วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img

Do-Re-Mi-   The Sound of Music

เผยแพร่

spot_img

บางที่บางแห่งในโลก…ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่

 บางที่บางแห่งในโลก…ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่

Do, Re, Mi, Fa, So, La, Ti, Do

 โน้ตแรกจากเสียงเพลงที่ทุกคนจำได้ของ The Sound of Music

                             คุณเห็น “มาเรีย” จูลี่ แอนดรูว์ส หมุนตัวกลางเนินหญ้า Mehlweg สีเขียวสด ไหม !

                            เด็ก 7 คนวิ่งไล่รอบ ๆ เงาของพวกเขากระโดดบนพื้นหญ้า ลมเย็นปะทะแก้ม กลิ่นหญ้าใหม่ผสมควันไฟจากหมู่บ้านใกล้ ๆ

                           เสียงหัวเราะก้องกังวาน…เหมือนเวลาหยุดชั่วขณะ

“Do, a deer, a female deer.

Re, a drop of golden sun.

Mi, a name I call myself.

Fa, a long long way to run.

So, a needle pulling thread.

La, a note to follow So.

Ti, a drink with jam and bread…”

        เด็กน้อย…ของฉัน !  ฟังทางนี้

โด        กวางตัวเมียตัวหนึ่ง

เร         หยดแสงทองของอาทิตย์

มี          ชื่อที่ฉันเรียกตัวเองนี่แหละ

ฟา       ก็หนทางยาวไกลสุดลูกหูลูกตาโน่น

โซ        เข็มเย็บผ้าไง

ลา        ก็ตัวโน้ตที่ตามหลัง ..โซ

ที          เครื่องดื่มกับขนมปังและแยมนี่ล่ะ

                          เสียง Do-Re-Mi ยังสะท้อนในลมเย็นของ เนิน Mehlweg 

                         จูลี่ แอนดรูว์สหมุนตัว เด็กเจ็ดคนวิ่งรอบตัว 

       เทือกเขาแอลป์ขาวโพลนอยู่เบื้องหลัง กลิ่นหญ้าใหม่ปะปน    

       ควันไฟหมู่บ้าน ข้างหน้า ปราสาทโฮนซานบูร์ก    

       Hohensalzburg เหมือนลอยเหนือเมือง… 

                         แต่เวลาผ่านไปเกือบ 60 ปี เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ยังถูกเล่าต่อ

                  เนิน Mehlweg, เทือกเขาแอลป์, ปราสาทโฮนซานบูร์ก

                  ภูเขาแอลป์ขาวโพลนทอดตัวข้างหลัง, ปราสาทโฮนซานบูร์กตั้งตระหง่านเหนือเมือง

                  ท้องฟ้าใสตัดกับสีเขียวของเนินและดอกไม้ป่า กลิ่นหญ้าใหม่ปนควันไฟจากหมู่บ้านใกล้ ๆ ทำให้รู้สึกถึงชีวิตชนบท       

                 เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ เหมือนหยุดเวลา…

                 เกือบ 70 ปีผ่านไป เด็ก ๆ โตเป็นผู้ใหญ่ แต่ฉากนี้ยังคงมีชีวิตในความทรงจำ

                         คุณคงดูจากจอซีเนมาสโคป 70 มิลลเมตร จากโรงภาพยนต์กรุงเกษม มาแล้ว

           คุณคงไปย่ำสวนมิราเบล มาบ้างแล้ว

                        อยากไปอีกสักครั้งไหมล่ะ…..

                                     

          ตามผมมา 

                        จาก สุวรรณภูมิ ไม่บินไปเวียนนา

                        คุณลงมิวนิค Munich หรือ แฟรงค์เฟิร์ต Frankfurt  แล้วต่อเครื่องไปเตร็ดเตร่ที่ Vienna ก่อน ก็ได้

                        และคุณต้องเดินทางอีกประมาณเกือบ 300 กิโลเมตร นั่งรถไฟชมวิวสัก 3 ชั่วโมง

                       แต่ห่างจากมิวนิค สัก 145 กิโลเมตร 

นั่งรถยนต์หรือขับไปตามแนวเขาไม่เกิน 2 ชั่วโมง

                       แต่ถ้าคุณตั้งใจจะไปที่นั่น…จริง ๆ ไปจากมิวนิค…

                       จะนั่งรถไฟหรือรถเช่าไป Salzburg, Austria ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง 

                       ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ รถไฟ 30–50 ยูโรต่อคน หรือ 1,200–2,000 บาทไทย

                      กลุ่มทัวร์มักไปเวียนนา โดยวนวงรีไปทางขวาเริ่มจากมิวนิคแล้วกลับมาที่เดิม ได้ 4-5 ประเทศ

                      แต่นักท่องเที่ยวไม่น้อย  เดินทางเข้าซานบูร์กเพื่อไป Mirabell Gardens และ เนิน Mehlweg ซึ่งห่างจากตัวเมืองไม่เกิน 5–10 นาทีด้วยรถยนต์

                      ไม่แปลกอะไร  มันอยู่ในเขตออสเตรีย แต่เอนตัวไปซบกับหน้าอกเยอรมัน

                 ตามสไตล์ Chaita BKK คุณต้องชายตาริมทาง “ของอร่อยประจำถิ่น กินง่าย จ่ายน้อย อร่อยแน่“

     Wurst & Pretzel ริมทาง ใส่ซอสหวานเล็กน้อย

    เคยเห็นใช่ไหม ขนมปังเป็นเกลียวขาดด้วยใส้กรอก

  หรือไส้กรอกชีส นุ่ม ร้อน ๆ cheese sausage หรือคนท้อง         

       ถิ่นเรียกว่าเครเซอร์ไครเนอร์    Kasekrainer   

    ประมาณ 3–5 ยูโร ต่อชิ้น  ไม่เกิน 200 บาท  ก็อิ่มแล้ว

             นักท่องเทียวไปที่นั่นทำไม…?

             ใครก็ต้องการ ไปยืนอยู่ในสวน  Mirabell Gardens และ เนิน Mehlweg 

             เพื่อสัมผัสฉากจริง สะท้อนความยิ่งใหญ่ของภาพยนต์เพลง ที่บรรจึแน่น 29 บทเพลงแห่งความสุข

            ใครก็อยากฟังเสียงหัวเราะเด็ก ๆ 

             และที่อยู่ในความฝัน…..วิวเทือกเขาแอลป์ที่คลุมด้วยหิมะขาวโพลน

             นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลมาที่ Mirabell Gardens และ เนิน Mehlweg ไม่ใช่แค่เพราะ The Sound of Music 

             แต่เพราะนี่คือ ฉากชีวิตจริงที่อยู่กลางเทือกเขาแอลป์

            เดินเข้าสวน คุณเห็น รูปปั้น, น้ำพุ, ดอกไม้บานสะพรั่ง — ทุกมุมเหมือนฉากหนัง เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ จาก 60 ปีก่อนยังดังก้องอยู่ในจินตนาการ

           ขึ้น เนิน Mehlweg ลมเย็นปะทะแก้ม คุณมองไปรอบตัว ยอดหิมะและหมู่บ้านใต้เทือกเขา เหมือนภาพยนตร์กำลังเล่นซ้ำ ความทรงจำของฉาก Do-Re-Mi 

           ชัดเจนเหมือนสัมผัสได้

           และเมื่อคุณยืนอยู่ตรงนั้น…

          รู้สึกว่า เวลาและประวัติศาสตร์ผสานกัน

 ความสุขและความอิสระแบบเดียวกับที่จูลี่และเด็ก ๆ ร้องเพลงยังคงอยู่ 

           ไม่ใช่แค่หนัง …แต่เป็นประสบการณ์ที่คุณสัมผัสได้ด้วยตัวเอง

             มากมายหลายคน  ดูหนังเรื่องนี้หลายครั้ง

            อยากเห็น “มาเรีย” จูลี่ แอนดรูว์ส หมุนตัวกลางเนินหญ้า Mehlweg สีเขียวสด 

            เด็กเจ็ดคนวิ่งไล่ตาม เงาของพวกเขากระโดดบนพื้นเหมือนเสียงหัวใจ

            เบื้องหลังคือ เทือกเขาแอลป์ ขาวโพลนตัดกับฟ้าใสจนเหมือนภาพในฝัน

            เบื้องหน้า ปราสาทโฮห์นซานบูร์ก ลอยเหนือเมืองราวกับเฝ้ามองกาลเวลา

           กลิ่นหญ้าใหม่ผสมควันไม้จากหมู่บ้านใกล้ ๆ ลอยมากับลมเย็น

           เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ยังสะท้อนอยู่ในอากาศ…

                 และเมื่อมองย้อนกลับไป—เกือบ 70 ปีผ่านไป

                โลกเปลี่ยน…แต่ ฉากนั้นยังไม่เคยแก่เลย

             ใครก็อยากพบหน้าสาวบ้านนอกที่ทันสมัยอย่าง “มาเรีย”

             มาเรีย เป็นแม่ชีแรกเรื่ม หรืแสาว novitiate มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ๆ ของ  von Trapp 

             เธอใช้เพลง…ทั้งสอนทั้งสร้าง ความรัก ความผูกพัน

และความสุขให้ครอบครัวและหมู่บ้าน 

            ท่ามกลางภูเขาแอลป์ ความงดงามและอิสระของชีวิตที่ชัดเจนในทุกฉาก

                        ภาพยนต์ “The Sound of Music”  ถ่ายทำจริงเมื่อ 1964–1965, ที่เมือง Salzburg, Austria

                       ใช้ทีมงานกว่า 100 คน ใช้กล้อง MCS-70 สำหรับภาพทางอากาศ และระบบเสียง Westrex 70 มม. 6 แทร็ค

                       ขณะจูลี่ แอนดรูว์ส อายุ 27 ปี  และขณะที่เด็ก ๆ  7 คนในครอบครัว von Trapp อายุ 7–16 ปี

                       ช่วงถ่ายทำฝนตกบ่อย  ทำให้การถ่ายทำยาวเป็น 11 สัปดาห์ แทนแผนเดิม 6 สัปดาห์

 หนังออกฉายปี 1965 ทั่วโลก ทำเงินกว่า 286 ล้าน USD ปัจจุบันกว่า 2 พันล้าน USD

ชนะรางวัล Academy Awards 5 รางวัล รวมถึง Best Picture

มีเพลงดัง 29 เพลง เช่น Do-Re-Mi, My Favorite Things, Edelweiss

                          เราเก็บเอกสารแจกหน้าสวน อ่านบทวิจารณ์และคอมเมนต์โบราณ

               ตอนกลางคืน เสียงหัวเราะเด็ก ๆ จากเนิน Mehlweg ยังมีคนบอกว่าได้ยินก้องแม้หนังผ่านไปเกือบ 60 ปี

             มีบันทึกว่า ทีมงานถ่ายทำเห็น แสงสะท้อนแปลก ๆ บนยอดหญ้า คล้ายเงาเด็กวิ่งวน

            Mirabell Gardens บางมุมเมื่อพระอาทิตย์ตก เงารูปปั้นและน้ำพุเหมือนเด็กกำลังเต้นรำ

            นักวิจัยท้องถิ่นอธิบายว่าอาจเกิดจากแสงสะท้อนสถาปัตยกรรมบาร็อก แต่ เสียงหัวเราะและรอยเท้าบนเนิน Mehlweg ยังคงเป็นปริศนา

               ยามเสียงเพลง Do-Re-Mi ก้องในลมเย็น 

จะทำให้คุณรู้สึก…..อยากร้องเพลงตามเธอไหม ?

                       คุณหลงรักเด็ก ๆ ….ไหม ?

        หรือคุณหลงรักสาวทรงเสน่ห์ “มาเรีย” จูลี่ แอนดรูว์ส 

                       สาวหน้าหวานเมื่อครั้งกระโน้น อายุ   27 ปี     

                       เธออายุ 94 ปี  เมื่อปีกลาย….!

      มาบัดนี้   ……!

      คุณยายมาเรียของใครทั้งโลก   จากไปแล้ว !

     คุณกำลังคิดอะไรอยู่ !

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

“ความรัก กับดาบ Excalibur”

ไม่มีดาบเล่มใดในโลก ….ที่ถูกชักออกมาเพื่อความยุติธรรมเพียงอย่างเดียว…! เพราะทุกครั้งที่เหล็กสัมผัสอากาศ มันพกพา…. ความรัก ….. ความหึงหวง … และควาทะเยอทะยานมาด้วยเสมอ

โอกินาวะ ทะเล สงคราม และความลับ

บางที่บางแห่งในโลก…! ซ่อนความจริงที่คุณไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่…! คุณอาจคิดว่าโอกินาวะคือเกาะสวย…ริมทะเลใส แต่สิ่งที่คุณจะเจอ…อาจทำให้หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าชิงช้าสวรรค์

ถ้าอยากเห็นเมืองที่ “กำแพงพูดได้” และตรอกแคบ ๆ สามารถเล่าเรื่องร้อยปีได้ดีกว่าพิพิธภัณฑ์…

คุณต้องไป George Town เมืองเดียวในเอเชียที่ศิลปะสตรีท, อาคารโคโลเนียล, กลิ่นเครื่องเทศเก่า และบ้านเรือนสามวัฒนธรรม จีน มลายู อินเดีย…..มารวมกันในตรอกที่เดินแค่ 50 ก้าวก็เปลี่ยนบรรยากาศเหมือนข้ามประเทศ