ไม่ต้องบินไปเมืองนอก ก็เสี่ยงเป็น “โรคชั้นประหยัด” ได้! ภัยเงียบของการนั่งรถนาน ที่นักเดินทางต้องระวัง
“หมอคะ แฟนหนูขับรถกลับบ้านที่อีสาน รถติดมาก นั่งกันมา 10 ชั่วโมง พอลงรถมาขาบวมข้างเดียว ปวดน่องมากจนเดินกะเผลก นึกว่าเป็นตะคริว แต่นวดแล้วยิ่งปวด แบบนี้อันตรายไหมคะ”
นี่คือข้อความที่ส่งเข้ามาในเพจหมอช่วงเทศกาลครับ เชื่อไหมครับว่า หลายคนเข้าใจผิด คิดว่า
“Economy Class Syndrome” หรือ “ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ” จะเกิดเฉพาะตอนนั่งเครื่องบินแคบๆ ไปยุโรปหรืออเมริกาเท่านั้น
แต่ความจริงแล้ว… การนั่งรถตู้ รถทัวร์ หรือแม้แต่รถส่วนตัวไปต่างจังหวัด ที่ต้องนั่งงอเข่าอยู่ในท่าเดิมนานๆ เกิน 4-6 ชั่วโมง ก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กันเลยครับ
วันนี้หมอจะพามาทำความรู้จักกับภัยเงียบที่มากับ “การเดินทาง” เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้ารู้ช้า อาจหมายถึงชีวิต แต่ถ้ารู้ทัน ป้องกันได้ง่ายนิดเดียวครับ
Economy Class Syndrome คืออะไร?
ชื่อทางการแพทย์คือ Deep Vein Thrombosis (DVT) หรือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำลึกครับ
ลองจินตนาการถึงแม่น้ำครับ ถ้ากระแสน้ำไหลแรง น้ำก็จะใสสะอาด แต่ถ้าน้ำหยุดนิ่งเมื่อไหร่ ตะกอนก็จะเริ่มตก ปลาก็จะเริ่มตาย น้ำก็จะเริ่มข้นคลั่ก
เลือดในขาของเราก็เหมือนกันครับ ธรรมชาติสร้างให้เราต้อง “เดิน” เพื่อให้กล้ามเนื้อน่องบีบตัว ปั๊มเลือดกลับขึ้นหัวใจ
แต่พอเรานั่งรถนานๆ:
1. ขาไม่ได้ขยับ: ปั๊มไม่ทำงาน เลือดไหลเวียนช้าลง
2. ท่างอเข่า: เหมือนเราเอาเท้าเหยียบสายยางไว้ เลือดไหลกลับลำบาก
3. ขาดน้ำ: หลายคนไม่กล้าดื่มน้ำเพราะกลัวปวดฉี่บนรถ ทำให้เลือดข้นหนืดขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เลือดจับตัวเป็น “ก้อนลิ่มเลือด” อุดตันที่ขาครับ และความน่ากลัวสูงสุดคือ ถ้าก้อนนี้หลุดลอยไปตามกระแสเลือด ไปอุดที่ “ปอด” (Pulmonary Embolism) จะทำให้หายใจไม่ออกและเสียชีวิตฉับพลันได้
อาการสัญญาณเตือน: แบบไหนที่ไม่ใช่แค่ “เมื่อย”
อาการปวดเมื่อยธรรมดา พอนอนพักหรือยืดขาก็จะหายครับ แต่ถ้าเป็นลิ่มเลือดอุดตัน จะมีลักษณะเฉพาะดังนี้
ขาบวม “ข้างเดียว”: ข้อนี้สังเกตง่ายที่สุดครับ อยู่ดีๆ ขาซ้ายบวมเป่ง แต่ขาขวาปกติ (หรือสลับกัน)
ปวดลึกๆ ที่น่อง: จะรู้สึกปวดตื้อๆ แน่นๆ เหมือนเป็นตะคริวที่น่อง แต่ยืดขาก็ไม่หาย นวดก็ไม่หาย (และไม่ควรนวดแรงๆ ด้วยครับ)
ผิวหนังเปลี่ยนสี: บริเวณที่ปวดอาจจะดูแดงขึ้น หรือคล้ำขึ้น
จับดูแล้ว “อุ่น” กว่าอีกข้าง: แสดงว่ามีการอักเสบเกิดขึ้นข้างใน
ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
ทุกคนเสี่ยงได้หมดครับ แต่มักจะพบบ่อยในกลุ่มนี้
– ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)
– คนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ
– ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทน
– ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่ หรือเคยขาหักมาก่อน
– ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น มะเร็ง หรือโรคหัวใจ
การตรวจวินิจฉัย
ถ้าสงสัย ควรรีบมาโรงพยาบาลทันทีครับ อย่ารอให้หายเอง หมอจะทำการตรวจด้วย “อัลตราซาวด์หลอดเลือด” (Doppler Ultrasound) ซึ่งจะเห็นก้อนเลือดตันในหลอดเลือดได้ชัดเจนมาก ไม่เจ็บตัว และรู้ผลทันที
