ความลับใต้แสงไฟหน้าบ้านที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด!
เรื่องราวของ “งูเขียวกับตุ๊กแก” เป็นหนึ่งในความเชื่อและปรากฏการณ์ธรรมชาติที่คนไทยคุ้นเคยกันดี หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องเล่าว่า “งูเขียวไปกินตับตุ๊กแก” แต่ในความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์นั้นมีคำอธิบายที่น่าสนใจกว่านั้น
ตำนาน vs ความจริง เรื่องการ “กินตับ”
ความเชื่อ
คนโบราณเชื่อว่าตุ๊กแกตัวอ้วนเกินไปจนตับแก่ หรือมีพิษสะสม ทำให้ต้องร้องเรียกงูเขียวให้มาช่วยจิกกินตับเพื่อระบายออก แล้วตุ๊กแกจะรอดชีวิต
ความจริง
มันคือ “การล่า” ตามห่วงโซ่อาหาร งูเขียว (มักเป็นงูเขียวพระอินทร์) ไม่ได้มาเพื่อกินตับตุ๊กแก แต่มันมาเพื่อ “กินตุ๊กแกทั้งตัว”
ทำไมเราถึงเห็นงูหัวเข้าไปในปากตุ๊กแก
เหตุการณ์ที่คนเห็นบ่อยๆ คือตุ๊กแกอ้าปากค้างแล้วงูเขียวมุดหัวเข้าไปข้างใน จนดูเหมือนกำลังล้วงกินตับ ที่จริงแล้วเกิดจาก
การป้องกันตัว
เมื่องูเขียวจะเข้ามากิน ตุ๊กแกจะอ้าปากกว้างเพื่อขู่หรือกัดสู้
งูเขียวอาศัยจังหวะที่ตุ๊กแกอ้าปาก มุดหัวเข้าไปเพื่อฉีดน้ำลาย (ซึ่งมีฤทธิ์เป็นพิษอ่อนๆ สำหรับสัตว์เล็ก) หรือรัดให้ตุ๊กแกอ่อนแรงลง
ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีใครไปขัดจังหวะ งูเขียวจะค่อยๆ รัดและกลืนกินตุ๊กแกไปทั้งตัว ไม่ใช่แค่กินตับแล้วจากไป
งูเขียวพระอินทร์ (Chrysopelea ornata)
พิษ มีพิษอ่อนมาก (ไม่อันตรายต่อคน)
อาหาร จิ้งจก, ตุ๊กแก, นกตัวเล็กๆ
ร่อนจากที่สูงได้ (Flying Snake)
ตุ๊กแกบ้าน (Gekko gecko)
ไม่มีพิษ แต่กัดเจ็บและล็อกกรามแน่น
อาหาร แมลง, แมลงสาบ, หนูตัวเล็กๆ
ตีนเหนียวเกาะผนังแน่น, สลัดหางได้
ความสัมพันธ์ของคู่นี้คือ “ผู้ล่ากับเหยื่อ” เพียงแต่ตุ๊กแกเป็นเหยื่อที่สู้ยิบตาและมีขนาดใกล้เคียงกับงู ทำให้การต่อสู้ดูแปลกประหลาดจนเกิดเป็นตำนานเรื่องการกินตับนั่นเอง
เกร็ดน่ารู้
สัตว์ทั้งคู่เป็น “หน่วยควบคุมแมลง” ประจำบ้านที่ดี ถ้าไม่กลัวจนเกินไป การมีพวกมันอยู่จะช่วยลดประชากรแมลงสาบและแมลงศัตรูพืชได้ดีเยี่ยมเลย
The Earth



