“ลิสบอน” (Lisbon) เมืองหลวงริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของแสงแดดและประวัติศาสตร์อันยาวนาน ขอนำคุณท่องไปในเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งเนินเขาเจ็ดลูก” แห่งนี้
สภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศ
ลิสบอนตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทรไอบีเรีย บริเวณปากแม่น้ำเทกัส (Tagus River) ซึ่งไหลออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ตัวเมืองมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเนินเขาสลับซับซ้อน ทำให้มีจุดชมวิวหรือ “Miradouros” กระจายอยู่ทั่วเมือง มอบทัศนียภาพหลังคาสีส้มอิฐตัดกับสีฟ้าของแม่น้ำได้อย่างลงตัว ส่วนภูมิอากาศนั้นจัดว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป มีแดดจัดเกือบตลอดปี ฤดูหนาวไม่หนาวจัดและฤดูร้อนมีลมพัดเย็นสบายจากทะเล
ประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ
ลิสบอนเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เก่าแก่กว่าลอนดอน ปารีส หรือแม้แต่โรมเสียอีก เดิมทีเป็นถิ่นฐานของชาวฟีนิเชียน ตามด้วยโรมันและมัวร์ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ยุคแห่งการสำรวจ” (Age of Discovery) ในศตวรรษที่ 15-16 ที่ลิสบอนกลายเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งจากการเดินเรือไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เมืองเคยเผชิญกับโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1755 ซึ่งทำลายเมืองไปเกือบทั้งหมด แต่การบูรณะในรูปแบบผังเมืองสไตล์ “Pombaline” ที่ล้ำสมัยในยุคนั้น ก็ได้สร้างโฉมใหม่ที่สวยงามและเป็นระเบียบอย่างที่เราเห็นในย่าน Baixa ทุกวันนี้
จุดเด่นและความน่าสนใจ
เอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของลิสบอนคือ “รถรางสาย 28” (Tram 28) สีเหลืองวินเทจที่วิ่งลัดเลาะตามตรอกซอกซอยแคบๆ และเนินเขาชัน อีกทั้งยังมีงานศิลปะบนกำแพงที่เรียกว่า “Azulejos” หรือกระเบื้องเคลือบสีฟ้าขาวที่ประดับอยู่ตามอาคารบ้านเรือน นอกจากนี้ ลิสบอนยังมีวัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่น โดยเฉพาะ “Pastel de Nata” (ทาร์ตไข่) สูตรต้นตำรับ และดนตรี “Fado” ที่สะท้อนจิตวิญญาณและความโหยหา (Saudade) ของชาวโปรตุเกส ซึ่งสามารถหาฟังได้ตามร้านอาหารในย่านเมืองเก่า

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด
Belem Tower & Jerónimos Monastery: สถาปัตยกรรมแบบมานูเอลไลน์ (Manueline) ที่วิจิตรบรรจงและได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกจาก UNESCO
São Jorge Castle: ปราสาทบนยอดเขาที่มองเห็นวิวเมืองลิสบอนได้แบบ 360 องศา
Alfama District: ย่านที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง เต็มไปด้วยทางเดินหินคดเคี้ยวและบรรยากาศแบบดั้งเดิม
Ponte 25 de Abril: สะพานแขวนสีแดงที่มีหน้าตาคล้ายสะพาน Golden Gate ในซานฟรานซิสโก เชื่อมต่อตัวเมืองกับฝั่ง Almada ที่มีรูปปั้นพระคริสต์กางแขนขนาดใหญ่
สถานที่น่าสนใจข้างเคียง (Day Trips)
Sintra (ซินทรา): เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยพระราชวังราวกับเทพนิยาย เช่น Pena Palace และ Quinta da Regaleira อยู่ห่างไปเพียง 40 นาทีโดยรถไฟ
Cascais (กัชไกช์): เมืองตากอากาศริมทะเลสุดหรูที่มีหาดทรายสวยงามและหน้าผา “Boca do Inferno”
Cabo da Roca: จุดที่อยู่ตะวันตกสุดของทวีปยุโรป ซึ่งคุณสามารถยืนรับลมแรงๆ พร้อมมองออกไปสู่เส้นขอบฟ้าของมหาสมุทรแอตแลนติกได้
ลิสบอนคือเมืองที่ผสมผสานความเก่าแก่เข้ากับความชิคในแบบโมเดิร์นได้อย่างลงตัว เป็นเมืองที่เดินสนุก (แม้จะเมื่อยนิดหน่อย) และมีเซอร์ไพรส์รออยู่ในทุกมุมถนน



