
บอร์ด สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ได้มีมติเห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ยารักษามะเร็งนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นยามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) เข้าสู่ระบบ “บัตรทอง 30 บาท” เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงได้ฟรี โดยไม่ต้องแบกรับค่ายานำเข้าที่มีราคาแพง
สาระสำคัญ คือ
1. ยามะเร็งมุ่งเป้า 2 ตำรับแรกของไทย
ยาที่ถูกบรรจุเข้าสิทธิบัตรทองในครั้งนี้ เป็นผลงานวิจัยและการผลิตภายในประเทศ ภายใต้โครงการโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นบัญชีนวัตกรรมไทยแล้ว ได้แก่:
ยาอิมครานิบ (Imcranib / ตัวยาสำคัญคือ Imatinib ) เป็นยามุ่งเป้าชนิดเม็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ สปสช. ได้รับพระราชทานยาอิมครานิบ 100 จำนวน 690,000 เม็ด จากกรมพระศรีสวางควัฒนฯ เพื่อนำมาจัดสรรให้ผู้ป่วยบัตรทองทั่วประเทศก่อนในเบื้องต้น
ยาเจฟครานิบ (Gefcranib / ตัวยาสำคัญคือ Gefitinib): เป็น ยามุ่งเป้าชนิดโมเลกุลขนาดเล็กอีกหนึ่งตัวยา
2. ข้อดีของการใช้ยามุ่งเป้านวัตกรรมไทย
ลดผลข้างเคียง: ยามุ่งเป้าจะทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งโดยตรง แตกต่างจากการทำเคโม (เคมีบำบัด) แบบดั้งเดิม ทำให้ร่างกายผู้ป่วยฟื้นตัวได้ดีกว่า
ลดการพึ่งพายานำเข้า: ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มหาศาล เนื่องจากยามะเร็งนำเข้าจากต่างประเทศมักมีราคาสูงมาก
สร้างความมั่นคงด้านยา: สปสช. มีการวางแผนจัดซื้อยาล่วงหน้าระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี เพื่อให้โรงงานสามารถผลิตยาได้อย่างต่อเนื่องและป้องกันปัญหาการขาดแคลนยาในระบบ
3. เชื่อมโยงนโยบาย “มะเร็งรักษาทุกที่” (Cancer Anywhere)
การอนุมัติเพิ่มยามุ่งเป้าในครั้งนี้ เป็นการยกระดับนโยบาย Cancer Anywhere ของรัฐบาล เพื่อให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรอง ไปจนถึงการรับยารักษาที่มีประสิทธิภาพสูงได้อย่างเท่าเทียมและครอบคลุมทั่วประเทศ
สำหรับผู้ป่วยและญาติ: สามารถสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขการรับบริการ ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ หรือสิทธิ์ในการใช้ยาเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. โทร. 1330 (ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง) หรือติดต่อโรงพยาบาลตามสิทธิ์การรักษาที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินอาการ



