วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกเปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

เผยแพร่

spot_img

 สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ  สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum – WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland) คือวาระเร่งด่วนที่ต้องจัดการเพื่อความมั่นคงของโลก พร้อมประกาศกร้าวจะใช้มาตรการภาษีศุลกากรเป็นอาวุธบีบกลุ่มประเทศยุโรปให้ยอมรับแผนการควบรวมดินแดนนี้

ในการแถลงข่าวครบรอบหนึ่งปีการรับตำแหน่งวาระที่สอง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งคำเตือนไปยัง สหราชอาณาจักร , เดนมาร์ก, นอร์เวย์ , สวีเดน , ฝรั่งเศส , เยอรมนี , เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ว่าจะต้องเผชิญภาษีนำเข้าร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และจะขยับขึ้นเป็นร้อยละ 25 ภายในเดือนมิถุนายน หากไม่สนับสนุนการที่สหรัฐฯ จะเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตรนาโต (NATO) โดยมีเหตุผลทางยุทธศาสตร์ 7 ประการดังนี้:

 1. จุดยุทธศาสตร์เหนือวงกลมขั้วโลก (The Arctic Gateway)

กรีนแลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางวงกลมขั้วโลกเหนือ ระหว่างมหาสมุทรอาร์กติกและแอตแลนติก แม้ในทางภูมิศาสตร์จะอยู่ในอเมริกาเหนือ แต่ในทางการเมืองเป็นดินแดนปกครองตนเองของราชอาณาจักรเดนมาร์ก พื้นที่กว่าร้อยละ 80 ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง และมีประชากรราว 56,000 คน กระจุกตัวอยู่ที่เมืองหลวงนุก (Nuuk)

  2. เพื่อนบ้านและความมั่นคงชายแดน (Proximity & Borders)

กรีนแลนด์มีพรมแดนใกล้กับแคนาดามากที่สุด โดยห่างกันเพียง 26 กิโลเมตร ณ ช่องแคบนาร์ส (Nares Strait) และยังมีการแบ่งเขตแดนบนเกาะฮันส์ (Hans Island) ร่วมกัน นอกจากนี้ ตำแหน่งของอลาสก้า และรัสเซียยังแยกกันด้วยช่องแคบบะริง (Bering Strait) เพียง 85 กิโลเมตร ซึ่งหากนับเกาะไดโอมีด (Diomede Islands) ระยะห่างระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียจะเหลือเพียงไม่ถึง 4 กิโลเมตรเท่านั้น

 3. ขนาดพื้นที่มหาศาล (Geographical Scale)

กรีนแลนด์มีพื้นที่ 2.17 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่ารัฐเท็กซัส (Texas) ถึง 3 เท่า และมีขนาดใหญ่พอๆ กับประเทศมหาอำนาจด้านทรัพยากรอย่าง ซาอุดีอาระเบีย , เม็กซิโกหรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC)

4. เส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก (Arctic Shipping Routes)

การละลายของน้ำแข็งทำให้เรือปฏิบัติการในอาร์กติกเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ในรอบทศวรรษ โดยมี 3 เส้นทางสำคัญคือ:

Northern Sea Route (NSR): เลียบรัสเซีย ร่นเวลาเดินเรือเอเชีย-ยุโรป 10-15 วัน

Northwest Passage (NWP): ผ่านแคนาดา ร่นเวลาได้ 10 วันเทียบกับคลองปานามา

Transpolar Sea Route (TSR): เส้นทางตัดตรงผ่านขั้วโลกเหนือ ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในปี 2050 ด้วยเรือตัดน้ำแข็งประสิทธิภาพสูง

5. ฐานกำลังทางทหาร (Military Presence)

ฐานทัพอวกาศปิตูฟฟิก (Pituffik Space Base) ของสหรัฐฯ เป็นหัวใจสำคัญในการแจ้งเตือนภัยขีปนาวุธและการเฝ้าระวังอวกาศเพื่อคานอำนาจรัสเซีย ขณะที่เดนมาร์กดูแลความมั่นคงผ่านกองบัญชาการร่วมอาร์กติก (Joint Arctic Command – JAC) ส่วนรัสเซียเองได้ฟื้นฟูฐานทัพยุคโซเวียตและติดตั้งระบบป้องกัน Bastion-P และ Pantsir-S1 ในพื้นที่เพื่อควบคุมน่านน้ำอาร์กติกอย่างเบ็ดเสร็จ

