หน้าแรกข่าวรอบโลกสะเทือนการค้าโลก! “ทรัมป์” เดินแผนใหม่ลงนามขึ้นภาษีโลก 10% งัด ม.122 ใช้ 150 วัน

สะเทือนการค้าโลก! “ทรัมป์” เดินแผนใหม่ลงนามขึ้นภาษีโลก 10% งัด ม.122 ใช้ 150 วัน

เผยแพร่

spot_img

 “ทรัมป์” ลงนามคำสั่งเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกเป็นเวลา 150 วัน ใช้มาตรา 122 แทนมาตรการเดิมหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ชี้ใช้อำนาจเกินขอบเขต ตลาดทุนทั่วโลกจับตาผลกระทบ

 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งบริหารฉบับใหม่ เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน หลังจากเผชิญความพ่ายแพ้ทางกฎหมายครั้งสำคัญ เมื่อศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเพิกถอนมาตรการภาษีฉุกเฉินเดิม

 คำสั่งใหม่นี้อาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 ซึ่งเปิดช่องให้ประธานาธิบดีสามารถจัดเก็บภาษีพิเศษได้สูงสุด 15% เพื่อแก้ไขปัญหาดุลการชำระเงิน โดยมาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐฯ

 ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ว่าการใช้อำนาจฉุกเฉินเพื่อจัดเก็บภาษีของทรัมป์เกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการใหม่เพื่อรักษาฐานรายได้ภาษีนำเข้า

 สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผ่านสื่อโทรทัศน์ว่า การใช้มาตรา 122 ควบคู่กับการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 จะช่วยคงระดับรายได้จากภาษีในปี 2569 แม้รูปแบบการจัดเก็บอาจซับซ้อนมากขึ้น พร้อมยอมรับว่าคำตัดสินของศาลทำให้พลังต่อรองของสหรัฐฯ ลดลงบางส่วน

 สำหรับคำสั่งใหม่ ยังคงมีข้อยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์การบิน ยา แร่ธาตุสำคัญ และสินค้าเกษตร รวมถึงการยกเว้นให้เม็กซิโกและแคนาดาภายใต้ข้อตกลง USMCA ขณะที่ประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ที่เคยถูกเก็บภาษีฉุกเฉินในอัตรา 10% ถึง 50% จะถูกปรับมาใช้อัตราเดียวที่ 10% ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่

 แม้มาตรา 122 จะมีข้อจำกัดให้ใช้ได้เพียง 150 วัน และการขยายเวลาต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ทรัมป์ยังคงแสดงจุดยืนแข็งกร้าว โดยโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียระบุว่า การลงนามครั้งนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้สหรัฐฯ และทำให้ประเทศแข็งแกร่งขึ้น

 ขณะเดียวกัน ตลาดวอลล์สตรีทและตลาดเอเชียยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคำตัดสินของศาลอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งทรัมป์ยอมรับว่าอาจเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและยืดเยื้อในชั้นศาลอีกหลายปี

ข่าวล่าสุด

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน