมีบริษัท “Yangtze Ecology and Energy Development Co.” (YEED) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งโครงการระยะแรกได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้วเมื่อต้นปี 2025 ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันที่สหรัฐฯ พยายามควบคุม
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมอสโกได้ออกมาประณามมาตรการของสหรัฐฯ ว่าเป็นการ “บีบคั้นทางเศรษฐกิจ” และเป็น “แนวปฏิบัติแบบลัทธิอาณานิคมใหม่” พร้อมยืนยันความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับคิวบา ขณะที่การให้บริการเที่ยวบินพลเรือนระหว่างรัสเซียและคิวบาได้ถูกสั่งระงับเป็นการชั่วคราวเนื่องจากปัญหาการเติมเชื้อเพลิงที่สนามบินในคิวบา
นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียชุดสุดท้ายได้เดินทางกลับประเทศแล้ว แต่เที่ยวบินเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมยังคงดำเนินต่อไปได้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า มาตรการกดดันนี้จะบีบให้ผู้นำคิวบาต้องยอมเจรจาเพื่อให้เกาะแห่งนี้ “กลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง” ทว่านานาชาติกลับมีความกังวลด้านมนุษยธรรมเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงพยาบาลในคิวบาเริ่มทยอยปิดตัว ระบบประปาและบำบัดน้ำเสียไม่สามารถทำงานได้จากการขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดใหญ่ เช่น อหิวาตกโรค (Cholera) โดยวอชิงตันอาจถูกมองว่าเป็นผู้รับผิดชอบหลักหากสถานการณ์บานปลาย
ปัจจุบันคิวบาถือเป็นประเทศพันธมิตรของกลุ่ม BRICS และมีข้อตกลงทางการค้ากับกลุ่ม CARICOM รวมถึงเม็กซิโก โดยมีประชากรที่ได้รับผลกระทบราว 11 ล้านคน
—
IMCT NEWS 17-02-2026
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/russia-to-supply-cuba-with-oil/



