ในขณะที่โลกเร่งปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ ไทยกลับถูกตั้งคำถามหนักขึ้นทุกวัน ตั้งแต่ชายแดนจนถึงรัฐสภา จนกระทั่งวันนี้ มีชื่อ “สองอดีตรัฐมนตรี” โผล่ขึ้นมาในเอกสารต่างประเทศว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสีเทา ทำให้บ้านเมืองที่กำลังถูกโจมตีรอบทิศ ดูเหมือนกำลังเดินสู่จุดวิกฤตที่อาจกระทบถึงอธิปไตยโดยตรง
ท่ามกลางกระแสสแกมข้ามชาติที่ลุกลามทั่วโลก ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตาอย่างเข้มข้น ทั้งจากคดีชายแดน ไปจนถึงข้อครหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางรายอาจมีส่วนเกี่ยวพันกับเครือข่ายต่างชาติ ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำเอกสารธุรกรรมต้องสงสัยยื่นให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตรวจสอบสองอดีตรัฐมนตรี ที่ยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด โดยชี้ว่าความล่าช้าในการตรวจสอบอาจทำให้ประเทศไทยเผชิญ “หายนะด้านความมั่นคงทางการเงิน” เพราะหลายประเทศเริ่มดำเนินการขั้นเด็ดขาดแล้ว ขณะที่ไทยยังแทบไม่ขยับ
พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า สหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างออกกฎหมายที่ระบุตัวบุคคลเกี่ยวข้องสแกมเมอร์ และหากกฎหมายมีผลบังคับใช้ในเวลาไม่ถึงหกเดือน สหรัฐฯ สามารถใช้อำนาจเข้ามาดำเนินการได้เอง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่หลายประเทศเริ่มยึดทรัพย์ ทลายโครงข่ายไปก่อนหน้าแล้ว จุดที่น่ากังวลคือ ธุรกรรมบางอย่างในประเทศไทยเริ่มมี “พฤติกรรมผิดปกติ” เช่น บริษัทรายหนึ่งมีทุนเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สามารถเข้าซื้อกิจการที่มีมูลค่าสูงกว่าหลายล้านเท่า ก่อนเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่มีรายชื่อในเอกสารของต่างประเทศ จนถึงบริษัทพลังงานรายใหญ่ในไทย ซึ่งเคยถูกจับตาในฐานะปัจจัยความตึงเครียดไทย–กัมพูชา
สิ่งที่ฝ่ายค้านเตือนคือ หากไม่เร่งจัดการ ไทยอาจซ้ำรอยเหตุการณ์ที่รัฐบาลจีนเข้ามาดำเนินการใกล้ชายแดนก่อนหน้านี้ และคราวนี้อาจเป็นสหรัฐฯ ซึ่งจะทำลายภาพลักษณ์ประเทศอย่างรุนแรง ในขณะที่ปัญหาทุนสีเทายังคงคืบคลานเข้าครอบงำเศรษฐกิจและการเมือง
พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่าไม่ได้จงใจเล่นงานนักการเมืองฝ่ายใด แต่ต้องการหยุด “โครงข่ายมืดที่เกาะการเมืองไทย” โดยเสนอให้ ปปง. ใช้ธุรกรรมผิดปกติขยายผลอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงเส้นเงินถึงตัวบุคคล และร่วมมือกับ ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานต่างประเทศทันที
ท่ามกลางโลกที่เดินหน้าใช้กฎหมายใหม่ ปิดบัญชีมืด และตามยึดทรัพย์สแกมเมอร์กันรายวัน ประเทศไทยกลับถูกถามซ้ำ ๆ ว่า “จะเริ่มเมื่อไหร่” ราวกับประเทศเป็นศูนย์บริการให้เครือข่ายผิดกฎหมายฝากเงินข้ามคืนมากกว่าจะเป็นรัฐอธิปไตยเต็มใบ ยิ่งเมื่อมีชื่ออดีตรัฐมนตรีสองรายถูกพาดพิงในรายงานจากต่างประเทศ คำถามจึงผุดขึ้นเหมือนเดิมว่า
“เรากำลังปราบสแกมเมอร์ หรือกำลังปล่อยให้สแกมเมอร์มาปราบเรา?”
ทุกอย่างตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเริ่มต้นจริงจังเมื่อใด หรือปล่อยให้โลกจะเริ่มแทนหรือไม่ !



