หน้าแรกข่าวรอบโลกเด็กหญิงแม็กซิกัน ทำลายสถิติไอคิวระดับโลก ตัวเลขทะลุถึง "162"

เด็กหญิงแม็กซิกัน ทำลายสถิติไอคิวระดับโลก ตัวเลขทะลุถึง “162”

เผยแพร่

spot_img

ทุกคนครับ ในยุคที่เรากำลังตื่นเต้นกับความฉลาดล้ำโลกของ AI… โลกก็เพิ่งส่ง “มนุษย์” ที่ฉลาดกว่าอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มาให้เราได้รู้จักครับ

เมื่อเราพูดถึง “ขีดสุด” ของสติปัญญามนุษย์ (HI – Human Intelligence) ชื่อของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ หรือ สตีเฟน ฮอว์กิง จะต้องโผล่ขึ้นมาเป็นสแตนดาร์ดเสมอ สองอัจฉริยะนี้มีระดับไอคิว (IQ) ประเมินอยู่ที่ประมาณ 160

หลายคนเชื่อว่า ด้วยการมาถึงของ AI ล้ำๆ อย่าง ChatGPT หรือ Gemini มนุษย์คงไม่มีวันสู้ความฉลาดระดับประมวลผลมหาศาลได้อีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม… โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนครับ เพราะข่าวล่าสุดที่กำลังไวรัล คือ “ปรากฏการณ์” ของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ทำลายสถิติไอคิวระดับโลก ด้วยตัวเลขทะลุถึง “162”

เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาจากห้องแล็บในซิลิคอนแวลลีย์ แต่เธอคือภาพสะท้อนว่า พรสวรรค์ของมนุษย์ เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้จริงๆ

นี่คือเรื่องราวของ “อัดฮารา เปเรซ ซานเชซ” (Adhara Pérez Sánchez) เด็กหญิงที่ไม่ได้มีแค่สถิติไอคิวที่น่าขนลุก แต่มันรวมถึง “บาดแผล” จากระบบที่เกือบจะฝังกลบอัจฉริยะภาพของเธอไปตลอดกาล

เรื่องราวมันเป็นอย่างไร ลองมาดูบทสรุป 15 ข้อนี้กันครับ

อัดฮารา เกิดและเติบโตที่ย่านยากจนในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เธอไม่ใช่เด็กที่เกิดมาปั๊บแล้วโชว์ความอัจฉริยะให้โลกเห็นทันที ตรงกันข้าม ตอนอายุ 3 ขวบ เธอถูกหมอวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก (Autism / Asperger’s syndrome)

สำหรับเด็กออทิสติก การเข้าสังคมคือเรื่องที่ยากลำบากที่สุด เมื่ออัดฮาราเข้าโรงเรียนอนุบาล เธอไม่ได้เพื่อนเลย แถมโดนเพื่อนล้อ รังแกและ ถากถาง (Bullying) อย่างรุนแรง โดนล้อว่าเป็นตัวประหลาด โดนรังแกจนเธอไม่อยากไปโรงเรียน

สิ่งที่แย่กว่าเพื่อนบูลลี่ คือการที่ “ครู” ไม่เข้าใจ เธอถูกตราหน้าว่าเป็น “เด็กมีปัญหา” เพราะชอบฟุบหลับในห้องเรียน ไม่สนใจสิ่งที่ครูสอน แต่ความจริงคือ… เธอหลับเพราะสิ่งที่ครูสอน “มันน่าเบื่อและง่ายเกินไป” สำหรับสมองของเธอต่างหาก!

นี่คือ Pain point ระดับโลกเลยนะครับ ระบบการศึกษาแบบ Mass education ถูกออกแบบมาเพื่อ “คนส่วนใหญ่” แต่เมื่อเจอเด็กที่เป็น Outlier (คนที่เก่งเกินไป หรือช้าเกินไป) ระบบนี้จะผลักเด็กพวกนี้ตกลงเหวทันที

โชคดีที่คุณแม่ของเธอสังเกตเห็นความผิดปกติ ว่าทำไมลูกถึงซึมเศร้า จึงพาไปพบจิตแพทย์ และจิตแพทย์ก็แนะนำให้ลอง “ทดสอบไอคิว” ดู

และนั่นคือวินาทีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปครับ ผลทดสอบไอคิวของอัดฮารา ออกมาอยู่ที่ “162”

ลองนึกภาพตามนะครับ คนปกติทั่วไปจะมีไอคิวเฉลี่ยราวๆ 90-110 ถ้าเกิน 130 ถือว่าฉลาดมาก แต่ 162 คือระดับ “อัจฉริยะ” (Genius) ซึ่งสูงกว่าระดับของไอน์สไตน์ และฮอว์กิง เสียอีก!

