วันจันทร์, เมษายน 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกสรุปเรื่องซับซ้อนเรื่องสั้น  “เจอกัน…ที่บันไดเลื่อน“

เรื่องสั้น  “เจอกัน…ที่บันไดเลื่อน“

เผยแพร่

spot_img

บ่ายวันนี้ บนถนนหนทาง……แดดจัด….!

                              อากาศภายในห้างสรรพสินค้าเย็นฉ่ำ ตัดกับความพลุกพล่านของฝูงชนที่ส่งเสียงจ้อกแจ้กสลับกับเสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อน

                              เขาเหลียวไปรอบ ๆ พลางเหลือบมองนาฬิกาที่ยังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนพบผู้ใหญ่ในธุระสำคัญ

                             หนุ่มหน้ามน ยืนปล่อยใจอยู่บนบันไดเลื่อนที่ค่อยๆ เคลื่อนขึ้นสู่ชั้นบน ปะปนกับความพลุกพล่านผู้คน

                            กลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัสที่เขาใช้ฉีดพ่นเมื่อเช้าเริ่มเจือจางลง  กลับมาแทนที่ด้วยกลิ่นละมุนของดอกพีชที่ลอยล่องลงมาจากหญิงสาวเบื้องหน้าด้านบนของบันไดที่กำลังเลื่อนขึ้น

                             เธอสวมชุดเดรสชีฟองสีครีมยาวระบายฟูฟ่องที่ส่ายไหวไปมาตามจังหวะการก้าวขึ้นเมื่อสักครู่ กองผ้าเนื้อนุ่มลากผ่านขอบฟันเฟืองเหล็กของบันไดเลื่อนที่ขยับเขยื้อน

                           “กึก… กึก… แคว้ก!”

                            จังหวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะที่สุดคือวินาทีที่เสียงผ้าขาดวิ่นกระชากความเงียบสงบหายไป ร่างของหญิงสาวเซวูบกลับมาข้างหลังตามแรงดึงของเครื่องจักรที่เริ่ม “กิน” ชายกระโปรงเข้าไปในร่องลึก เขาก้าวขึ้นไปอีกสองสามขั้นของบันไดทันที

                          “คุณ!”         

                          เขาตะโกนลั่น เสียงสะท้อนดังก้องไปถึงเพดานสูง เขาไม่ได้รอให้สมองสั่งการ ร่างกายเขาทะยานขึ้นไปคว้าเอวบางของเธอไว้ แขนแข็งแรงโอบกระชับจนได้ยินเสียงลมหายใจที่หอบถี่ของเธอที่ข้างหู

                         “อยู่นิ่งๆ อย่าเพิ่งขยับ!”      เขาสำทับ มือขวาเอื้อมลงไปกระชากผ้าผืนนั้นสุดแรง จังหวะที่นิ้วสัมผัสกับเนื้อผ้าที่ตึงเปรี๊ยะจนเกือบจะบาดมือ เขาพยายามออกแรงฝืนกลไกเหล็กที่ยังคงขยับเขยื้อน

                          “แคว่ก!”

                            เศษผ้าหลุดออกมาพร้อมกับแรงเหวี่ยงที่ทำให้หญิงสาวถลาเข้าสู่อ้อมกอดของชายหนุ่มเต็มรัก กลิ่นน้ำหอมดอกพีชที่เคยหอมไกลๆ บัดนี้พุ่งปะทะจมูกเขาจนมึนเมา ความร้อนจากร่างของหญิงสาวซึมผ่านเสื้อเชิ้ตบางๆ ของเขาจนรับรู้ได้ถึงอาการสั่นเทาของเธอ

                           หนุ่มหน้ามนรีบประคองเธอให้พ้นจากทางลงบันไดเลื่อน เขาคลายมือออกจากเอวเธออย่างสุภาพเมื่อมั่นใจว่าเท้าของเธอยืนอยู่บนพื้นราบที่มั่นคงแล้ว เขายิ้มมุมปาก พลางยื่นเศษผ้าไหมชีฟองที่ขาดเป็นรูพรุนคืนให้เธอด้วยสายตาขี้เล่น

                          “รอดแล้วครับ…!   แต่กระโปรงของคุณคงต้องไปเกิดใหม่ในร่างที่สั้นกว่าเดิมเล็กน้อยนะ” พูดจบส่งยิ้ม

                           หญิงสาว หน้าแดงระเรื่อจนถึงใบหู ความอายพุ่งพล่านขึ้นมาจุกที่คอพอๆ กับความขอบคุณ เธอก้มมองสภาพชายกระโปรงที่กะรุ่งกะริ่งสลับกับมองใบหน้าคมคายของชายแปลกหน้าคนนี้

                          “ขอบคุณ… ขอบคุณจริงๆ ค่ะคุณ” 

เธอละล่ำละลักบอก พลางพยายามดึงชายผ้ามาปิดบังรอยขาดแต่ก็ดูจะเปล่าประโยชน์ 

                         “ฉัน… ฉันซุ่มซ่ามแท้ๆ เลย”

                            เธอก้มศีรษะให้เล็กน้อยและขยับท่าเดินจะเลี่ยงไปทางด้านหน้าในทันที แววตาแฝงความประหม่าและระแวดระวังตามวิสัยผู้หญิงที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนที่เดินผ่านไปมาในห้าง

                          “เดี๋ยวครับคุณ!     หนุ่มเรียกไว้ “หน้าคุณซีดอย่างกับคนจะเพิ่งผ่านเครื่องบดเนื้อมา ถ้าจะเดินไปทำธุระต่อในสภาพที่ขาสั่นแบบนั้น ผมว่าคุณไปได้ไม่เกินห้าสิบเมตรแน่ๆ”

                           สาวสวยชะงัก ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ความขัดเขินกับความเหนื่อยหอบทำศึกกันอยู่ในอก เธอหันมามองเขาอีกครั้ง เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ

                           คราวนี้นิ่งขึ้นและเห็นความหวังดีในแววตาของเขา

                         “เพื่อเป็นการขอบคุณ… และถือว่าฉันขอที่นั่งพักเรียกขวัญหน่อยเถอะค่ะ”

                           เธอถอนหายใจยาวพลางบุ้ยปากไปทางร้านกาแฟที่เงียบสงบฝั่งตรงข้าม

                         “ให้ฉันเลี้ยงกาแฟคุณสักแก้วนะคะ อย่างน้อยก็แทนคำขอบคุณที่ทำให้ฉันไม่ต้องเสียขาไปข้างหนึ่ง”

         หนุ่มยิ้มกว้าง “ผมไม่ค่อยปฏิเสธสุภาพสตรีเสียด้วยสิครับ… 

                          ผม..ป้องครับ…!”

                       “เป๋อค่ะ… เชิญค่ะคุณป้อง ก่อนที่ฉันจะเขินจนหายตัวไปจากตรงนี้เสียก่อน”

                          ภายในร้านกาแฟสไตล์สแกนดิเนเวียที่ตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนและแสงไฟนวลตา กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่โชยมาปะทะจมูก ช่วยเจือจางความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี 

                            สาวสวยประคองลาเต้ร้อนที่มีฟองนมเนียนนุ่มไว้ในมือ ความอุ่นของแก้วเซรามิกช่วยลดอาการสั่นที่ปลายนิ้วของเธอได้บ้าง ส่วนชายหนุ่มนั่งฝั่งตรงข้าม เขามองดูอเมริกาโน่เย็นที่มีหยดน้ำเกาะพราวรอบแก้วอย่างใจเย็น

                           “ผมว่าบันไดเลื่อนตัวนั้นมันต้องเป็นแฟนคลับแฟชั่นของคุณแน่ๆ” 

                             ป้องเปิดบทสนทนาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ “มันถึงได้พยายามรั้งคุณไว้สุดตัวขนาดนั้น”

                             เป๋อหลุดขำ พลางช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า 

                           “แฟนคลับประเภทไหนกันคะถึงได้ทำร้ายกันขนาดนี้ ดูสิคะ… กระโปรงตัวโปรดของฉันกลายเป็นผลงานศิลปะแนวเซอร์เรียลลิสม์ไปแล้ว”

                            “บางที… สิ่งที่ขาดหายไปอาจจะทำให้ภาพรวมดูน่าสนใจขึ้นก็ได้นะครับ” 

                              ป้องตอบพลางจิบกาแฟขมจัด “เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ ถ้ามันเรียบตึงไปหมด มันก็น่าเบื่อตายชัก การที่มีรอยแหว่งรอยโหว่บ้าง มันทำให้คนอื่นอยากรู้ว่า… เกิดอะไรขึ้นตรงนั้นนะ?’”

