หน้าแรกINSIDE - INSIGHTปิดน่านฟ้าไซปรัสไล่ล่า “เนทันยาฮู”  ศึกชำระแค้นสะเทือนโลก อิหร่านรุกฆาตเป้าหมายบุคคลสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล

ปิดน่านฟ้าไซปรัสไล่ล่า “เนทันยาฮู”  ศึกชำระแค้นสะเทือนโลก อิหร่านรุกฆาตเป้าหมายบุคคลสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล

เผยแพร่

spot_img

ไทยอ่วมราคาน้ำมันพุ่ง รัฐบาลเปิดห้องปฏิบัติการภาวะสงคราม  รับศึกยืดเยื้อ

                               วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางยกระดับสู่ “สงครามไล่ล่าสังหาร” เต็มรูปแบบ หลังมีรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวต่าวประเทศระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล บาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวไปรักษาในไซปรัส ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจขยายวงรบเปิดศึกน่านฟ้าใหม่เพื่อปิดบัญชีแค้น ท่ามกลางยุทธศาสตร์สงครามบั่นทอนระยะยาวของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่มุ่งเป้าทำลายมหาอำนาจตะวันตก ขณะที่ประเทศไทยเริ่มเผชิญ “แรงกระแทกต่อเนื่อง” (Chain Reaction) ทางพลังงานอย่างรุนแรง บังคับให้รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉินและยกระดับแผนสำรองน้ำมันสูงสุดเพื่อรับมือวิกฤตที่อาจลากยาวกว่าที่คาดการณ์

                               สถานการณ์ความขัดแย้งในขณะนี้แปรเปลี่ยนจากสมรภูมิชายแดนเข้าสู่ “สงครามจารกรรมไร้พรมแดน” อย่างสมบูรณ์ ข้อมูลความมั่นคงล่าสุดเปิดเผยพิกัดใหม่ในประเทศไซปรัสที่กลายเป็นสมรภูมิเดือด หลังอิหร่านระดมขีปนาวุธถล่มเป้าหมายที่เชื่อว่าเป็นที่กบดานของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู โดยเตหะรานประกาศกร้าวถึงภารกิจปลิดชีพผู้นำอิสราเอลให้จงได้ ก่อนจะมุ่งเป้าไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นลำดับถัดไป แม้จะมีกระแสข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดคาเมเนอี แต่อิหร่านกลับแสดงศักยภาพของระบบบัญชาการและควบคุม (Command and Control) ที่แข็งแกร่ง โดยกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังคงเคลื่อนไหวตามแผนการรบที่วางไว้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ มุ่งเป้าทำลายเสถียรภาพเงินดอลลาร์สหรัฐและปิดตายเส้นทางลำเลียงพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กดดันให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง

                                สำหรับประเทศไทย ผลกระทบได้ก่อตัวเป็นพายุที่ซัดเข้าหาภาคเศรษฐกิจอย่างจัง ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศถูกปรับขึ้นทันทีจากการชะงักงันของเส้นทางขนส่งตะวันออกกลาง ส่งผลให้รัฐบาลไทยต้องตัดสินใจประกาศสภาวะฉุกเฉินทางพลังงานเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ โดยได้สั่งยกระดับการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ ขึ้นสู่ระดับ 70-90 วันทันที เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทดแทนปริมาณสำรองเดิมที่มีเพียง 61 วัน ขณะเดียวกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มียอดติดลบวิกฤต กำลังถูกบีบให้ต้องจัดหาแหล่งเงินกู้ก้อนมหาศาลเพื่อพยุงราคาไม่ให้กระทบต่อภาคขนส่งและค่าครองชีพประชาชนไปมากกว่านี้

                               ในเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ ท่าทีของรัฐบาลไทยภายใต้หลักการ “ความเป็นกลางเชิงรุก” กำลังถูกทดสอบอย่างหนักบนทางสองแพร่ง ระหว่างการรักษาความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับพันธมิตรตะวันตก หรือการตัดสินใจเดินหน้าเจรจาหาแหล่งพลังงานราคาถูกจากขั้วอำนาจใหม่เพื่อประคองตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจภายใน 

                              การวิเคราะห์เชิงลึกชี้ชัดว่า หากการไล่ล่าผู้นำในไซปรัสยังไม่ยุติ และอิหร่านเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิน 90 วันตามคำขู่ มาตรการพยุงราคาของไทยอาจถึงจุดสงบนิ่ง จนรัฐบาลต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก

                           ผู้เชี่ยวชาญพลังงานเสนอว่า รัฐบาลต้องเร่งประกาศธรรมนูญพลังงานฉุกเฉินเพื่อปันส่วนเชื้อเพลิง (Fuel Rationing) ภาคการผลิต ควบคู่กับการเจรจานำเข้าพลังงานแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) จากกลุ่มขั้วอำนาจใหม่โดยตรง พร้อมยกระดับคลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ให้ถึง 90 วันทันที เพื่อสร้างระบบ” กันชน“ ปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพประชาชนอย่างเด็ดเดี่ยว

                        ท่ามกลางความผันผวนระดับมหภาคนี้ ชีวิตประจำวันของคนไทยที่ผูกติดอยู่กับพาหนะที่ต้องใช้น้ำมัน ต่างต้องตกอยู่ในภาวะใจระทึกและเฝ้าติดตามข่าวสารนี้อย่างใกล้ชิดในทุกวัน เพราะทุกวินาทีของความขัดแย้งในต่างแดน หมายถึงภาระค่าใช้จ่ายและลมหายใจทางเศรษฐกิจที่สั้นลงทุกขณะ

2569-03-04    “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

ข่าวอื่นๆ

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)