พอรู้ว่าลูกคือเพชรเม็ดงาม คุณแม่จึงย้ายอัดฮาราไปศูนย์ดูแลเด็กอัจฉริยะโดยเฉพาะ และหลังจากนั้น “ความมหัศจรรย์” ก็เริ่มต้นขึ้นครับ

อัดฮาราเรียนจบชั้นประถมตอนอายุ 5 ขวบ, จบมัธยมต้นตอนอายุ 6 ขวบ และจบมัธยมปลายตอนอายุ 8 ขวบ… ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด 8 ขวบจบ ม.6!

ตอนอายุ 11 ขวบ เธอเรียนจบ “ปริญญาตรี 2 ใบ” พร้อมกัน คือ วิศวกรรมระบบ และ วิศวกรรมอุตสาหการ ที่เน้นด้านคณิตศาสตร์ กลายเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในประเทศที่ได้ปริญญา

ปัจจุบันเธอกำลังเรียนระดับปริญญาโท และมีความฝันที่ยิ่งใหญ่มากๆ คือการไปเรียนต่อด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (Astrophysics) ที่มหาวิทยาลัยแอริโซนา ในสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายสูงสุดของอัดฮารา ไม่ใช่แค่การเป็นนักวิจัยธรรมดา แต่เธออยากทำงานที่สถาบันระดับโลกอย่าง NASA และอยากมีส่วนร่วมในภารกิจพามนุษย์ไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร (Colonize Mars)

เรื่องนี้บอกอะไรเราในมุมมองของโลกยุคดิจิทัล? มันบอกเราว่า ในขณะที่เรากำลังกังวลว่า AI จะมาแย่งงาน หรือจะทำให้มนุษย์หมดความสำคัญ… โลกก็ยังมี “มนุษย์” แบบน้องอัดฮารา ที่พร้อมจะผลักดันขอบเขตของเผ่าพันธุ์ให้ก้าวไปอีกขั้น

AI อาจจะเก่งเรื่องการประมวลผลข้อมูลนับล้านในเสี้ยววินาที แต่ “จินตนาการ” “ความฝันที่จะไปเหยียบดาวอังคาร” และ “ความยืดหยุ่นทางอารมณ์” (Resilience) ที่สู้ยิบตาจากการโดนบูลลี่ จนก้าวมาสู่จุดสูงสุด… สิ่งเหล่านี้ AI ยังไม่มีทางเลียนแบบได้ครับ

ท้ายที่สุด เรื่องของอัดฮาราสะท้อนให้เห็นว่า “เพชร ก็คือ เพชร” แต่อยู่ที่ว่าเรามี “ระบบ” หรือ “สภาพแวดล้อม” ที่พร้อมจะเจียระไนเพชรเหล่านั้น หรือมีระบบที่พร้อมจะบดขยี้มันทิ้ง เพียงเพราะเขามองโลกไม่เหมือนคนอื่น

จากเด็กออทิสติกที่โดนรังแกในวันนั้น สู่ความหวังด้านอวกาศที่มีไอคิวสูงที่สุดในโลกคนหนึ่งในวันนี้

เรื่องราวของเธอมันคือบทพิสูจน์ชั้นดีเลยครับ ว่าศักยภาพของมนุษย์ (Human Potential) มันไร้ขีดจำกัดจริงๆ

ในยุคที่เทคโนโลยีและอัลกอริทึมหมุนเร็วจนเราตามแทบไม่ทัน อย่าลืมว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำค่าและซับซ้อนที่สุด ก็ยังคงเป็น “สมองของมนุษย์” นี่แหละครับ

รอดูกันต่อไปครับ ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ในวันที่น้องอัดฮาราโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว เธอจะสร้างปรากฏการณ์อะไรให้โลก (และจักรวาล) ได้ตะลึงอีกบ้าง

บางที คนที่พามนุษย์ชาติไปตั้งรกรากบนดาวอังคาร อาจจะไม่ใช่แค่ AI ล้ำๆ อย่างเดียว แต่อาจจะเป็นเด็กผู้หญิงจากเม็กซิโกคนนี้ ที่เป็นคนเขียนคำสั่งให้มันทำงานก็ได้… ใครจะรู้!

#AdharaPérezSánchez #HumanIntelligence #AI #Genius #AnalyzeDigitalJingjung

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบแล้ว 920 ศพ สูญหายอีกครึ่งแสน

อัปเดตข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 26-27 มิถุนายน 2569) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิ.ย. 2569)