                             เป๋อพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าอย่างละเอียดขึ้น ป้องมีวิธีพูดที่ประหลาด เขาดูเหมือนคนรู้เท่าทันโลกแต่ก็มีความขี้เล่นที่ทำให้คนฟังไม่รู้สึกอึดอัด 

                            “คุณป้องมักจะมองโลกในแง่บวกแบบนี้เสมอเลยเหรอคะ แม้แต่กับเรื่องโชคร้าย …ของคนแปลกหน้า”

                            “ผมเรียกว่าการ…หาช่องว่างในความวุ่นวาย ..ครับ” 

                              เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางผ่อนคลายราวกับไม่ได้มีธุระด่วนที่ไหน 

                           “วันๆ ผมคุยกับผู้คนเยอะมากครับ ทั้งในฐานะที่ปรึกษาและในฐานะนักสังเกตการณ์ ผมพบว่า จังหวะ…นรก ของคนเรามักจะนำไปสู่ จังหวะ…สวรรค์ เสมอ ถ้าเรายอมเสียเวลาหยุดจิบกาแฟสักแก้ว”

                             “ที่ปรึกษาเหรอคะ? ฟังดูเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูงจัง” เป๋อ จิบลาเต้ รสสัมผัสนุ่มละมุนของมันช่วยให้เธอเริ่มรู้สึกสนุกไปกับบทสนทนา

                            “ไม่เท่าไรหรอกครับ แค่ต้องหัดเดาใจคนให้เก่งกว่าที่เขาเดาใจตัวเอง” 

                               ป้องขยับยิ้มมุมปาก แววตาคมปลาบคู่นั้นเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในความคิดของเธอ

                            “อย่างเช่นตอนนี้ ผมเดาว่าคุณกำลังกังวลเรื่อง นัดหมายหลังจากนี้อยู่   ทั้งที่ในใจอีกครึ่งหนึ่งเริ่มรู้สึกว่า… การนั่งอยู่ตรงนี้มันสนุกกว่าสิ่งที่ต้องไปเจอเรื่องงานเป็นไหนๆ  ใช่ไหมครับ?”

                               เป๋อ ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งด้วยความรู้สึกเหมือนถูกอ่านใจได้ทะลุปรุโปร่ง “คุณนี่… น่ากลัวกว่าบันไดเลื่อนเมื่อกี้อีกนะคะ”

                              “คุณรู้ไหมเป๋อ….” ป้องเท้าคางมองเธอ แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กลับนิ่งลึกและจริงจังขึ้นจนเป๋อรู้สึกร้อนวูบที่พวงแก้ม

                                “โลกนี้มีคนอยู่สองประเภท  ประเภทแรกคือคนที่เดินตามเข็มนาฬิกาอย่างเคร่งครัด   ส่วนอีกประเภทคือคนที่พยายามจะหยุดเข็มนาฬิกาไว้เมื่อเจอสิ่งที่ถูกใจ”

                                   เป๋อ หมุนแก้วลาเต้ที่เริ่มเย็นชืดในมือ 

              “แล้วคุณล่ะคะ เป็นประเภทไหน?”

                                  “ผมเหรอ? ผมเป็นประเภทที่ชอบถอดถ่านนาฬิกาทิ้งครับ…”

                                   เขาหัวเราะเบาๆ เสียงทุ้มต่ำของเขามันช่างกังวานอยู่ในคาเฟ่ที่เริ่มเงียบลง

                                 “อย่างเช่นตอนนี้ ผมไม่สนหรอกว่าโลกภายนอกห้างนี้จะหมุนไปเร็วแค่ไหน หรือเรามีธุระบ้าบออะไรต้องไปจัดการ ผมสนแค่ว่าแสงไฟนวลๆ ในร้านนี้….มันทำให้นัยตาของคุณดูเป็นประกายเหมือนมีดวงดาวนับพันซ่อนอยู่”

