หน้าแรกข่าวรอบโลกหลักฐานมัดขีปนาวุธ Patriot ของสหรัฐฯ สกัดพลาดเป้า

หลักฐานมัดขีปนาวุธ Patriot ของสหรัฐฯ สกัดพลาดเป้า

เผยแพร่

spot_img

ระเบิดกลางชุมชนบาห์เรน พลเรือนเจ็บระนาว-บ้านเรือนพังยับ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นักวิจัยด้านอาวุธและข่าวกรองโอเพ่นซอร์สชี้ว่า จรวดสกัดกั้นจากระบบ Patriot ซึ่งระเบิดเหนือย่านที่อยู่อาศัย Mahazza บนเกาะซิทรา (Sitra) ประเทศบาห์เรนเมื่อช่วงก่อนรุ่งสางวันที่ 9 มีนาคม มีแนวโน้มสูงว่าเป็นจรวดจากแบตเตอรี่ Patriot ที่สหรัฐฯ เป็นผู้ปฏิบัติการ มากกว่าจะเป็นของกองทัพบาห์เรนเอง โดยเหตุระเบิดดังกล่าวทำให้พลเรือนบาดเจ็บอย่างน้อย 32 คน รวมถึงเด็ก และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนหลายหลัง

ทั้งบาห์เรนและวอชิงตันต่างกล่าวโทษว่าเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม เป็นผลจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน โดยทางการบาห์เรนระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย รวมถึงเด็ก และบางรายมีอาการสาหัส ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เคยโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ในวันเกิดเหตุว่าโดรนของอิหร่านได้พุ่งชนย่านที่พักอาศัยในบาห์เรน

อย่างไรก็ตาม ในการตอบคำถามของรอยเตอร์เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม บาห์เรนยอมรับเป็นครั้งแรกว่ามีขีปนาวุธ Patriot เกี่ยวข้องกับการระเบิดเหนือย่านมาฮัซซา (Mahazza) บนเกาะซิตรา (Sitra) ตั้งอยู่ใกล้กับโรงกลั่นน้ำมันสำคัญ โดยโฆษกรัฐบาลบาห์เรนแถลงว่าขีปนาวุธประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นโดรนอิหร่านกลางอากาศ และความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการตกกระแทกพื้นโดยตรงของทั้งขีปนาวุธหรือโดรน

 ทั้งนี้ ทั้งบาห์เรนและสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงหลักฐานยืนยันการมีอยู่ของโดรนอิหร่านในเหตุการณ์ที่มาฮัซซาแต่อย่างใด

ความเสี่ยงของกลยุทธ์การป้องกันภัยทางอากาศ

การใช้อาวุธขั้นสูงราคาแพงเพื่อป้องกันการโจมตีจากโดรนราคาถูกกลายเป็นลักษณะเด่นของสงครามครั้งนี้ แต่อุบัติการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและข้อจำกัด โดยแรงระเบิดจาก Patriot ที่ทรงพลัง ไม่ว่าจะสกัดกั้นโดรนได้จริงหรือไม่ ส่งผลให้เกิดความเสียหายและผู้บาดเจ็บเป็นวงกว้าง ขณะที่ระบบป้องกันภัยของบาห์เรนไม่สามารถป้องกันการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในคืนเดียวกันนั้นได้

ทางด้านทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุเพียงว่าสหรัฐฯ กำลัง “บดขยี้” ขีดความสามารถของอิหร่านในการผลิตและยิงโดรน พร้อมย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ “ไม่เคยตั้งเป้าหมายไปที่พลเรือน” แต่ไม่ได้ตอบคำถามเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ Patriot ในครั้งนี้

ผลการสืบสวนจากฐานข้อมูลเปิด (OSINT)

แซม แลร์, ไมเคิล ดุตส์มัน และศาสตราจารย์เจฟฟรีย์ ลูอิส จากสถาบันมิดเดิลเบอรี (Middlebury Institute of International Studies) สรุปด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลางถึงสูงว่า ขีปนาวุธดังกล่าวน่าจะถูกยิงมาจากฐานทัพ Patriot ของสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากย่านมาฮัซซาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 7 กิโลเมตร

ข้อสรุปนี้อ้างอิงจากการตรวจสอบวิดีโอและภาพถ่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ โดยมีหลักฐานสำคัญคือวิดีโอที่ถ่ายจากอาคารที่พักอาศัยซึ่งแสดงภาพขีปนาวุธพุ่งผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืนในระดับต่ำ ก่อนจะหักมุมลงและระเบิดขึ้นใน 1.3 วินาทีต่อมา ซึ่ง ฮานี ฟาริด ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลจาก UC Berkeley ยืนยันว่าไม่พบหลักฐานว่าวิดีโอดังกล่าวถูกสร้างโดย AI

นักวิจัยระบุว่าฐานทัพในเมืองริฟฟา (Riffa) มีลักษณะเฉพาะที่ตรงกับหน่วย Patriot ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค เช่น กำแพงป้องกัน ถนนที่ไม่ได้ลาดยาง และการขาดแคลนอาคารแบบถาวร ซึ่งต่างจากฐานทัพที่บาห์เรนดำเนินการเอง นอกจากนี้ บาห์เรนเพิ่งจะเริ่มใช้งานระบบ Patriot ของตนเองในปี 2024 ขณะที่ฐานทัพในริฟฟามีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2009 เป็นอย่างน้อย

รูปแบบความเสียหายที่ขัดแย้งกับคำแถลง

แม้บาห์เรนจะอ้างว่าเป็นการสกัดกั้นโดรน แต่นักวิจัยพบว่าทิศทางของความเสียหายและการขาดหลักฐานของซากโดรนในย่านดังกล่าว บ่งชี้ไปอีกสถานการณ์หนึ่ง นั่นคือ “การระเบิดเกิดจากหัวรบและเชื้อเพลิงที่ยังเหลืออยู่ของขีปนาวุธ Patriot เอง”

จากการตรวจสอบภาพความเสียหายพบว่ารอยทำลายกระจุกตัวอยู่ตามถนน 4 สายในย่านมาฮัซซา และภาพภายในบ้านที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางการระเบิด 120 เมตร แสดงให้เห็นรูโหว่บนผนังที่เกิดจากสะเก็ดระเบิด ซึ่งตรงกับรูปแบบที่คาดการณ์ได้หากขีปนาวุธ Patriot ระเบิดกลางอากาศเหนือทางแยกในหมู่บ้าน

โรเบิร์ต มาเฮอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงที่ตรวจสอบวิดีโอเสริมว่า ผลวิเคราะห์สนับสนุนตำแหน่งการระเบิดเหนือบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย โดยในวิดีโอเห็นแสงวาบที่วินาทีที่ 8 แต่ไม่ได้ยินเสียงระเบิดก่อนที่คลิปจะจบลงในวินาทีที่ 19 ซึ่งสอดคล้องกับระยะทางและเวลาเดินทางของเสียงในพิกัดดังกล่าว

IMCT NEWS 23-03-2026

ที่มา https://www.reuters.com/investigations/patriot-missile-involved-bahrain-blast-likely-us-operated-analysis-finds-2026-03-22/

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน