วันพุธ, กุมภาพันธ์ 4, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกสหรัฐฯ ส่งเรือรบประเดิมฐานทัพเรียม! วัดใจกัมพูชา 

สหรัฐฯ ส่งเรือรบประเดิมฐานทัพเรียม! วัดใจกัมพูชา 

เผยแพร่

spot_img

พิสูจน์ปม ‘ฐานทัพลับจีน’ หรือแค่การทูตจัดฉาก

SCMP รายงานว่า การมาเยือนของเรือรบสหรัฐฯ ณ ท่าเรือกัมพูชาซึ่งก่อสร้างด้วยการสนับสนุนหลักจากจีนตอกย้ำถึงการดำเนินนโยบายสร้างสมดุลระหว่างมหาอำนาจของรัฐบาลพนมเปญ อย่างไรก็ตาม เหล่านักสังเกตการณ์ระบุว่าความกังวลของอเมริกาที่มีต่อการที่ปักกิ่งเข้ามามีอิทธิพลเหนือสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ดังกล่าวยังคงไม่จางหายไป

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เรือ USS Cincinnati เดินทางมาถึงฐานทัพเรือเรียม (Ream Naval Base) เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มกราคม โดยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกองกำลังกัมพูชาและสหรัฐฯ ก่อนจะเดินทางออกจากจังหวัดพระสีหนุเมื่อวันพุธที่ 4กุมภาพันธ์

เรือรบชายฝั่งลำนี้ถือเป็นเรือรบอเมริกันลำแรกที่เข้าจอดเทียบท่า ณ ฐานทัพแห่งนี้นับตั้งแต่การขยายพื้นที่เสร็จสิ้นในเดือนเมษายน 2025 และเป็นเรือลำแรกของสหรัฐฯ ที่มาเยือนราชอาณาจักรกัมพูชานับตั้งแต่เรือ USS Savannah ได้แวะจอดที่ท่าเรืออิสระสีหนุวิลล์เมื่อเดือนธันวาคม 2024

ฐานทัพเรือเรียมได้รับการสนับสนุนงบประมาณมหาศาลและการขยายพื้นที่จากปักกิ่งมาตั้งแต่ปี 2022 โดยได้รับการปรับโฉมเพื่อรองรับเรือรบขนาดใหญ่และทันสมัย รวมถึงการยกระดับที่สำคัญ เช่น ท่าเทียบเรือน้ำลึกความยาว 300 เมตร (980 ฟุต), อู่แห้งขนาด 5,000 ตัน และศูนย์โลจิสติกส์และการฝึกอบรมร่วม

การยกระดับดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าฐานทัพเรียมกำลังกลายเป็นฐานที่มั่นถาวรของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (Chinese People’s Liberation Army) ซึ่งคล้ายกับฐานทัพในประเทศจิบูตี (Djibouti) โดยพบว่าเรือคอร์เวต (Corvettes) ของกองทัพเรือจีนได้คงการประจำการแบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเกือบตลอดเวลา ณ ฐานทัพแห่งนี้มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023

 แม้พนมเปญจะยอมรับว่าได้รับเงินทุนจากจีนในการยกระดับพื้นที่ แต่ยืนยันว่าฐานทัพแห่งนี้เปิดกว้างสำหรับเรือจากทุกประเทศ นอกเหนือจากการมาเยือนเป็นเวลา 5 วันของเรือ USS Cincinnati แล้ว ยังมีเรือ 2ลำจากกองกำลังป้องกันตนเองทางเรือของญี่ปุ่น ได้แก่เรือ Bungo และ Etazima ที่มาเยือนฐานทัพเรียมเมื่อเดือนเมษายน 2025  ตามมาด้วยเรือจากกองทัพเรือเวียดนามในเวลาต่อมา

อับดุล ราห์มาน ยาขอบ (Abdul Rahman Yaacob) นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันคลังสมองอิสระ Verve Research ระบุว่าการมาเยือนเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยขจัดความกังวลของสหรัฐฯ ได้ง่ายนัก โดยหนึ่งในข้อสงสัยท่ามกลางหน่วยข่าวกรองทางทหารในภูมิภาค รวมถึงอเมริกา คือจีนกำลังใช้ฐานทัพเรียมเป็น “ศูนย์รวบรวมข่าวกรอง” (intelligence collation centre) ซึ่งสามารถตรวจสอบกิจกรรมทางทะเลในอ่าวไทยและน่านฟ้าในส่วนทางใต้ของเวียดนามได้