                                   เป๋อหลบตาพลางยิ้มขัดเขิน เธอไม่เคยเจอใครที่รุกด้วยคำพูดที่ มีเสน่ห์เยิ้มขนาดนี้

                                 “คุณนี่… ปากหวานจนกาแฟอเมริกาโน่ขมๆ ของคุณกลายเป็นน้ำเชื่อมไปเลยนะคะ”

                                 “มันคือความจริงที่ผ่านการสังเกตครับ” ป้องตอบนิ่มๆ

                                 “ผมสังเกตเห็นว่าคุณขยับนิ้วเคาะโต๊ะตามจังหวะเพลงแจ๊สที่เปิดคลอเบาๆ ในร้าน แปลว่าคุณเป็นคนที่มีจังหวะในหัวใจ และผมก็สังเกตเห็นว่าคุณเริ่มลืมมองทางออกของร้านไปนานกว่าสิบนาทีแล้ว”

                                   เป๋อ หัวเราะจนตัวโยน “ยอมแพ้ค่ะ! คุณเป็นนักอ่านใจที่น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย”

                                    บทสนทนาไหลเลื่อนไปสู่เรื่องที่ลึกซึ้งขึ้น ทั้งเรื่องความฝันในวัยเด็กที่หายไปกับหน้าที่การงาน และเรื่องที่ว่าทำไมเราถึงต้องพยายามทำตัวให้สมบูรณ์แบบเพื่อคนอื่น 

                                   ป้องเล่าเรื่องราวที่ทำให้เธอเห็นภาพจนสัมผัสได้ ทั้งกลิ่นดินหลังฝนตกในต่างจังหวัด หรือเสียงคลื่นกระทบฝั่งที่เงียบเหงา 

                                   เป๋อ รู้สึกเหมือนกำแพงที่เธอสร้างไว้พังครืนลงมาอย่างง่ายดาย

                                 “นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันไม่ได้คุยกับใครได้นานขนาดนี้” เป๋อ พึมพำ แววตาของเธอสบกับ ป้อง เนิ่นนานกว่าปกติ

                   “เวลาที่เราเจอคลื่นความถี่…ที่ตรงกัน ต่อให้คุยกันทั้งวันมันก็เหมือนเพิ่งเริ่มครับ” 

                                    ป้องยิ้มบางๆ มือของเขา…ขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิดบนโต๊ะไม้ …!

                                “แต่น่าเสียดายนะ… ที่มนุษย์เรายังต้องกินต้องใช้ และยังต้องมี ภารกิจ ที่เลี่ยงไม่ได้”

                                  บรรยากาศนุ่มนวลถูกแทรกซึมด้วยความรู้สึกเสียดายบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น เป๋อ รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้จริงๆ แต่หน้าที่และความรับผิดชอบที่บ้านกำลังกวักมือเรียกเธออยู่ไม่ไกล

                                 เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าถือของเป๋อ แผดดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่แสนหวาน

                                 เธอสะดุ้งสุดตัวเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เมื่อเหลือบมองหน้าจอดิจิทัล เธอก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ

                               “ตายแล้ว! สี่โมงสิบนาที!” 

                                 เป๋อ ลนลานลุกขึ้นพลางรวบข้าวของ

            “ฉันสายแล้ว สายมากจริงๆ ค่ะคุณป้อง”

                                “พายุลูกใหญ่รออยู่หรือครับ?”

 ป้องถามพลางลุกขึ้นยืนตาม ท่าทางเขายังคงนิ่งสงบผิดกับเธอ

                        “ยิ่งกว่าพายุอีกค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับทุกอย่าง… ขอบคุณจริงๆ”

                          เธอมองหน้าเขาครู่หนึ่งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายอย่างปิดไม่มิด ….!

                       “ฉันคงต้องรีบไป… โชคดีนะคะ อ้า..เรา…“

                         เป๋อ หมุนตัวกึ่งเดินครึ่งวิ่งครึ่งหายออกไปจากประตูร้าน   ป้องมองตามแผ่นหลังบางของเป๋อที่หายลับไปในฝูงชนอย่างเสียดายลึกๆ 

                         เขาพึมพำกับตัวเองถึงเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ได้ขอไว้ ถอนหายใจลึก ก่อนจะสลัดความฟุ้งซ่านทิ้งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาคนนัดหมาย

                       “ครับพ่อ… ตามเวลาครับ ผมถึงแล้ว กำลังเดินไป ไม่ต้องห่วงครับ  แป๊บเดียว..นะพ่อ !”

