“บางที่บางแห่งในโลก…!
ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่…!
คุณอาจคิดว่าโอกินาวะคือเกาะสวย…ริมทะเลใส
แต่สิ่งที่คุณจะเจอ…อาจทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าชิงช้าสวรรค์”
กลิ่นทะเลทำให้นึกถึงความทรงจำ
เสียงเพลงซันชินจากหมู่บ้านริวกิว ทำให้รู้สึก รักวัฒนธรรมและผู้คน
(” ซันชิน“เป็น เครื่องสาย 3 สาย ทำจากไม้และหนังงู
หรือหนังสัตว์อื่นก็ได้ ขนาดคล้ายกีตาร์ตัวเล็ก
แต่เสียงจะบางและหวาน มีโทนทุ้ม ๆ )
ทะเลโอกินาวะใสจนเห็นฟองคลื่นซัดขอบหาด

ลมทะเลพัดเย็น ๆ ผสมกลิ่นเกลือและควันจากเตาย่างริมทาง
แสงแดดสะท้อนผิวน้ำจนตาแทบพร่า
เสียงหัวเราะนักท่องเที่ยวผสมกับเสียงคลื่น
อารมณ์ผ่อนคลายแต่แฝงความลึกลับ
นี่คือเกาะที่ ทุกก้าวมีชีวิต มีเรื่องเล่า
คุณเชื่อไหม…ว่าด้านใต้สุดของญี่ปุ่นที่เงียบสงบที่สุด ยังมีเกาะหนึ่งที่เสียงคลื่นไม่เคยเงียบ เพราะมันกำลังเล่าความลับที่ผู้คนพยายามซ่อนไว้มากกว่า 70 ปี?”
“ทำไมนักท่องเที่ยวถึงไปโอกินาวะ?”
“มีเมืองไหนในญี่ปุ่นบ้างที่คุณเดินออกจากโรงแรมแล้วเจอชิงช้าสวรรค์สีแดงริมทะเล
ร้านอาหารอเมริกันแบบยุค 70 และสุสานหินโบราณตั้งตระหง่านหันหน้ารับลมทะเล?
และที่แปลกกว่านั้น-มี ควายไทย เดินลุยน้ำลากเกวียนพานักท่องเที่ยวข้ามเกาะเหมือนฉากในหนังเก่า…
นั่นแหละ OKINAWA ดินแดนเดียวในญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนญี่ปุ่นเลยสักนิด

เพราะมันคือส่วนผสมแปลกประหลาดระหว่างริวกิวโบราณ อเมริกันยุคสงครามเย็น และเสน่ห์แบบบ้านๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวสงสัยเสมอว่า…..
เรามาเที่ยวญี่ปุ่น หรือหลุดมาอีกประเทศหนึ่งกันแน่?”
คุณเคยไปมาแล้ว…หรือยังไม่เคยไป…!
ทบทวนมุมมองกันดีไหม หรืออยากไป….อีก
ตามผมมาซีครับ..!!
ไปญี่ปุ่นมีไม่น้อยกว่าวันละ 30 ไฟลท์
เลือกตามที่ชอบ
เราไปลง Kansai ที่Osaka หรือไปเมืองใหญ่ Tokyo ที่ฮาเนดะหรือ นาริตะ ได้ทั้งนั้น นแล้วต่อโดเมสติค ไปNaha Airport ที่ Okinawa
คุณจะให้ใครมารับ หรือใช้ขนส่งสาธารณะ ก็ตามอัธยาศัย
ขึ้นรถบัสสนามบินเข้าเมืองมสัก 620 เยน ก็ประมาณ 160 บาท ไปตัวเมือง Naha
จากนั้นสามารถเช่ารถหรือขึ้นแท็กซี่ต่อเที่ยวจุดสำคัญต่าง ๆ ค่าแท็กซี่เริ่ม 800-1,000 เยน สัก 200 กว่าบาท
คุณจะชมบรรยากาศของลมแรงก็ได้ ด้วยรถไฟโมโนเรล Yui Rail ลากเส้นเดียวตัดเข้าเมือง
ถึงญี่ปุ่นแล้ว มีของกินอร่อยทั้งนั้น “อาหารท้องถิ่น กินง่าย จ่ายน้อย” ตามสไตล์ Chaita BKK
ข้าวญี่ปุ่นร่วน ผสมเนื้อปรุงรสแบบเม็กซิกัน เรียกกันว่า Taco Rice 500-600 เยน ไม่เกิน 180 บาท
หรือคุ้นเคยโซบะ ก็ที่นี่เส้นหนานุ่ม ซุปหวานจากหมูและปลาแห้ง Okinawa Soba ก็100 กว่าบาท
ชอบมันญี่ปุ่นรสหวานร้อน ๆ ที่ขายตามห้างเมืองไทย มาลองลิ้มชิมมีนม่วง เรียกว่า Beni Imo Tart 50-60 บาท เป็นขนมมันม่วงทอดกรอบนอก นุ่มใน
โอกินาวะ…ที่ที่ลมทะเลพัดแรงพอจะพาอดีตทั้งยุคริวกิวและสงครามโลกกลับขึ้นฝั่งในลมหายใจเดียวกัน
แสงแดดบ่ายสะท้อนเงาเรือประมงลงบนผิวน้ำสีฟ้าใสจนเหมือนแต้มสีอยู่ในมือจิตรกร และกลิ่นเกลือทะเลที่ค้างอยู่ปลายลิ้น ชวนให้นึกว่าคุณกำลังยืนอยู่กลางภาพวาดมากกว่าชายหาดจริงๆ

เดินลึกเข้าไปอีกนิด เสียงหัวเราะของทหารอเมริกันที่หลงเหลือตามร้านรวงยุค 70 ยังปะปนกับเสียงดนตรีซันชินของชนริวกิวที่ดังคลอจากบ้านไม้หลังเก่า
ท้องถนนเต็มไปด้วยสีสันแปลกตา ป้ายร้านสไตล์อเมริกันตั้งติดกับโคมไฟญี่ปุ่น
และชิงช้าสวรรค์สีแดง สูงมาก ที่หมุนช้า ๆ ริมทะเล ราวกับกำลังมองดูโลกในจังหวะของมันเอง ไม่เร่ง ไม่ช้า แค่หมุนอยู่เหนือความลับของเกาะนี้
ถ้าคุณเงี่ยหูฟังดี ๆ จะได้ยินทั้งเสียงของประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จาง และเสียงของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองไม่ได้มาเที่ยวญี่ปุ่นธรรมดา แต่กำลังเหยียบ “อีกประเทศหนึ่ง” ที่ซ่อนตัวไว้ใต้ธงปลาดิบ
รสชาติของโกยาแชมปุรุที่ขมติดปลายลิ้น กลับกลมกล่อมอย่างประหลาดเมื่อได้กินกับลมเย็น ๆ ริมผา และนั่นแหละ…คือโอกินาวะ เกาะที่ทุกภาพจำไม่ได้มีไว้ให้มอง แต่มีไว้ให้รู้สึก.”
“โอกินาวะ…เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น แต่เรื่องราวที่ซ่อนอยู่กลับไม่เคยอยู่ใต้แดดเดียวกับชายหาด
ในสงครามโลกครั้งที่สอง เกาะนี้เป็นสมรภูมิร้อนระอุที่สุดในญี่ปุ่นตะวันตก
เสียงระเบิดยังไม่จาง แต่กลับถูกเก็บเป็นความทรงจำใน Peace Memorial Park
สุสานริมทะเลจารึกชื่อผู้สูญเสียทั้งทหารและพลเรือน เป็นภาพจำที่นักท่องเที่ยวไม่เคยลืม

