ถ้า’ใช้อำนาจเกินขอบเขต’ ต้องคืนเงินแสนล้านดอลลาร์
Bloomberg รายงานว่า ศาลฎีกาสหรัฐฯ (US Supreme Court) กำหนดให้วันอังคารที่ 20 มกราคมเป็นวันอ่านคำวินิจฉัยนัดถัดไป ท่ามกลางการรอคอยทั่วโลกต่อคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรที่เป็นนโยบายหลักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ศาลไม่ได้ระบุว่าคำวินิจฉัยในคดีใดที่พร้อมจะเผยแพร่ โดยระบุเพียงว่าจะมีการอ่านคำตัดสินเมื่อคณะตุลาการขึ้นนั่งบัลลังก์ในเวลา 10:00 น. ตามเวลาวอชิงตัน
ทั้งนี้ หากคำวินิจฉัยเรื่องภาษีศุลกากรไม่ได้รับการเปิดเผยในสัปดาห์ที่จะถึง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องรอไปอีกอย่างน้อย 1 เดือน เนื่องจากปกติแล้วตุลาการจะนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ผ่านการไต่สวนมาแล้ว และวันพุธนี้ถูกกำหนดให้เป็นวันพิจารณาคดีนัดสุดท้ายก่อนที่จะเว้นช่วงไปจนถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์
หากศาลมีคำวินิจฉัยตัดสินค้านการใช้มาตรการภาษีของทรัมป์ จะถือเป็นการทำลายหัวใจสำคัญของวาระทางเศรษฐกิจของเขา และจะเป็นความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เขากลับคืนสู่ทำเนียบขาว ประเด็นสำคัญอยู่ที่การจัดเก็บภาษีศุลกากรใน “วันแห่งการปลดปล่อย” (Liberation Day) เมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งมีการเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 ถึง 50 สำหรับสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ รวมถึงภาษีที่เรียกเก็บจากแคนาดา (Canada), เม็กซิโก (Mexico) และจีน (China) โดยอ้างเหตุผลเรื่องการจัดการปัญหาการลักลอบขนส่งยาเสพติดเฟนทานิล (Fentanyl)
ในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 ศาลได้แสดงท่าทีเคลือบแคลงสงสัยว่าทรัมป์มีอำนาจในการกำหนดภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมายปี 1977 หรือไม่ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจพิเศษแก่ประธานาธิบดีในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยหากศาลตัดสินค้านทรัมป์ อาจส่งผลให้ต้องมีการคืนเงินภาษีรวมมูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 4.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพทางการคลังและนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ
—
IMCT NEWS 17-1-2026