 โซพัล เอีย (Sophal Ear) รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา (Arizona State University) ระบุว่าการอนุญาตให้เรือรบสหรัฐฯ จอดที่ฐานทัพเรียม พนมเปญต้องการ “โต้แย้ง” ข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นสถานที่เฉพาะสำหรับจีนเท่านั้น “แต่การเข้าถึงเชิงสัญลักษณ์ไม่เหมือนกับการมีความโปร่งใสเชิงโครงสร้าง” เขากล่าว พร้อมชี้ว่าการยกระดับ การให้เงินทุน และการควบคุมทางเทคนิคของฐานทัพยังคงเป็นของจีนอย่างล้นหลาม

ทางด้านวอชิงตันยังคงรักษาจุดยืนว่าคำถามสำคัญไม่ใช่เรื่องของการมาเยือนเป็นครั้งคราว แต่เป็นเรื่องที่ว่าใครสามารถปฏิบัติการที่นั่นได้เป็นประจำ ใครเป็นผู้ควบคุมโครงสร้างพื้นฐานในการสั่งการและควบคุม และการเข้าถึงนั้นได้รับการรับประกันหรือไม่ หรือเป็นเพียงการอนุญาตเฉพาะกิจเป็นรายครั้งไป

 ชานริท งิน (Chanrith Ngin) นักวิชาการกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยอ๊อคแลนด์ (University of Auckland) ในนิวซีแลนด์ กล่าวว่ากัมพูชาใช้การเยือนครั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึง “การสร้างความหลากหลายในนโยบายต่างประเทศ เพื่อสื่อสารถือภาพลักษณ์ว่าตนไม่ได้อยู่ในวงโคจรของจีน” แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถขจัดความกังวลที่ว่าปักกิ่งถือ “อภิสิทธิ์ในการเข้าถึงฐานทัพเมื่อจำเป็น” โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากการที่จีนให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ เช่น การบริจาคเรือรบที่ทันสมัยอย่างเรือคอร์เวต Type 056C และการฝึกซ้อมรบร่วมกัน

 งิน (Ngin) ยังระบุอีกว่า การมาเยือนของเรือรบสหรัฐฯ และการฟื้นฟูความร่วมมือทางทหารแบบทวิภาคีเป็นส่วนหนึ่งของ “ข้อตกลง”  กับวอชิงตัน สำหรับบทบาทของสหรัฐฯ ในการช่วยรักษาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย 

ระหว่างการเยือน พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร (Samuel Paparo) ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ เข้าพบกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี และเตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีกลาโหม  เพื่อหารือเกี่ยวกับการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมทางทหารระหว่างกัน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะรื้อฟื้นการฝึกทางทหารร่วม “Angkor Sentinel” ประจำปี ซึ่งถูกระงับไปตั้งแต่ปี 2017

ในสัปดาห์นี้ ฮุน มาเนต ระบุว่าประเทศของเขาได้รับคำเชิญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง “คณะกรรมการเพื่อสันติภาพ” (Board of Peace) ซึ่งเป็นโครงการทางการทูตที่มุ่งส่งเสริมการรักษาสันติภาพในฉนวนกาซา โดยกัมพูชาจะเข้าร่วมในวาระ 3 ปี ซึ่งไม่มีภาระผูกพันทางการเงิน แทนที่จะจ่ายค่าธรรมเนียม 1 พันล้านดอลลาร์สำหรับ “สมาชิกถาวร”

 งิน (Ngin) มองว่าการเข้าร่วมคณะกรรมการดังกล่าวเป็น “ก้าวย่างทางยุทธศาสตร์” เมื่อพิจารณาจากบทบาทของวอชิงตันในการช่วยรักษาข้อตกลงหยุดยิงกับไทย หลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วอชิงตันได้ทำหน้าที่คนกลางและพยายามรักษาข้อตกลงหยุดยิงผ่านการแทรกแซงทางการทูตโดยตรง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการสนับสนุนทางการเงินเพื่อเสถียรภาพในภูมิภาค

“ความขัดแย้งกับไทยทำให้กัมพูชายอมรับว่า สหรัฐฯ ไม่ใช่จีน ที่มีอำนาจสูงสุดในการหยุดสงครามและรับประกันว่า [กรุงเทพฯ] จะไม่รุกล้ำอธิปไตยของตนเพิ่มเติม” งิน (Ngin) กล่าว พร้อมเสริมว่าการเสียดินแดนให้เพื่อนบ้านมากขึ้นจะทำให้ความชอบธรรมของพรรครัฐบาลกัมพูชาตกอยู่ในความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่ากัมพูชากำลังหันหลังให้กับเพื่อนบ้านที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างจีน “นี่เป็นเพียงกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง ที่กัมพูชาใช้มานาน โดยการสร้างสมดุลและใช้ประโยชน์จากมหาอำนาจทั้งสองเพื่อเสถียรภาพและการพัฒนาของตนเอง” งิน (Ngin) ระบุ