แนวทางการรักษา
ยาละลายลิ่มเลือด: เป็นหัวใจหลักของการรักษา เพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนเลือดโตขึ้น และป้องกันไม่ให้หลุดไปที่ปอด (ต้องทานต่อเนื่อง 3-6 เดือน ตามแพทย์สั่ง)
ถุงน่องทางการแพทย์ (Compression Stockings): เพื่อช่วยลดอาการบวมและช่วยพยุงหลอดเลือด
การใส่ตะแกรงกรองเลือด (IVC Filter): ทำในกรณีที่ผู้ป่วยกินยาละลายลิ่มเลือดไม่ได้ เพื่อดักจับลิ่มเลือดไม่ให้เข้าปอด
วิธีป้องกันฉบับนักเดินทาง (นั่งรถยังไงให้รอด)
ข่าวดีคือ โรคนี้ป้องกันได้ง่ายมากครับ เพียงแค่ทำตามสูตรนี้
1. กฎ 2 ชั่วโมง:
พยายามจอดรถแวะปั๊ม ยืดเส้นยืดสาย เข้าห้องน้ำ ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง อย่าเสียดายเวลาครับ การได้ลงเดินแค่ 5 นาที ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้มหาศาล
2. บริหารขาในรถ:
ถ้ารถติดขยับไปไหนไม่ได้ ให้ทำท่า “เหยียบเบรกทิพย์” ครับ
– กระดกปลายเท้าขึ้น-ลง สลับกันแรงๆ เร็วๆ
– หมุนข้อเท้าเป็นวงกลม
– ทำบ่อยๆ เท่าที่นึกได้ ท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อน่องบีบตัวไล่เลือดครับ
3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ:
จิบน้ำเรื่อยๆ ครับ การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ จะทำให้เลือดข้น ยิ่งเสี่ยงเกิดลิ่มเลือด
4. เสื้อผ้าต้องสบาย:
หลีกเลี่ยงกางเกงยีนส์ฟิตเปรี๊ยะ หรือเข็มขัดที่รัดแน่นเกินไป เพราะจะไปกดทับเส้นเลือดที่ขาหนีบ
สรุป
การเดินทางท่องเที่ยวหรือกลับบ้านควรเป็นเรื่องที่สนุกและมีความสุขครับ อย่าปล่อยให้ “Economy Class Syndrome” มาทำลายบรรยากาศ หรือพรากคนที่เรารักไป
เพียงแค่ “ขยับขา จิบน้ำ และแวะพักบ่อยๆ” เท่านี้ท่านก็สามารถห่างไกลจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันได้แล้วครับ หากมีอาการขาบวมผิดปกติหลังเดินทาง รีบปรึกษาแพทย์ทันทีนะครับ ปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#EconomyClassSyndrome #ลิ่มเลือดอุดตัน #DVT #นั่งรถนานขาบวม #ปวดน่อง #เดินทางปลอดภัย #หมอเก่งกระดูกและข้อ #สุขภาพนักเดินทาง #เส้นเลือดขอด #โรคชั้นประหยัด
References
1. McLendon, K., & Goyal, A. Deep Venous Thrombosis Risk Factors. [Updated 2023 Jul 17]. In: StatPearls [Internet]. Treasure Island (FL): StatPearls Publishing; 2024 Jan-.
2. Gavish, I., & Brenner, B. Air travel and the risk of deep vein thrombosis. Internal and Emergency Medicine. 2011;6(2):113-116. (Note: Extrapolated to prolonged sitting in other modes of transport).
3. Cushman, M. Epidemiology and Risk Factors for Venous Thrombosis. Seminars in Hematology. 2007;44(2):62-69.
4. World Health Organization (WHO). WRIGH project: air travel and venous thrombosis. 2007.
5. Kahn, S. R., et al. Prevention of VTE in nonsurgical patients: Antithrombotic Therapy and Prevention of Thrombosis, 9th ed: American College of Chest Physicians Evidence-Based Clinical Practice Guidelines. Chest. 2012;141(2 Suppl):e195S-e226S.



