สวัสดีครับ ผมมีเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งถึงแก่ชีวิต มาเรียนให้ทุกท่านทราบ
เพื่อเป็นความรู้ และหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ
กล่าวคือ เมื่อวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568 นี้เอง ผมไปรับประทานข้าวเที่ยงกับอาจารย์อนุกูล ที่ร้านอาหารอีสานแถวสามย่าน เป็นเมนูเดิมที่รับประทานประจำก็คือไก่ย่าง, หัวไก่ทอด, ส้มตำปลาร้าเผ็ดน้อยไม่ใส่ปู, ต้มโคล้งปลาสลิดไม่เผ็ด, และไส้กรอกอีสานซึ่งผมไม่ได้รับประทาน เมื่อทานอาหารไปได้ สักประมาณ 20 นาที ผมก็เกิดอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ แล้วก็รู้สึกร้อน เหงื่อแตกท่วมตัว ผิวหนังมีอาการบวมแดง ไล่เรื่อยขึ้นมาที่ปากใบหน้าและหน้าผาก เป็นผื่นหนา ลิ้นเริ่มแข็งพูดไม่ชัด
อาจารฃย์อนุกูลซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่ด้วยได้ส่งยาแก้แพ้ให้เม็ดนึง ก็เบาใจว่าเดี๋ยวคงหาย แต่เมื่อกินไปแล้ว ยายังไม่ออกฤทธิ์ อาการบวมรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว และ ปวดปัสสาวะอย่างรุนแรง ผมรีบวิ่งไปห้องน้ำ เสร็จแล้วอาการยิ่งหนักขึ้น
ผมก็รีบกลับมาและขอให้อาจารย์อนุกูลซึ่งมีรถและคนขับ รีบพาไปฉุกเฉินโรงพยาบาลจุฬาฯ ระหว่างนั้นผมพอมีสตินิดหน่อยจึงคว้าบัตรประชาชนมาถือไว้แน่น
เมื่อไปถึงยื่นให้พยาบาลที่รับไข้ ก็เริ่มหายใจไม่ออก ต้องพยายามหายใจทางปาก พนักงานอุ้มผมขึ้นรถนอนเข้าไปในห้องฉุกเฉิน คณะแพทย์และพยาบาลระดมกันช่วย อย่างเต็มที่ โดยฉีดยาเข้าเส้นทางหน้าขาซ้ายและให้น้ำเกลือทางมือขวา ที่เล่าได้บ้างนี้ ก็เพราะยังมีสติ ได้ยินอยู่บ้าง
แพทย์พยายามให้นอน ผมบอกหายใจไม่ออก จึงจับผมนั่งแล้วผมก็หายใจด้วยปากอย่างลำบาก
ใจนึกพุทโธ และลาลูกเมียแล้วหมดสติไป
ผมตื่นมาอีกทีก็ประมาณ 1 ชั่วโมงให้หลัง
แพทย์ที่เฝ้าอาการไข้แจ้งให้ผมทราบว่าเป็นโรคภูมิแพ้อย่างแรง และอันตรายมาก ดีที่มาถึงทันเวลา มิฉะนั้น….
อาการอันรุนแรงและเฉียบพลันนี้ ภาษาแพทย์เรียกว่า Anaphylactic Shock ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นอันตรายถึงชีวิต แพทย์สั่งยาให้ผม 2 ชนิดกินแก้ภูมิแพ้ มีชื่อว่า FENAFEX และ PREDNISOLONE และสั่งว่าเมื่อทานยาชุดนี้หมดแล้วให้รีบไปพบแพทย์ภูมิแพ้ เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง และแพทย์จะได้สั่งยาให้พกติดตัวไว้ใช้ในอนาคตซึ่งอาจจะเกิดขึ้นซ้ำได
ผมขอกราบขอบพระคุณ แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่แผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย ที่กรุณาช่วยชีวิตผมไว้ ในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง
ขอบคุณอาจารย์อนุกูลและคุณนะคนขับรถที่ช่วยนำผมไปส่งทันเวลาและโทรแจ้งคุณคิม.ธีราพร ให้ทราบและมาทันเยี่ยมไข้
นายแพทย์กล่าวกับผมในภายหลังว่า ผมโชคดีที่มาทัน…และอธิบายเพิ่มว่าคนอายุ 80 + จะมีภูมิคุ้มกันทะยอยลดประสิทธิภาพลง ควรตรวจร่างกายในเรื่องนี้ให้ทราบแน่ชัดและพกยากินหรือยาฉีดติดตัวเป็นประจำ
ขณะนี้อาการของผมทุเลาลง พักฟื้นและรับประทานอาหารที่ไม่มีหมักดอง ใช้เวลาทำงานประชุมออนไลน์ ตรวจผลงาน และเขียนบทความได้ตามปกติ รอไปพบแพทย์ภูมิแพ้ ในการกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของภริยาคู่ชีวิต ที่เราเพิ่งฉลองสมรสครบ 50 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม นี้เอง
ผมหวังว่าวิกฤติการณ์นี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านนะครับ
สวัสดีปีใหม่แด่ทุกๆท่านครับ
สุรพล วิรุฬห์รักษ์ วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568
Theeraporn Virulrak



