วันอังคาร, เมษายน 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤต "ช็อกราคา" 6 บาท พ่นพิษแรง! ทุบความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุด

วิกฤต “ช็อกราคา” 6 บาท พ่นพิษแรง! ทุบความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุด

เผยแพร่

spot_img

จับตาโมเดลการใช้จ่ายคนไทยดิ่งเหว เมื่อน้ำมันแพงฉุดกำลังซื้อ “พรีเมียม” สู่ “ประหยัด”

                              สถานการณ์ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดล่าสุดรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร รวมระยะสั้น ๆ ร่วม 10 บาท เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2569 ไม่เพียงแต่สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ลูกใหญ่ที่ฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย 

                            ข้อมูลล่าสุดจากภาคธนาคารสะท้อนชัดว่าประชาชนเริ่มเข้าสู่ภาวะ “รัดเข็มขัดสูงสุด” โดยตัดงบประมาณสินค้าฟุ่มเฟือยและเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคไปสู่หมวดหมู่ที่เน้นความจำเป็นและความคุ้มค่า เพื่อประคองสภาพคล่องในมือที่กำลังร่อยหรอจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

                           สาเหตุหลักของวิกฤตการณ์ครั้งนี้มาจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอย่างความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐ ฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อเส้นทางลำเลียงพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ 

                         ทว่าสำหรับประเทศไทย ปัญหายิ่งซ้ำเติมหนักขึ้นเมื่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในภาวะติดลบมหาศาล ทำให้รัฐบาลไม่มี “เกราะกำบัง” ที่แข็งแกร่งพอจะพยุงราคาไว้ได้นานกว่านี้ จนต้องตัดสินใจปล่อยราคาให้สะท้อนกลไกตลาดกึ่งลอยตัวในจังหวะที่เปราะบางที่สุด

                         ผลกระทบที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดจากตัวเลขยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยออกมา แม้ฐานลูกค้ารายใหม่จะยังเติบโตแต่ “พฤติกรรม” กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ยอดใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารระดับพรีเมียม (Fine Dining) และสินค้าแฟชั่นแบรนด์หรูร่วงลงอย่างน่าตกใจ ในขณะที่ร้านอาหารจานด่วน (Fast Food) กลับโตขึ้น 9% สะท้อนว่าชนชั้นกลางไทยกำลังดิ้นรนปรับตัวเข้าสู่โหมดการประหยัดเพื่อความอยู่รอด โดยเลือกที่จะลดทอนความสุขส่วนตัวเพื่อนำเงินไปจ่ายค่าน้ำมันและค่าไฟที่แพงขึ้น

                        เมื่อเหลียวมองเพื่อนบ้านในอาเซียน สถานการณ์ของไทยมีความ “กึ่งกลาง” ที่น่าสนใจ แม้ราคาน้ำมันไทยจะดูแพงเมื่อเทียบกับมาเลเซียและบรูไนที่มีรัฐบาลอุดหนุนอย่างหนักจากทรัพยากรในประเทศ แต่ไทยยังคงมีราคาน้ำมันที่ต่ำกว่าสิงคโปร์ ลาว และกัมพูชา

                       อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้คนไทยเดือดร้อนหนักกว่าเพื่อนบ้านบางประเทศ คือโครงสร้าง “หนี้ครัวเรือน” ที่สูงติดอันดับโลก เมื่อต้นทุนการเดินทางพุ่งขึ้น ภาระในการชำระหนี้เดิมจึงกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้คนไทยมีเงินเหลือใช้น้อยกว่าประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีระดับรายได้ใกล้เคียงกัน

                          ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค ให้ทัศนะว่า หากรัฐบาลยังคงปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปโดยไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุด “ภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการชะลอตัวของการบริโภค” (Consumption-led Recession) อาจเกิดขึ้นได้ภายในไตรมาสหน้า โดยผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณามาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือกองทุนน้ำมันชั่วคราว หรือใช้มาตรการ “คนละครึ่ง” ในหมวดหมู่สินค้าจำเป็นเพื่อช่วยประคองสภาพคล่องให้กับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ไม่ให้ยอดการจับจ่ายเข้าสู่ภาวะติดลบ

                          นอกจากนี้ นักวิเคราะห์การเงิน ยังเน้นย้ำว่าธนาคารแห่งประเทศไทยควรเฝ้าระวังกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างใกล้ชิด แม้ปัจจุบันหนี้เสีย (NPL) จะยังทรงตัวที่ระดับ 1.2% ฃ- 2.3% แต่ด้วยแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น อาจทำให้คุณภาพสินเชื่อเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ข้อเสนอแนะคือการสนับสนุนให้สถาบันการเงินใช้มาตรการ “ยืดหนี้” หรือปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกเพื่อลดภาระการผ่อนชำระต่อเดือนให้สอดคล้องกับรายได้ที่ถูกเบียดบังโดยราคาน้ำมัน

                         “ในขณะที่ประชาชนต้องกัดฟันสู้กับวิกฤตค่าครองชีพถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์   ท่าทีของรัฐบาลที่ทำได้เพียงหยิบยกปัจจัยภายนอก   มาเป็นเกราะกำบังความล่าช้าในการตัดสินใจ กลับยิ่งตอกย้ำความคลุมเครือในใจสาธารณชนว่า กำลังใช้กลยุทธ์ซื้อเวลา เพื่อประคองสถานการณ์ให้ผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปก่อนหรือไม่?   ส่วนเงื่อนงำ ไอ้โม่ง หรืออาจเป็นกลุ่มผลประโยชน์ลึกลับที่อยู่เบื้องหลังการระเหยหายไปของสต็อกน้ำมันจนระบบปั่นป่วนนั้น… ณ เวลานี้อาจไม่ใช่ภารกิจเร่งด่วนที่ควรจะเสียเวลาตามหาให้เหนื่อยเปล่า

                         สิ่งที่ประชาชนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ  คือมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการฉุดราคาน้ำมันลงจากจุดวิกฤต   ก่อนที่สภาพคล่องในกระเป๋าของชาวบ้านจะเหือดแห้งไป 

2569-03-31  ผู้เขียน “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”