6. อิทธิพลและการลงทุนของจีน (Chinese Ambitions)

จีน พยายามสร้าง “เส้นทางสายไหมขั้วโลก” (Polar Silk Road) โดยเข้าไปลงทุนในโครงการเหมืองแร่เหล็ก, แร่หายาก และยูเรเนียมในกรีนแลนด์ รวมถึงการร่วมทุนก๊าซ LNG กับรัสเซีย เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลักในเส้นทางขนส่งและอุตสาหกรรมในอนาคต

7. ขุมทรัพย์ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources)

กรีนแลนด์คือแหล่งรวมแร่ธาตุที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งสังกะสี, ตะกั่ว, ทองคำ (ในพื้นที่ Nanortalik), เพชร (ใน Maniitsoq), ทองแดง, นิกเกิล และกราไฟต์ (ใน Amitsoq) รวมถึงแร่หายาก (Rare Earth Elements – REEs) ที่มีปริมาณมหาศาลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ประวัติศาสตร์ของกรีนแลนด์และสถานะปัจจุบัน

ชาวอินูอิต (Inuit) กลุ่มแรกตั้งถิ่นฐานในกรีนแลนด์ประมาณปี 2500 ก่อนคริสตกาล ในศตวรรษที่ 10 นักสำรวจชาวนอร์ส (Norse) มาถึงกรีนแลนด์และสร้างการตั้งถิ่นฐาน ภายในปี 1721 เดนมาร์กได้ทำให้กรีนแลนด์กลายเป็นอาณานิคม

แม้จะเป็นดินแดนของเดนมาร์ก แต่กรีนแลนด์ได้กลายเป็นดินแดนปกครองตนเองในปี 1979 หลังจากอยู่ภายใต้การควบคุมของเดนมาร์กมานานกว่าสองศตวรรษ เป็นหนึ่งในสองดินแดนอิสระของเดนมาร์ก โดยอีกแห่งคือหมู่เกาะแฟโร

ในปี 1941 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯ และเดนมาร์กตกลงอนุญาตให้กองกำลังอเมริกันปกป้องกรีนแลนด์ ตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของกรีนแลนด์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการต่อต้านเรือดำน้ำของเยอรมัน (Germany) และรักษาความปลอดภัยของเส้นทางการขนส่งทางเรือ สหรัฐฯ รักษาการแสดงตนทางทหารตลอดสงครามเย็น โดยใช้กรีนแลนด์สำหรับเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้าและติดตามกิจกรรมของโซเวียต

ในปี 2009 กรีนแลนด์ได้รับการปกครองตนเองเหนือกิจการภายในส่วนใหญ่ รวมถึงการควบคุมทรัพยากรธรรมชาติและการบริหาร อย่างไรก็ตาม เดนมาร์กยังคงจัดการนโยบายต่างประเทศ การป้องกันประเทศ และการให้ทุน

—-

IMCT NEWS  22-01-2026

ที่มา https://aje.news/35g6mf

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

3 ผู้นำองค์กรการเงินโลก ชี้ ‘ระเบียบโลกเปลี่ยนผ่านแต่ไม่แตกสลาย’

ระเบียบโลกกำลังอยู่ในสภาวะของการเปลี่ยนแปลงแต่ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก โดยเป็นการแสดงท่าทีโต้แย้งต่อวาทกรรมของนายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) ที่ระบุว่าระเบียบโลกใหม่ซึ่งขับเคลื่อนโดยการใช้อำนาจบีบคั้นจากมหาอำนาจกำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

ผู้นำศาสนาลั่น! “มิซไซล์เตหะราน” จ่อถล่มการลงทุนสหรัฐฯหมื่นล้านในภูมิภาค

สาธารณรัฐอิสลามอาจพุ่งเป้าโจมตีไปยังการลงทุนที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯทั่วภูมิภาค เพื่อเป็นการตอบโต้หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อน

สหรัฐฯ ส่งกองเรือรบจ่ออ่าวเปอร์เซีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยว่า กองเรือรบ Armadaของกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย โดยมีเป้าหมายหลักในการเฝ้าระวังประเทศอิหร่าน