หน้าแรกสรุปเรื่องซับซ้อนรัฐบาล…“ล้างบาง” ทุนเทาข้ามชาติ !  ...

รัฐบาล…“ล้างบาง” ทุนเทาข้ามชาติ !  ทวงคืนอธิปไตยเศรษฐกิจและที่ดินทำกิน

เผยแพร่

spot_img

เปิดยุทธศาสตร์ 5 คณะอนุกรรมการร่วมอุดช่องโหว่กฎหมาย สกัดนอมินีฮุบสมบัติชาติ

                      ส่องโมเดลปราบปรามระดับสากล ยกระดับความเข้มข้นสงครามไซเบอร์ ก่อนประเทศไทยจะกลายเป็นแดนสวรรค์ของอาชญากร

                      ปฐมบทของวิกฤตความมั่นคงรูปแบบใหม่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากการหลั่งไหลเข้ายึดครองกลไกเศรษฐกิจท้องถิ่นของกลุ่มทุนต่างชาติผิดกฎหมาย หรือที่รู้จักกันในนาม “ทุนสีเทา” ลุกลามจนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง พฤติกรรมการกวาดซื้ออสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์มูลค่าสูงผ่านตัวแทนอำพรางทางกฎหมาย หรือ “นอมินี” ในทำเลทองทั่วประเทศ ตั้งแต่ใจกลางกรุงเทพฯ ภูเก็ต ไปจนถึงเชียงใหม่ ไม่เพียงแต่ปั่นราคาที่ดินจนคนท้องถิ่นหมดสิทธิ์ครอบครอง แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการฟอกเงินข้ามชาติ 

                        สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงนี้บีบให้สำนักนายกรัฐมนตรีต้องประกาศจัดตั้ง “คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ” คณะใหญ่ เพื่อเปิดศึกทวงคืนสิทธิ์และเสถียรภาพให้แก่ประชาชนไทยอย่างเป็นทางการ

                     เมื่อเจาะลึกถึงพฤติการณ์ในอดีต จะพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะความบังเอิญ แต่เกิดจากระบบราชการที่ทำงานแยกส่วนราวกับต่างคนต่างอยู่  ในขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอนุมัติการจดทะเบียนบริษัท กรมที่ดินกลับทำหน้าที่เพียงตรวจเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ โดยไม่มีฐานข้อมูลกลางในการตรวจสอบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินที่แท้จริง ช่องโหว่นี้กลายเป็นพรมแดงที่ปูทางให้กลุ่มทุนเทาใช้เงินสดก้อนโตซื้อใจคนไทยบางกลุ่ม ตั้งแต่ข้าราชการนอกแถว ทนายความหัวหมอ ไปจนถึงชาวบ้านรากหญ้า ให้ยอมเซ็นชื่อค้ำประกันอธิปไตยทางเศรษฐกิจของตนเอง แลกกับเศษเงินค่าจ้างนอมินี โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวที่เม็ดเงินเหล่านี้จะไหลกลับออกไปสู่นอกประเทศอย่างไร้ร่องรอยการเสียภาษี

                           เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงการเข้ามาทำมาหากินธรรมดา แต่เป็นการตั้งใจเข้ามา “ผูกขาดทางเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ” ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำยันปลายน้ำในภาคการท่องเที่ยวและบริการ การตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่พร้อม 5 คณะอนุกรรมการเฉพาะทางในครั้งนี้ จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการประกาศสงครามที่เน้นการทำลายล้างที่ “หัวใจ” ของกระบวนการ นั่นคือเส้นทางการเงิน การดึงกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน ปปง. เข้ามาร่วมโต๊ะทำงานกับกระทรวงดิจิทัลฯ และมหาดไทย ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องในการบดขยี้โครงสร้างนอมินีด้วยการตรวจสอบภาษีย้อนหลังและมาตรการยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ

                           ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปกป้องผลประโยชน์ของพลเมืองตนเอง ล้วนใช้ยาแรงที่ไม่มีข้อยกเว้น สิงคโปร์ใช้สำนักงานควบคุมองค์กรและบัญชี (ACRA) ตรวจสอบลึกถึงระดับ “เจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริง”  พร้อมบทลงโทษจำคุกนอมินีอย่างเด็ดขาด ขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการลงทุนจากต่างชาติ  อย่างเข้มงวดและสั่งแบนต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสองเพื่อป้องกันการปั่นราคา สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า มาตรการของประเทศไทยหลังจากนี้จะหยุดอยู่แค่การปรับโมเดลเอกสารไม่ได้ แต่ต้องยกระดับไปสู่การบังคับใช้กฎหมายที่เท่าทัน

                       นักวิเคราะห์ให้ควาาเห็นว่า โอกาสความสำเร็จในการทวงคืนอธิปไตยทางเศรษฐกิจครั้งนี้มีแต้มต่อมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากสถิติล่าสุดบ่งชี้ว่าคดีอาชญากรรมไซเบอร์เริ่มปักหัวลดลงกว่าร้อยละ 50.9 หลังจากมีการกวาดล้างซิมม้าและบัญชีม้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเครื่องมือตัดวงจรการเงินเริ่มใช้การได้จริง แต่แนวโน้มนี้จะยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความใจถึงของรัฐบาลในการกล้าจัดการกับ “คนไทย” ที่เป็นสายลับขายชาติคอยชี้ช่องเลี่ยงกฎหมาย หากการปราบปรามจำกัดอยู่เพียงกลุ่มทุนระดับล่าง แต่ไม่สามารถขุดรากถอนโคนไปถึงตัวการใหญ่ที่เป็นกลุ่มทุนท้องถิ่นหรือผู้มีอิทธิพล มาตรการนี้ก็จะเป็นเพียงแค่การทำไฟไหม้ฟางที่รอวันดับลง

