วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

เผยแพร่

spot_img

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก !

ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน

                            การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง

                           ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

                           นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป

                          ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง ทั้งจากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ความผันผวนของค่าเงิน และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง

                         จิตติ  ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมของ สมาคมค้าทองคำ เคยแสดงความเห็นว่า หากไม่เกิดสงครามขนาดใหญ่ ราคาทองคำอาจไม่พุ่งไปถึงระดับ บาทละ 100,000 บาท ความเห็นดังกล่าวสะท้อนมุมมองของตลาดที่เชื่อมโยงราคาทองคำกับความตึงเครียดของสถานการณ์โลก

                         ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางของหลายประเทศเพิ่มการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในเอเชียและตะวันออกกลาง แนวโน้มดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามกระจายความเสี่ยงจากการถือครองเงินสกุลหลัก และลดการพึ่งพาระบบการเงินที่ผูกกับประเทศมหาอำนาจเพียงไม่กี่ประเทศ

                      ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำเกิดขึ้นในหลายประเทศพร้อมกัน ตลาดทองในเวียดนามมีความผันผวนสูงและราคาภายในประเทศบางช่วงสูงกว่าตลาดโลก ขณะที่สิงคโปร์ยังคงเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำของภูมิภาคและเป็นฐานสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ ส่วนมาเลเซียและอินโดนีเซียมีแนวโน้มที่ประชาชนหันมาถือทองคำมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินและเงินเฟ้อ

                     นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของราคาทองคำอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน เงินลงทุนบางส่วนอาจไหลออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ทองคำ ขณะที่การซื้อขายทองคำในปริมาณมากอาจมีผลต่อการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท นอกจากนี้ราคาทองที่สูงขึ้นยังส่งผลต่อธุรกิจเครื่องประดับ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

                    ในระดับระบบเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของราคาทองคำอย่างรวดเร็วอาจสะท้อนการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เงินทุนมักไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล กระบวนการดังกล่าวอาจทำให้ตลาดการเงินมีความผันผวนมากขึ้น และทำให้ธนาคารกลางของหลายประเทศต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

                  ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจเสนอว่า ภาครัฐควรติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการเงินและเงินทุนระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ประชาชนเพื่อลดความตื่นตระหนกของตลาด ขณะเดียวกันประชาชนควรระมัดระวังการลงทุนและไม่ตัดสินใจซื้อทองคำเพียงเพราะกระแสของตลาด โดยควรกระจายการลงทุนและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

                       แม้ราคาทองคำจะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในช่วงวิกฤต แต่ประวัติศาสตร์ของตลาดการเงินแสดงให้เห็นว่าราคาทองคำสามารถปรับตัวลงได้เช่นกันเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

                       ในช่วงเวลาที่ราคาทองคำกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่าทองจะขึ้นไปถึงระดับใด แต่คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังการปรับตัวของราคานั้น นั่นคือระดับความกังวลของตลาดต่ออนาคตของเศรษฐกิจโลก

                        ในตลาดการเงิน ผู้คนมักมองว่าทองคำที่พุ่งสูงคือสัญญาณของความมั่งคั่ง  จริงแล้วคือเครื่องเตือนว่า ความไม่แน่นอนของโลกอาจกำลังเพิ่มขึ้น เพราะในหลายช่วงของประวัติศาสตร์ วันที่ทองคำเปล่งประกายที่สุด มักเป็นวันที่โลกกำลังเผชิญความกังวลมากที่สุดเช่นกัน

2569-03-11   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”