วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกท่องโลก - ท่อง TWIST โอม นมัส ศิวายะ 

 โอม นมัส ศิวายะ 

เผยแพร่

spot_img

บางที่บางแห่งในโลก…!

ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่..!

    คุณเชื่อไหม…ว่า “การทำลายล้าง” 

         บางครั้ง…อาจเป็นเสียงแรกของการเกิดใหม่?

                         เมืองแห่งนี้ไม่ใช่เพียง “สถานที่” หากแต่คือ “จังหวะลมหายใจของโลกเก่า” 

                         ทุกตรอกซอกซอย ทุกเสียงสวดมนต์ มีบางอย่างซ่อนอยู่   ราวกับว่าทุกอณูอากาศเฝ้ารอให้คุณหลุดเข้าไปในมิติอีกชั้น

              เมืองพาราณสี

                           เช้าตรู่…ที่นั่น

แสงแดดยามอรุณค่อย ๆ ฉาบลงบนสายน้ำคงคา

                           กลิ่นควันกำยานเจือปนเสียงสวด ……

  “โอม นมัส ศิวายะ   Om Namah Shivaya 

โอม นมัส ศิวายะ”

        เสียงดังก้องเหนือบันไดหินริมฝั่ง….แม่น้ำคงคา

                           อินเดียน ฮินดู โดยเฉพาะผู้เคร่งครัดในลัทธิไศวะ ซึ่งบูชาพระศิวะ. ชุมนุมอยู่ที่นั่น

         มนตร์นี้มีความหมายว่า “ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระศิวะ” หรือ “การสักการะแด่ผู้เป็นมงคล”. 

                               ภาพนักบวชทาเถ้าขาวเต็มร่าง นั่งนิ่งดั่งรูปสลัก…

                               เบื้องหน้า คือวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งพระศิวะ พระนางปารวตี  ที่ผู้แสวงบุญทั้งโลกต้องการมาให้เห็นด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต

กลิ่นธูปควันหนา ปะปนกับกลิ่นดอกไม้บูชา

เสียงสวดมนต์ก้องสะท้อนกำแพงศิลา

ทำให้ทุกลมหายใจ…ราวกับเดินอยู่ในมิติของพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มองไม่เห็น

                                คุณไปมาแล้วใช่ไหม  ?

       เมื่อคราวไป 4 สังเวชนียสถาน….

       หรือยังไม่ได้ไป !

                      จะไปมาแล้ว หรือยังไม่ได้ไป….

        ตามผมมา…!

    สุวรรณภูมิ บินไป พาราณสี สี่ชั่วโมงครึ่ง

        ลงเครื่องแล้ว  จะใช้แท็กซี่   หรือรถตุ๊กตุ๊ก  หรือรถรับจ้างไปวิหาร  ได้ทั้งนั้น

จ่ายสัก  300–500 รูปี  ก็ไม่เกิน 150 บาท   ถึงแล้ว

        คุณจะมีความสุขกับเสียงแตรไปตลอดทาง

                     แล้วคุณก็ต้องกินของอร่อยหน้าวิหารก่อนซี

                      โรตีร้อน ๆ สักแผ่น โดยฝีมืออินเดียนแท้ที่เป็นมือวิเศษตบแป้งให้บางแล้วทอดได้กรอบ    กับชากาหล่ามจ๋าย  อันหอมกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นละมุนลิ้น  แค่นี้ก็อิ่มแล้ว

       อย่าไปสนใจ  ถ้าคุณเห็นคนขายยืนฉี่อยู่ใกล้ ๆ แล้วสะบัดมือนิด ๆ ก่อนจะจับแป้งคลึงแป้งโรตีให้รายอื่นต่อ

       ไป..เข้าไปข้างในกัน

       นักบวชหลายสิบคน ร่ายรำท่าทางศักดิ์สิทธิ์  นุ่งห่มผ้าพลิ้วปลิวไสวด้วยสีสดสว่าง  เทิดบูชาอย่างตั้งใจ

  แขนหมุนวนเป็นวงกลม

  เท้ากระแทกพื้นพร้อมเสียงกลองดังก้อง

  ดวงตาเบิกกว้าง ราวกับมองทะลุเข้าไปในจิตใจผู้ชม

         ย่อตัวเอี้ยวซ้ายแล้วหันกลับมาทางขวาอย่างรุนแรง

            กลิ่นธูปควันหนาคลุ้งไปทั่ว พัดสัมผัสใบหน้าและผมของผู้คน

            ทุกก้าว…เหมือนเดินอยู่กลางสายลมพลังงานที่มองไม่เห็น

           ผมถอยห่าง เหมือนถูกพลังบางอย่างดึง  หลายคนขยับเข้าไปใกล้เหมือนถูกเชิญชวน

                  บางคนยืนตาไม่กะพริบ…จดจ้องการร่ายรำด้วยความกลัวปนศรัทธา

     ใกล้ ๆ  กันนั้น  ผมเห็น…

ศิวลึงก์…!

