วันพุธ, มีนาคม 4, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกโพลเผยสหรัฐฯโจมตีอิหร่านไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่

โพลเผยสหรัฐฯโจมตีอิหร่านไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่

เผยแพร่

spot_img

ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่( Poll) เชื่อว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มใช้กำลังทหารมากเกินไป การโจมตีทางทหารร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่ ตามผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 2 ทีนาคม 2026

การโจมตีครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่นเสียชีวิต รวมถึงพลเรือนหลายร้อยคน เตหะรานได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศต่ออิสราเอลและรัฐอ่าวหลายแห่งที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ

ผลสำรวจช่วงสุดสัปดาห์ที่สอบถามชาวอเมริกันราว 1,300 คน พบว่า มีเพียงประมาณ 27% ที่เห็นด้วยกับการโจมตี ขณะที่ 43% ไม่เห็นด้วย และ 29% ยังไม่แน่ใจ นอกจากนี้ 56% ของชาวอเมริกัน — รวมถึงหนึ่งในสี่ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้สั่งการโจมตีในเวเนซุเอลา ซีเรีย และไนจีเรีย ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา “มีแนวโน้มใช้กำลังทหารมากเกินไป” ภายใต้ข้ออ้างการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ

 แม้ว่า 55% ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันจะเห็นด้วยกับการโจมตี แต่ 42% ระบุว่า พวกเขาจะมีแนวโน้มสนับสนุนปฏิบัติการต่ออิหร่านน้อยลง หากมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ผลสำรวจปิดรับคำตอบก่อนที่เพนตากอนจะยืนยันเมื่อค่ำวันอาทิตย์ว่า มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 3 นาย และบาดเจ็บอีกหลายราย

 ความกังวลเรื่องราคาพลังงานก็มีผลเช่นกัน โดย 45% ระบุว่าจะมีแนวโน้มสนับสนุนปฏิบัติการน้อยลง หากราคาน้ำมันหรือก๊าซปรับตัวสูงขึ้น ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 13% เมื่อวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางน้ำแคบระหว่างอิหร่านกับโอมาน และเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลก

 ปฏิกิริยาในรัฐสภาสหรัฐฯ แตกออกเป็นสองฝ่าย วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันส่วนใหญ่สนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ โดยลินด์ซีย์ เกรแฮม ชื่นชมว่าเป็นการ “เริ่มต้นจุดจบของความชั่วร้ายและความมืดมน” ในตะวันออกกลาง ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่ระบุว่า ประธานาธิบดีข้ามขั้นตอนการขออนุมัติจากรัฐสภา ก่อน “ดึงประเทศเข้าสู่สงครามต่างประเทศอีกครั้ง” ดังที่อดัม ชิฟฟ์ กล่าวไว้

ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ระบุว่าการโจมตีเป็น “สงครามที่ผิดกฎหมาย มีการวางแผนล่วงหน้า และขัดต่อรัฐธรรมนูญ” ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนทิม เคน เรียกการตัดสินใจดังกล่าวว่า “ความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง” และกล่าวว่า เขาจะผลักดันให้มีการลงมติในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับอำนาจสงคราม เพื่อจำกัดความสามารถของทรัมป์ในการใช้กำลังต่ออิหร่านโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา

เขากล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า “นี่คือประธานาธิบดีที่หาเสียงด้วยคำมั่นว่าจะยุติสงคราม แต่กลับใช้กำลังทหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐสภาในหลายพื้นที่… และต่อไปจะเป็นที่ไหนอีก เราไม่รู้” พร้อมเสริมว่า แม้การลงมติจะไม่ผ่าน ก็อาจกดดันทำเนียบขาวให้เปลี่ยนท่าทีหรือเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมล่วงหน้า

รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ แจ้งข้อมูลล่วงหน้าเพียงกับ “Gang of Eight” ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำรัฐสภาสองพรรคขนาดเล็ก เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มปฏิบัติการ

 ที่มา RT 03-03-2026

ข่าวล่าสุด

วิกฤติความมั่นคงของโลก : สหรัฐอเมริกาจะ “ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”

นแถลงการณ์ที่ชัดเจนและน่าตกใจ สภาผู้นำที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ของอิหร่านได้เตือนว่า สหรัฐอเมริกาจะ "ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป" หลังจากการโจมตีที่มุ่งเป้าในภายใต้ "ปฏิบัติการความโกรธที่ยิ่งใหญ่"  การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ว่า "สิ่งใหญ่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า" และการยืนยันของเขาว่า กองกำลังพันธมิตร "ยังไม่เริ่มต้น" แคมเปญที่กว้างขึ้นต่อสาธารณรัฐอิสลาม ความคิดเห็นที่ทำให้ความวิตกกังวลทั่วโลกเพิ่มขึ้นเท่านั้น การเตือนของเตหะรานบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สงครามที่ไม่สมมาตร โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารแบบดั้งเดิมของมันเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง  สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นท่ามกลางรายงานที่ว่าจีนอาจจะจัดหาอาวุธขีปนาวุธต่อต้านเรือที่มีความเร็วเหนือเสียงขั้นสูงให้กับอิหร่าน...

ปิดน่านฟ้าไซปรัสไล่ล่า “เนทันยาฮู”  ศึกชำระแค้นสะเทือนโลก อิหร่านรุกฆาตเป้าหมายบุคคลสำคัญ ทั้งสหรัฐฯ-อิสราเอล

ไทยอ่วมราคาน้ำมันพุ่ง รัฐบาลเปิดห้องปฏิบัติการภาวะสงคราม  รับศึกยืดเยื้อ                                วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางยกระดับสู่ “สงครามไล่ล่าสังหาร” เต็มรูปแบบ หลังมีรายงานเชิงลึกจากสำนักข่าวต่าวประเทศระบุว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล บาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวไปรักษาในไซปรัส ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจขยายวงรบเปิดศึกน่านฟ้าใหม่เพื่อปิดบัญชีแค้น ท่ามกลางยุทธศาสตร์สงครามบั่นทอนระยะยาวของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่มุ่งเป้าทำลายมหาอำนาจตะวันตก...

ขนลุก! คำทำนาย “บาบา วางกา-นอสตราดามุส” แม่นจนน่ากลัว?

สายมูและนักประวัติศาสตร์ถึงกับกุมขมับ! สถานการณ์ความขัดแย้ง "อิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล" ในปี 2026 ดันไปตรงกับคำทำนายของผู้วิเศษชื่อดังอย่าง "บาบา วางกา" และ "นอสตราดามุส" ที่เคยเตือนถึง "มหาสงครามครั้งใหญ่" ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกใบนี้!

อานุภาพขีปนาวุธของอิหร่านปะทะคลังแสงของอเมริกา

“หากสหรัฐฯ ยังคงใช้ขีปนาวุธในลักษณะเช่นนี้ คลังสำรองของพวกเขาจะหมดลงอย่างรวดเร็ว” ยูรี คนูตอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของรัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik

ข่าวอื่นๆ

วิกฤติความมั่นคงของโลก : สหรัฐอเมริกาจะ “ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”

นแถลงการณ์ที่ชัดเจนและน่าตกใจ สภาผู้นำที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ของอิหร่านได้เตือนว่า สหรัฐอเมริกาจะ "ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป" หลังจากการโจมตีที่มุ่งเป้าในภายใต้ "ปฏิบัติการความโกรธที่ยิ่งใหญ่"  การประกาศนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ว่า "สิ่งใหญ่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า" และการยืนยันของเขาว่า กองกำลังพันธมิตร "ยังไม่เริ่มต้น" แคมเปญที่กว้างขึ้นต่อสาธารณรัฐอิสลาม ความคิดเห็นที่ทำให้ความวิตกกังวลทั่วโลกเพิ่มขึ้นเท่านั้น การเตือนของเตหะรานบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่สงครามที่ไม่สมมาตร โดยเฉพาะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหารแบบดั้งเดิมของมันเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง  สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นท่ามกลางรายงานที่ว่าจีนอาจจะจัดหาอาวุธขีปนาวุธต่อต้านเรือที่มีความเร็วเหนือเสียงขั้นสูงให้กับอิหร่าน...

ขนลุก! คำทำนาย “บาบา วางกา-นอสตราดามุส” แม่นจนน่ากลัว?

สายมูและนักประวัติศาสตร์ถึงกับกุมขมับ! สถานการณ์ความขัดแย้ง "อิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล" ในปี 2026 ดันไปตรงกับคำทำนายของผู้วิเศษชื่อดังอย่าง "บาบา วางกา" และ "นอสตราดามุส" ที่เคยเตือนถึง "มหาสงครามครั้งใหญ่" ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกใบนี้!

ศาลอุทธรณ์สหรัฐ ปฏิเสธคำร้องทรัมป์ หลังยื่นขอชะลอกระบวนการคืนภาษีนำเข้า

ศาลอุทธรณ์ของสหรัฐอเมริกา ได้ปฏิเสธคำขอของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขอให้ชะลอขั้นตอนการคืนเงินภาษีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