กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งเตือนให้พลเมืองชาวอเมริกันใน 14 ประเทศตะวันออกกลางเดินทางออกจากประเทศทันที โดยใช้การขนส่งเชิงพาณิชย์ที่มีให้บริการ ระบุมีความเสี่ยงร้ายแรงต่อความปลอดภัย
เมื่อเวลา 04.49น. วันที่ 3 มี.ค. 2569 ตามเวลาประเทศไทย ในแพลตฟอร์ม X บัญชี @AsstSecStateCA ของโมรา นัมดาร์ นักการทูตชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่าน ปัจจจุบันเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการกงสุล (Assistant Secretary of State for Consular Affairs) ประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เผยแพร่โพสต์ระบุว่า “@SecRubio (รัฐมนตรีมาร์โก รูบิโอ) และ @StateDept (กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ) ขอแจ้งเตือนพลเมืองอเมริกันให้ “เดินทางออกทันที” (DEPART NOW) จากประเทศที่มีรายชื่อด้านล่างนี้ โดยใช้การขนส่งเชิงพาณิชย์ที่มีให้บริการ เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง”
นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า “สำหรับชาวอเมริกันที่ต้องการความช่วยเหลือจากกระทรวงการต่างประเทศ ในการจัดการเพื่อเดินทางออกผ่านช่องทางพาณิชย์ สามารถโทรติดต่อเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง 1-202-501-4444 (หากโทรจากต่างประเทศ) และ +1-888-407-4747 (หากโทรจากสหรัฐฯ และแคนาดา) และขอให้ลงทะเบียน (ENROLL) ที่เว็บไซต์ http://step.state.gov เพื่อรับข้อมูลอัปเดตด้านความมั่นคงล่าสุดจากสถานทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่ใกล้ที่สุด”
สำหรับ 14 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ถูกระบุตามรายชื่อข้างต้นประกอบไปด้วย
1. บาห์เรน (Bahrain)
2. อียิปต์ (Egypt)
3. อิหร่าน (Iran)
4. อิรัก (Iraq)
5. อิสราเอล + ปาเลสไตน์ (Israel + Palestine)
6. จอร์แดน (Jordan)
7. คูเวต (Kuwait)
8. เลบานอน (Lebanon)
9. โอมาน (Oman)
10. กาตาร์ (Qatar)
11. ซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia)
12. ซีเรีย (Syria)
13. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
14. เยเมน (Yemen)
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าประกาศดังกล่าวไม่ได้มีการเผยแพร่อย่างเป็นทางการในช่องทางโซเชียลอย่างเป็นกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แต่อย่างใด ขณะที่จากการประเมิน ยอดรวมพลเมืองอเมริกันในพื้นที่เสี่ยงภัย 14 ประเทศตะวันออกกลางข้างต้น คาดการณ์ว่ามีอยู่ระหว่าง 400,000 ถึง 600,000 คน โดยหากนับรวมผู้ถือสองสัญชาติอาจพุ่งสูงถึงเกือบ 1,000,000 คน ทั่วทั้งภูมิภาค
ที่มา >> https://x.com/AsstSecStateCA/status/2028588420403241021/