                  แท่งศิลาที่ดูเรียบง่าย แต่แท้จริงคือสัญลักษณ์แห่งจักรวาลและพลังสร้างสรรค์อันไร้สิ้นสุดของพระศิวะ

                  มันไม่ได้เป็นเพียงวัตถุศักดิ์สิทธิ์ หากแต่คือการย่อโลกทั้งจักรวาลลงมาอยู่ในรูปทรงเดียว   รูปทรงที่ผสานทั้ง “กำเนิด” และ “การทำลาย” เอาไว้พร้อมกัน

                  คนอินเดียเชื่อว่า ศิวลึงก์ ไม่ใช่เพียงหินศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็น สัญลักษณ์ของพระศิวะ   เทพผู้สร้างและผู้ทำลายจักรวาลในเวลาเดียวกัน

                  การกราบไหว้ศิวลึงก์ในวิหาร จึงเท่ากับการขอพลังคุ้มครอง ขอพรด้านความอุดมสมบูรณ์ กำลังใจ และการเริ่มต้นใหม่ในชีวิต

                     ทุกปีจะมีคืนแห่งพระศิวะ  จึงมีเทศกาล มหาศิวราตรี ที่ผู้คนหลั่งไหลไปวิหารศิวะทั่วอินเดีย เพื่อทำพิธีบูชาศิวลึงก์ทั้งคืน เชื่อกันว่าคืนนี้คำอธิษฐานจะถึงพระศิวะโดยตรง

                    เห็นไหม ว่าเขาไปกันทำไม ?

                     ผมฟังมาแล้วแล้วชวนให้น่าคิด !!

      เมืองนี้…ไม่ได้ให้คุณมา “เที่ยว” แต่มา “เผชิญหน้า”

      ทุกจังหวะกลอง…เหมือนสวรรค์เคาะประตูบอกว่าโลกนี้ไม่ใช่ของคุณ

      ศรัทธา…บางครั้งคือใบมีดที่กรีดวิญญาณโดยไม่รู้ตัว

      ความศักดิ์สิทธิ์…ไม่ได้โอบกอด แต่ทิ่มแทง

ผู้รู้ที่นั่นสรุปให้ฟังว่า….

            พาราณสี…คือเส้นแบ่งของ “คนที่ยังอยู่” และ “คนที่ถูกเลือกให้หายไป”

เจ้าหน้าที่วิหารเล่าให้ฟัง…

              “หากพระศิวะร่ายรำตัณฑวะครบ 108 จังหวะ…โลกจะ    

  ดับสลายทันที

  และบางพิธี…ผู้เข้าร่วมถึงกับล้มตายตรงนั้น

  ราวกับพลังนั้นดึงวิญญาณออกไปจริง ๆ”

          มีนักท่องเที่ยวเล่าปากต่อปากว่า ขณะพิธีดำเนินไป    จู่ ๆ ได้ยินเสียงสวดแผ่ว ๆ กลายเป็นเสียงกระซิบใกล้หู

    เห็นเงาร่างดำค่อย ๆ เคลื่อนไหวรอบตัว

    ฝันเห็นชายสวมพวงมาลาเข้ามาเคาะอก 3 ครั้ง

การทำลายล้าง…ไม่ได้เป็นด้านลบเสมอไป

มันคือการสร้างใหม่ ฟื้นฟูจักรวาล

บางครั้ง…ผู้ที่อยู่ในพิธี ได้สัมผัสพลังนี้เต็ม ๆ

และพลังนั้น…สามารถเรียกวิญญาณหรือทำให้ผู้เข้าร่วมถึงกับหมดสติได้จริง

         ขากลับ…จากวิหาร ผมกำลังคิด

การทำลายล้าง…ไม่ได้เป็นด้านลบเสมอไป

มันคือการสร้างใหม่ ฟื้นฟูจักรวาล

              เหมือนชีวิตเราเศร้าหมอง…ลองไปสักครั้ง พลังที่ได้รับทำให้ได้ชีวิตแจ่มใส  เหมือนอย่างที่ใคร ๆ เขาทำกัน

               ก้าวออกจากวิหาร….พลันเห็น

               ชายชราหน้าวิหารจ้องหน้า ยังคงยื่นมือมาหาเหมือนขาเข้าแล้ว  พูดพึมพำจนมีคนข้าง ๆ แปลให้ฟังว่า

             “ทุกคนที่ได้ยินเสียงกลองนี้…ต่างถูกเรียกมาโดยเจตจำนงบางอย่าง….

 คืนนั้นผมฝันเห็นพระศิวะร่ายรำตรงหน้า

และในความฝัน…

จังหวะนั้นดำเนินไปเรื่อย ๆ เหมือนนับถอยหลังบางสิ่งที่ผมยังไม่รู้คำตอบ…..!

       มืดแล้วสว่าง…สว่างแล้วอาจสว่างจ้า

               แล้วคุณจะเข้าใจ…ว่าทำไมผมถึงอยากให้คุณมาด้วย

    คุณคิดอะไรอยู่ !

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

“ความรัก กับดาบ Excalibur”

ไม่มีดาบเล่มใดในโลก ….ที่ถูกชักออกมาเพื่อความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว…! เพราะทุกครั้งที่เหล็กสัมผัสอากาศ มันพกพา…. ความรัก ….. ความหึงหวง … และควาทะเยอทะยานมาด้วยเสมอ

โอกินาวะ ทะเล สงคราม และความลับ

บางที่บางแห่งในโลก…! ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่…! คุณอาจคิดว่าโอกินาวะคือเกาะสวย…ริมทะเลใส แต่สิ่งที่คุณจะเจอ…อาจทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าชิงช้าสวรรค์

ถ้าอยากเห็นเมืองที่ “กำแพงพูดได้” และตรอกแคบ ๆ สามารถเล่าเรื่องร้อยปีได้ดีกว่าพิพิธภัณฑ์…

คุณต้องไป George Town เมืองเดียวในเอเชียที่ศิลปะสตรีท, อาคารโคโลเนียล, กลิ่นเครื่องเทศเก่า และบ้านเรือนสามวัฒนธรรม จีน มลายู อินเดีย…..มารวมกันในตรอกที่เดินแค่ 50 ก้าวก็เปลี่ยนบรรยากาศเหมือนข้ามประเทศ