คุณสามารถยืนอยู่ตรงหน้าชายฝั่ง เห็นฟองคลื่นทะเล และคิดตาม…ว่าอดีตนี่เคยโหดร้ายเพียงใด
แต่ชีวิตก็ไม่หยุดหมุน
ถัดมา นักท่องเที่ยวมักมุ่งไป Kokusai-dori ถนนคนเดินยาวสุดของ Naha
ตลาด Makishi, ร้านอาหารริมทาง, ร้านขายของที่ระลึก ทุกก้าวเต็มไปด้วยกลิ่นปลาแห้งและเสียงดนตรีพื้นเมือง
นี่คือความคึกคักของเมืองที่สลับกับภาพสงบของสุสาน
จากนั้นต้องแวะ American Village ชิงช้าสวรรค์สีแดงสูงเด่นริมทะเล, ร้านอาหารอเมริกันยุค 70 และบรรยากาศที่ผสมผสานวัฒนธรรม
มาที่นี่คุณเห็นอดีตและปัจจุบันพัวพันกันอย่างน่าตื่นใจ
ข้ามไป Ryukyu Mura หมู่บ้านจำลองยุคริวกิว
โชว์เต้นเอซา, ดนตรีซันชิน, และ “ควายไทย” ลากรถพานักท่องเที่ยวไปทั่วหมู่บ้าน
นี่คือความจริงประหลาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเห็นด้วยตาตัวเอง
แต่ความสนุกยังไม่หยุดที่นั่น…
ขึ้นเหนือไป Churaumi Aquarium โลมาว่าย, ฉลามวาฬว่ายช้า ๆ
และ Cape Manzamo กับ Kouri Island หน้าผารูปงวงช้างและสะพานกลางทะเล
ทุกสถานที่เรียงลำดับตามการเดินทาง
แต่ละจุดมีเรื่องเล่า ทั้งประวัติศาสตร์ ความลึกลับ และความงามที่ทำให้คุณไม่อยากละสายตา
นี่คือโอกินาวะ…เกาะที่นักท่องเที่ยวไม่เพียงมาชมทะเล
แต่เดินตามอดีต, ฟังเสียงคลื่นของความทรงจำ, และสัมผัสชีวิตที่ผสมผสานระหว่างญี่ปุ่น ริวกิว และอเมริกัน
ทุกย่างก้าวมีจังหวะ ตื่นเต้นของเรื่องราว
ทำให้คนที่มา ต้องกลับมานึกถึงอยู่เรื่อย ๆ ว่า…
เกาะนี้ไม่ใช่เพียงเกาะสวย แต่เป็นภาพจำที่เดินทางอยู่ในใจคุณไปตลอด”
คุณอาจคิดว่าโอกินาวะคือเกาะสวย ริมทะเลใส ชิงช้าสวรรค์สูงเด่น และอาหารริมทางน่ากิน

แต่ความจริง…ไม่ได้มีแค่ภาพที่ตาเห็น
ยืนอยู่บน Cape Manzamo ฟังเสียงคลื่นกระแทกหน้าผา
คุณเหมือนได้ยินเสียงอดีต เด็กริวกิววิ่งเล่นในหมู่บ้านเก่า, เสียงหัวเราะทหารอเมริกันจากสงครามโลกครั้งที่สอง
เรื่องนี้ไม่มีในไกด์บุ๊ก แต่ถูกเล่าต่อกันปากต่อปาก
นักท่องเที่ยวที่กล้า…จะรู้สึกถึงลมหายใจของเกาะที่มีชีวิต
เดินต่อเข้าหมู่บ้าน Ryukyu Mura
ควายไทยลากรถพานักท่องเที่ยว แต่ในบางค่ำคืน…คุณอาจได้ยินฝีเท้าที่หนักแน่น
เหมือนมีใครเฝ้ามองคุณอยู่ข้างหลัง ทั้งที่สายตาไม่พบใคร
และใน สุสานริมทะเล หมอกทะเลลอยคลอรอบชื่อผู้สูญเสีย
เงาของอดีตทหารและพลเรือนปรากฏชั่วครู่
บางคนเชื่อเป็นเพียงแสงสะท้อนจากคลื่น แต่หัวใจยังเต้นแรงเหมือนถูกเรียกให้รับรู้
แล้วคุณเชื่อไหมว่า…
นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลงใหลที่นี่ เพราะทะเล อาหาร และความลึกลับที่ทำให้ใจเต้นแรง

แต่คนญี่ปุ่นแท้ ๆ กลับไม่ค่อยไป
เพราะเกาะนี้เต็มไปด้วย อดีตสงครามและฐานทัพอเมริกัน
และนี่คือความจริงที่หลายคนไม่รู้…
กว่า 70% ของทหารอเมริกันทั้งหมดในญี่ปุ่น ประจำอยู่ที่โอกินาวะ
เพราะเกาะนี้คือ ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จ่อไต้หวันและจีนได้อย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่แค่เกาะสวยริมทะเลอีกต่อไป…แต่นี่คือ เกาะแห่งความลับและพลัง ที่คุณต้องเผชิญด้วยตัวเอง
ถ้ากล้า…คุณจะรู้ว่าความสงบและความลึกลับ สามารถเดินไปพร้อมกันได้…แต่ไม่เคยปราณีใคร”
คุณคิออะไรอยู่….!!