                          สังคมสื่อโซเชียลกระจายข่าวที่จะจับตา 5 คณะอนุกรรมการอย่างใกล้ชิดและไม่กะพริบตา เพราะนี่คือเดิมพันครั้งสำคัญของประเทศที่ไม่สามารถสูญเสียดินแดนทางเศรษฐกิจไปได้มากกว่านี้ การตรวจสอบจะต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใส ไร้การประนีประนอม และต้องรายงานความคืบหน้าให้สาธารณชนทราบในทุกมิติ เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกของรัฐจะขับเคลื่อนไปตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงเสือกระดาษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อลดกระแสกดดันทางสังคมไปวัน ๆ

                          สิ่งที่เป็นความท้าทายอันละเอียดอ่อนที่สุดในภารกิจนี้ อาจไม่ใช่เพียงความซับซ้อนของเส้นทางการเงิน แต่อยู่ที่ขีดความสามารถของ “คณะกรรมการชุดใหญ่” ในการควบคุมและขับเคลื่อนคณะอนุกรรมการทั้ง 5 ชุดให้ทำงานอย่างมีเอกภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์จริง เพื่อมิให้กลไกนี้ซ้ำรอยกับบทเรียนในอดีตที่ประเทศไทยมักมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมามากมาย ทว่าต่างฝ่ายต่างทำงานจนบุคลากรเหน็ดเหนื่อย แต่กลับไร้ผลงานที่เป็นรูปธรรม จนสุดท้ายต้องจบลงด้วยการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่มาขับเคลื่อนซ้ำซ้อนเป็นวัฏจักร คณะกรรมการชุดใหญ่จึงต้องทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันไม่ให้คณะอนุกรรมการถูกแทรกแซงหรือโอบล้อมด้วยผลประโยชน์แอบแฝง  จากกลุ่มทุนข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการเสนอตัวเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ อุปกรณ์เทคโนโลยี หรือแม้กระทั่งการอำนวยความสะดวกในรูปแบบต่าง ๆ จากภาคธุรกิจนอมินีในพื้นที่เป้าหมาย 

                      รัฐบาลจึงต้องพึงระวังเป็นอย่างยิ่งมิให้ “ความตั้งใจจริง” ถูกบั่นทอนลงด้วยระบบอุปถัมภ์ เพื่อให้มั่นใจว่ารายงานผลงานจากคณะอนุกรรมการที่จะส่งถึงมือคณะกรรมการชุดใหญ่นั้น จะเป็นมาตรการที่แหลมคมและเด็ดขาด สามารถลงนามในคำสั่งยึดทรัพย์สินและดำเนินคดีได้ทันที โดยไม่มีอาการ “อ่อนแรง” ทางกฎหมายอันเนื่องมาจากอิทธิพลของทุนเทาที่แฝงตัวเข้ามาในโครงสร้างการทำงาน

2569-06-07   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

“สิงห์คลาสสิก” ปะทะ “สิงห์ดิจิทัล”   เมื่อสายบังคับบัญชา ปะทะโลกโซเชียล ปมร้อนนายอำเภอบ้านสร้าง

คำสั่งกรมการปกครองที่ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical

เรื่องสั้น  “บ้านชายป่า”

ศพแรกถูกพบในเช้าวันจันทร์ ชายวัยกลางคนหายออกจากบ้านไปตั้งแต่คืนก่อน และไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้าไปในป่าทำไม กระทั่งรุ่งเช้า ชาวบ้านพบร่างของเขานอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากถนนไม่ถึงสองกิโลเมตร หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีศพที่สอง

ทุเรียนไทยขายมาก…แต่เงินได้น้อย  “ล้ง” จุดตัดสำคัญของราคา จากสวนถึงตลาดจีน  เงินอยู่ที่ใคร?

ทุเรียนไทยยังส่งออกเกือบล้านตัน แต่ปี 2568 มูลค่ากลับลดลงอย่างชัดเจน ขณะที่จีนยังเป็นตลาดหลักกว่า 97% ของมูลค่าทุเรียนสดไทย ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ “ขายไม่ได้”

ข่าวอื่นๆ

มอบรางวัล”เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์”ประจำปี 2569 เชิดชูเกียรติ 3 นักหนังสือพิมพ์อาวุโส

สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบรางวัล”เกียรติยศคนหนังสือพิมพ์”ประจำปี 2569 เชิดชูเกียรติ 3 นักหนังสือพิมพ์อาวุโส “ระวิ โหลทอง-ชัยราชวัตร-ผุสดี คีตวรนาฏ” ผู้มีคุณูปการแก่วงการหนังสือพิมพ์ และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อวิชาชีพสื่อมวลชน พร้อมมอบรางวัลองค์กรและบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวิชาชีพสื่อมวลชน การศึกษา...

น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ “แสงสว่างแห่งปัญญาและศิลปวิทยา” เนื่องในวาระ ๑๐๓ ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

วันที่ ๖ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

รถไฟด่วนทุเรียน! จีนเปิดบริการขนส่งระบบเย็นสายใหม่จากไทย ย่นเวลาเหลือ 3 วัน

เชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย ลาว และมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน บริการนี้ช่วยให้การขนส่งทุเรียนจากไทยมีความรวดเร็วยิ่งขึ้นและส่งผลให้ราคาจำหน่ายในประเทศจีนปรับตัวลดลง