 ความพยายามของกัมพูชาในการปรับปรุงความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ มีแนวโน้มมาจากความผิดหวังต่อจีนที่ไม่สามารถใช้อิทธิพลโน้มน้าวให้ไทยงดเว้นจากการโจมตีอย่างต่อเนื่องในข้อพิพาทชายแดน เนื่องจากปักกิ่งเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและผู้จัดหาอาวุธหลักของกรุงเทพฯ รวมถึงการที่ไทยซื้อรถหุ้มเกราะและเรือดำน้ำจากจีน ดังนั้นกัมพูชาจึงมีความกังวลอย่างยิ่งว่าปักกิ่งจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับกรุงเทพฯ มากกว่าพนมเปญ การสร้างความหลากหลายในพันธมิตรด้านความมั่นคงแทนที่จะพึ่งพาจีนเพียงอย่างเดียวจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สมเหตุสมผล

IMCT NEWS 02-02-2026

ที่มา https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3341797/will-us-warship-visit-calm-fears-intelligence-outpost-cambodian-naval-base?module=top_story&pgtype=section

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้งล่วงหน้า 80% ไม่ใช่คำทำนาย 8 กพ. บทพิสูจน์จริงอยู่ที่วันเลือกตั้งใหญ่

การลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มาใช้สิทธิจำนวนมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเลือกตั้งขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองสำคัญ ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิในหลายจังหวัดแตะระดับกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า

โซเครตีสกับประชาธิปไตย: วิกฤตแห่งปัญญาในระบอบเสียงข้างมาก

โซเครตีสไม่ได้มองว่าประชาธิปไตยคือระบอบที่สมบูรณ์แบบ กลับกัน เขามองเห็น "จุดอ่อนร้ายแรง" ที่อาจนำพารัฐไปสู่หายนะ หากปราศจากองค์ประกอบสำคัญนั่นคือ "ปัญญา" (Wisdom)

ปิดตำนาน “ทหารเสือราชินี” ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานชื่อค่ายทหารใหม่ จากเดิม “กรมทหารราบที่ ๒๑ รักษาพระองค์ ใน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” หรือ “ค่ายนวมินทราชินี” (ร.๒๑ รอ.) เป็น “ค่ายมหาวชิราลงกรณ์ราชวัลลภ” หรือ “กรมทหารราบที่ ๙๐๒ รักษาพระองค์ ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” (ร.๙๐๒ รอ.)

 5 นาทีหลังมื้อเย็น ที่ช่วยให้ “หลอดเลือดสะอาดขึ้น” 

หลังจากเรากินอาหารเสร็จใหม่ ๆ หลอดเลือดของเราจะเหนื่อยที่สุดในรอบวัน เพราะต้องรับมือกับน้ำตาล ไขมัน และพลังงานจำนวนมาก บางคนกินเสร็จแล้วนั่งเฉย หรือเอนหลังดูซีรีส์เลย สิ่งที่เกิดขึ้นคือเลือดไหลช้าลง เหมือนท่อน้ำที่เริ่มมีตะกอนเกาะ

ข่าวอื่นๆ

อิหร่านงัดยุทธศาสตร์ ‘โดรน 1,000 ลำ’ ป้องปรามสหรัฐฯ หลังทรัมป์ขู่ถล่มบีบเจรจานิวเคลียร์

Newsweek รายงานว่า  กองทัพอิหร่านประกาศระดมพล “โดรนยุทธศาสตร์” รุ่นใหม่จำนวน 1,000 ลำ เข้าประจำการใน 4 เหล่าทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการโจมตีทางทหารที่อาจเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤตความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  สำนักข่าว Tasnim กระบอกเสียงกึ่งทางการของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม...

5 ผู้นำโลกแห่เยือนปักกิ่ง กระจายความเสี่ยงจากความป่วนของสหรัฐ

ผู้นำประเทศอย่างน้อย 5 คน ในเดือนมกราคม เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เดินทางไปพบสี จิ้นผิง ขณะที่ ยามานดู ออร์ซี ประธานาธิบดีอุรุกวัย มีกำหนดเดินทางเยือนจีนสัปดาห์หน้า

อิหร่านลั่นพร้อมโต้กลับสหรัฐฯ ‘ขั้นรุนแรงเป็นประวัติการณ์’ จีนเตือนทุกฝ่ายอย่าเริ่มสงคราม

ทางการอิหร่านประกาศว่าพร้อมจะดำเนินการตอบโต้อย่างไม่เคยมีมาก่อนต่อการโจมตีใดๆ จากสหรัฐฯ ภายหลังการข่มขู่จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์โดยอิหร่านยืนยันว่าจะ "ตอบโต้ในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน"