“ผมไม่มีประวัติเก่า ผมตั้งใจมาแก้ปัญหาจริง ๆ” — เสียงจากรัฐมนตรีใหม่ ประกาศพร้อมลุยกับสแกมเมอร์ ขอให้ทุกฝ่ายเชื่อใจในความจริงจัง
ในห้องประชุมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 2 ทำให้ข้าราชการและผู้ร่วมประชุมต้องชะงักงัน เมื่อเสียงของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวอย่างหนักแน่น
“ผมเป็นเด็กใหม่ของกระทรวงนี้ และผมคิดว่านี่คือข้อดี เพราะผมไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับปัญหาเก่า ๆ ผมตั้งใจมาแก้ปัญหาจริง ๆ ตอนผมบวชอยู่ที่อินเดีย ผมตั้งใจจะไม่สึกด้วยซ้ำ พ่อแม่ต้องไปลากกลับมา ดังนั้นผมอยากให้ทุกท่านมั่นใจในความจริงใจของผม”
คำพูดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแนะนำตัวของรัฐมนตรีคนใหม่ แต่เป็น “คำประกาศ” ถึงความไม่กลัว และให้ที่ประชุมมั่นใจได้ว่าแนวทางการทำงานกระทรวงและระบบราชการในยุคดิจิทัล ยุคที่ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยี” กลายเป็นศัตรูที่ซ่อนอยู่ในทุกช่องทางของชีวิตประชาชนนั้น จะดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่สนหน้าไหนอีกต่อไป ความสดใหม่ของ รมว. ประวัติที่ขาวสะอาด ทำให้เดินหน้าได้อย่างเต็มที่
⸻
วาระแห่งชาติ ที่กลายเป็นวาระโลก
ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังเข้ารับตำแหน่ง นายไชยชนกต้องเผชิญกับความท้าทายใหญ่ที่สุดของกระทรวง นั่นคือการป้องกันและปราบปราม “สแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และการหลอกลวงช่อโกงทางเทคโนโลยี” ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภัยต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ
แต่สิ่งที่ทำให้ไชยชนก “ไม่หยุดอยู่แค่ในประเทศ” คือการมองเห็นภาพรวมของโลกด้วยการพาประเทศไทยเข้าสู่เวทีนานาชาติ กับการร่วมพิธีลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime) และการประชุมระดับสูง (High-Level Conference) ที่มี 68 ประเทศ และสหภาพยุโรป (EU) ร่วมด้วย ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
⸻
สั่งปรับ กระชับการทำงานจาก “รายเดือน” เป็น “ทุก 2 สัปดาห์”
ความจริงจังของ รมว.ดีอีเอส ไม่ได้หยุดอยู่ที่นโยบายหรือคำพูด เขาสั่งการในที่ประชุมให้ปรับระบบการรายงานและติดตามผลจากเดิม “ประชุมรายเดือน” เป็น “ประชุมทุก 2 สัปดาห์” เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นแบบเร่งรัด ทันสถานการณ์ และตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนที่กำลังจับตามอง
“ถ้าไม่แสดงผลงานให้ประชาชนเชื่อมั่น ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน เรื่องนี้ใหญ่ระดับประเทศ ถ้าระเบิดออกมา ทุกคนจะโดนสะเก็ดระเบิดแน่นอน”
ดูเหมือนว่าคำเตือนของ รมว. ไม่ใช่เพียงคำขู่ แต่บอกเป็นนัยว่าเอาจริง ใครไม่พร้อมหรือเกรงจะรับมือไม่ไหว ก็ให้รีบถอนตัว ต่อจากนี้ จะลุยจริงจัง เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน อาชญากรรมทางเทคโนโลยีไม่สามารถรอได้อีกต่อไป
สำหรับคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีชุดใหม่ ซึ่งมีนายไชยชนกเป็นประธาน ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เพื่อรวบรวมหน่วยงานหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. ก.ล.ต. สมาคมธนาคาร สมาคมผู้ประกอบการโทรคมนาคม และหน่วยงานด้านความมั่นคง ให้ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ
นี่คือการเริ่มต้นยุคใหม่ของ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” — ยุคที่ความจริงใจของผู้นำจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ระบบราชการ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เปลี่ยนผ่านจากการ “ทำงานตามหน้าที่” สู่การ “ทำงานด้วยหัวใจ ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชน” เพราะการต่อสู้กับสแกมเมอร์ที่เป็นวาระโลก ต้องพบกับแรงต้านมหาศาลรอบทิศทาง การยืนหยัดของผู้นำจึงเป็นเรื่องสำคัญ
แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย แต่สถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญต้องการคนที่ “กล้าคิด กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ และกล้าลุย“ และดูเหมือนว่าไชยชนกฯ กำลังเดินอยู่บนเส้นทางนั้น รัฐมนตรีหน้าใหม่ที่จริงใจไม่กลัว และพร้อมลุยกับปัญหาใหญ่ หากยังคงยืนหยัดเช่นนี้ต่อไป และต่อสู่อาชญากรรมดิจิทัลอย่างจริงจัง จะกลายเป็นรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศอย่างเต็มภาคภูมิ
โดย ข้าวต้มมัด Thaitribune



