วันอาทิตย์, มีนาคม 29, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกสรุปเรื่องซับซ้อนตรวจสอบ 2 อดีตรัฐมนตรี   เอี่ยวสแกมเมอร์

ตรวจสอบ 2 อดีตรัฐมนตรี   เอี่ยวสแกมเมอร์

เผยแพร่

spot_img

 ในขณะที่โลกเร่งปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ ไทยกลับถูกตั้งคำถามหนักขึ้นทุกวัน ตั้งแต่ชายแดนจนถึงรัฐสภา จนกระทั่งวันนี้ มีชื่อ “สองอดีตรัฐมนตรี” โผล่ขึ้นมาในเอกสารต่างประเทศว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสีเทา ทำให้บ้านเมืองที่กำลังถูกโจมตีรอบทิศ ดูเหมือนกำลังเดินสู่จุดวิกฤตที่อาจกระทบถึงอธิปไตยโดยตรง

                        ท่ามกลางกระแสสแกมข้ามชาติที่ลุกลามทั่วโลก ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกจับตาอย่างเข้มข้น  ทั้งจากคดีชายแดน ไปจนถึงข้อครหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐบางรายอาจมีส่วนเกี่ยวพันกับเครือข่ายต่างชาติ ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำเอกสารธุรกรรมต้องสงสัยยื่นให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน  ตรวจสอบสองอดีตรัฐมนตรี ที่ยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด โดยชี้ว่าความล่าช้าในการตรวจสอบอาจทำให้ประเทศไทยเผชิญ “หายนะด้านความมั่นคงทางการเงิน” เพราะหลายประเทศเริ่มดำเนินการขั้นเด็ดขาดแล้ว ขณะที่ไทยยังแทบไม่ขยับ

                         พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า สหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างออกกฎหมายที่ระบุตัวบุคคลเกี่ยวข้องสแกมเมอร์ และหากกฎหมายมีผลบังคับใช้ในเวลาไม่ถึงหกเดือน สหรัฐฯ สามารถใช้อำนาจเข้ามาดำเนินการได้เอง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่หลายประเทศเริ่มยึดทรัพย์ ทลายโครงข่ายไปก่อนหน้าแล้ว จุดที่น่ากังวลคือ ธุรกรรมบางอย่างในประเทศไทยเริ่มมี “พฤติกรรมผิดปกติ” เช่น บริษัทรายหนึ่งมีทุนเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สามารถเข้าซื้อกิจการที่มีมูลค่าสูงกว่าหลายล้านเท่า ก่อนเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่มีรายชื่อในเอกสารของต่างประเทศ จนถึงบริษัทพลังงานรายใหญ่ในไทย ซึ่งเคยถูกจับตาในฐานะปัจจัยความตึงเครียดไทย–กัมพูชา

                       สิ่งที่ฝ่ายค้านเตือนคือ หากไม่เร่งจัดการ ไทยอาจซ้ำรอยเหตุการณ์ที่รัฐบาลจีนเข้ามาดำเนินการใกล้ชายแดนก่อนหน้านี้  และคราวนี้อาจเป็นสหรัฐฯ  ซึ่งจะทำลายภาพลักษณ์ประเทศอย่างรุนแรง ในขณะที่ปัญหาทุนสีเทายังคงคืบคลานเข้าครอบงำเศรษฐกิจและการเมือง 

                       พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่าไม่ได้จงใจเล่นงานนักการเมืองฝ่ายใด แต่ต้องการหยุด “โครงข่ายมืดที่เกาะการเมืองไทย” โดยเสนอให้ ปปง. ใช้ธุรกรรมผิดปกติขยายผลอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงเส้นเงินถึงตัวบุคคล และร่วมมือกับ ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานต่างประเทศทันที

                        ท่ามกลางโลกที่เดินหน้าใช้กฎหมายใหม่ ปิดบัญชีมืด และตามยึดทรัพย์สแกมเมอร์กันรายวัน ประเทศไทยกลับถูกถามซ้ำ ๆ ว่า “จะเริ่มเมื่อไหร่” ราวกับประเทศเป็นศูนย์บริการให้เครือข่ายผิดกฎหมายฝากเงินข้ามคืนมากกว่าจะเป็นรัฐอธิปไตยเต็มใบ ยิ่งเมื่อมีชื่ออดีตรัฐมนตรีสองรายถูกพาดพิงในรายงานจากต่างประเทศ คำถามจึงผุดขึ้นเหมือนเดิมว่า

                      “เรากำลังปราบสแกมเมอร์ หรือกำลังปล่อยให้สแกมเมอร์มาปราบเรา?” 

                     ทุกอย่างตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเริ่มต้นจริงจังเมื่อใด   หรือปล่อยให้โลกจะเริ่มแทนหรือไม่ !

ข่าวล่าสุด

เรือไทย ดังข้ามโลก

ความภาคภูมิใจ ของ เรือไทย เมื่อ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ระดับโลก เลือก แม่น้ำเจ้าพระยา และ เรือสำราญสุดหรูของไทย Wonderful Pearl cruise เป็น โลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ ออกเผยแพร่ทั่วโลก

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เมื่อไฟสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เผาพลาญเศรษฐกิจโลก ชำแหละกลไก "กองทุนน้ำมัน" ในม่านหมอก

วิกฤตราคาน้ำมันเขย่าความเชื่อมั่น “จริยธรรม” รัฐบาล ถูกตั้งคำถามในยามวิกฤตพลังงาน

ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง บางพื้นที่ขาดตลาด จุดชนวนข้อสงสัยโครงสร้างพลังงานและความเป็นกลางของผู้กำหนดนโยบาย

ข่าวอื่นๆ

“清明..เช็งเม้ง…วันที่กระดูกเรียกลูกหลานกลับบ้าน”

มีคนเคยถามอาจารย์กวงว่า… “ทำไมเราต้องเหนื่อย ต้องเสียเวลา ต้องเดินทางไกลไปไหว้เช็งเม้งทุกปี” คำตอบไม่เคยอยู่ในตำรา… แต่มันอยู่ใน “หัวใจของคนที่ยังจำได้ว่า…เรามาจากไหน”

5 มีนาคม “วันนักข่าว”: จิตวิญญาณฐานันดรที่ 4 และการประกาศเจตนารมณ์แห่งความจริง

"นักข่าว" หรือ "คนหนังสือพิมพ์" ไม่ได้เป็นเพียงผู้รายงานเหตุการณ์รายวัน แต่คือ "กระจก" ที่สะท้อนความจริง และ "ตาข่าย" ที่คอยดักกรองความไม่โปร่งใส

อานุภาพขีปนาวุธของอิหร่านปะทะคลังแสงของอเมริกา

“หากสหรัฐฯ ยังคงใช้ขีปนาวุธในลักษณะเช่นนี้ คลังสำรองของพวกเขาจะหมดลงอย่างรวดเร็ว” ยูรี คนูตอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของรัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าว Sputnik