                        เขาก้าวยาวๆ ผ่านร้านค้าเรียงรายของพลาซ่าแล้วออกไปอีกด้าน อดไม่ได้ที่จะเหลียวกลับไปทางด้านหลังอีกครั้ง     แล้วจ้ำแทรกผู้คนมากมาย 

                        หยุดหาจุดนัดหมาย …ยิ้มมุมปาก แล้วรีบสาวเท้าไปทางโถงกระจก มุ่งหน้าไปยังภัตตาคารที่อยู่คนละปีกกับร้านกาแฟ จนถึงที่นัดหมายด้วยอาการโล่งใจ….!

                          แขกผู้ใหญ่สองคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ป้องยกมือไหว้ผู้เป็นพ่อและเพื่อนสนิทของพ่อด้วยท่าทางสุขุมนอบน้อม

                        “นี่ลุงอรรถ…เพื่อนพ่อ” 

พ่อของเขาแนะนำพลางผายมือไปทางแขกนั่งฝั่งตรงข้ามที่ยกมือไหว้มาก่อน…!

                         หนุ่มหน้ามนหันตามแล้วรีบไหว้ตอบ     ชงักงันด้วยความตกใจด้วยกัน

                       “เป๋อ…. คุณหรือนี่.…!“

“ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

รมว.คลังสหรัฐฯผลักดันเครือข่ายแลกเปลี่ยนเงินตรา เสริมแกร่งอํานาจดอลลาร์ ‘สกัดระบบชำระเงินทางเลือก’

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกล่าวสนับสนุนแนวคิดในการขยายวงเงินแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Currency Swap Lines) ไปยังประเทศต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อเป็นแนวทางในการเสริมสร้าง "อิทธิพลเหนือตลาดของเงินดอลลาร์")

หมอนทองอินทรีย์วังรี นครนายก

หมอนทองอินทรีย์วังรี นครนายก สวนเกษตรอินทรีย์แท้ปลอดภัยทั้งคนปลูกและคนทาน • Taste of Nature: เนื้อเนียนนุ่ม หวานกำลังดี กลิ่นหอมละมุน

อิหร่านสร้างความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ มากแค่ไหน?

ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง

เด็กหญิงแม็กซิกัน ทำลายสถิติไอคิวระดับโลก ตัวเลขทะลุถึง “162”

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนครับ เพราะข่าวล่าสุดที่กำลังไวรัล คือ "ปรากฏการณ์" ของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ทำลายสถิติไอคิวระดับโลก ด้วยตัวเลขทะลุถึง "162"

ข่าวอื่นๆ

ญี่ปุ่นเสนอ “ลดจำนวนรับนักศึกษาแพทย์อย่างมาก” 

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเสนอให้ ลดโควตารับเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลหลักคือ จำนวนประชากรญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการแพทย์ในอนาคตลดลง

 Donald Trump ถูกหน่วยอารักขา (Secret Service) รุดพาส่งลงจากเวทีกลางงาน White House Correspondents’ Dinner (WHCD)

เมื่อคืนที่ผ่านมา กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในเชิง "ยุทธศาสตร์สื่อและการจัดการข้อมูล" ของปีนี้ครับ ​ในฐานะนักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ผมมองว่ามี 5 ประเด็นลึกที่เราต้องมองให้ทะลุภาพข่าวที่เห็น เพื่อจะเข้าใจว่าทำไมสังคมถึงมีปฏิกิริยาที่แปลกประหลาดต่อเรื่องนี้ ​📊 1. Sentiment Analysis: เมื่อความเชื่อมั่น "แตกสลาย" ​จากการ Monitor...

แพงไปไหม ? สนามบินบุรีรัมย์ทุ่ม 19.9 ล้านบาท แค่เปลี่ยนสีป้ายจากแดงเป็นน้ำเงิน! 

ถูกโยงจัดฉากให้ตรงสีพรรคภูมิใจไทย.. เมื่อสีเดิมไม่โดนใจงบภาษีจึงถูกใช้หลัก ล้าน!