วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกสรุปเรื่องซับซ้อน“แก้วสรร” เผยแพร่บทความ “ทักษิณ” ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ผิดหลักกฎหมาย ร้องซ้ำไม่ได้ มีโอกาสติดคุกเพิ่มเป็น 18 ปี

“แก้วสรร” เผยแพร่บทความ “ทักษิณ” ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ ผิดหลักกฎหมาย ร้องซ้ำไม่ได้ มีโอกาสติดคุกเพิ่มเป็น 18 ปี

เผยแพร่

spot_img

วันที่ 29 กันยายน 2568  นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความในรูปแบบถาม-ตอบ เรื่อง “คำขอพระราชทานอภัยโทษ ในโทษจำคุก 1 ปี ของทักษิณ” มีเนื้อหาดังนี้

ถาม    :    ทักษิณ กล้าดีอย่างไรครับ  พอศาลสั่งคดีชั้น ๑๔ ให้กลับไปติดคุก ๑ ปี ก็ลงมือทูลขอให้พระราชทานอภัยโทษ จำคุก ๑ ปีนี้ ทันทีเลย   ทั้งๆที่ทรงพระเมตตาให้อภัยโทษไปแล้วตั้ง ๗ ปี  ผมสงสัยว่าในทางกฎหมายแล้ว  มันตื้อขอกันอย่างนี้ได้อีกหรือครับ   

ตอบ    :    เป็น “คำขอซ้ำ”ให้ทรงวินิจฉัยซ้ำอย่างชัดเจนครับ    ต้องเข้าใจว่า คดีชั้น ๑๔ ศาลไม่ได้ตัดสินลงโทษอะไรใหม่ในคดีใหม่อะไรเลยนะครับ   แต่เป็นคดีเก่าที่ตัดสินไปแล้ว แล้วจำเลยหนีไป  

๑๗ ปีให้หลังเมื่อกลับมา เค้าก็ต้องกลับมารับโทษที่เหลืออีก ๘ ปีนั้น   แต่ก็ทรงพระกรุณาอภัยโทษจนเหลือโทษ ๑ ปี  และเมื่อสิงหาคม  ๒๕๖๖ ศาลก็ออกหมายคุมขังใน ๑ ปีที่เหลือนี้แล้ว

แต่มาปรากฏในปี ๒๕๖๘ ว่าหมายขังนี้ไม่ได้รับการบังคับตามให้ถูกต้อง เพราะมีเจ้าหน้าที่สมคบกันช่วยเหลือให้นักโทษไปนอนโรงพยาบาลตำรวจโดยมิชอบ ศาลจึงมีคำสั่งให้บังคับตามหมายเดิมเสียใหม่คือให้ราชทัณฑ์นำตัวไปขังเลยทันที  กรณีจึงชัดเจนว่า โทษ ๑ ปี ที่ทักษิณกลับมาโดนอยู่ดีนี้ จึงป็นคดีเดิมโทษเดิมที่ศาลตัดสินไปสิบกว่าปีแล้ว  

ถาม  :      แล้วโทษในคดีนี้ ก็ได้นำมาทูลขอพระราชทานอภัยโทษไปแล้วด้วย  จะมาตื้อทูลขอให้ทรงทบทวนอีกได้อย่างไร

ตอบ   :     ครับ…เขาอาจเข้าใจผิด  เข้าใจเอาเองว่าเป็นโทษใหม่ตามคำพิพากษาใหม่  ที่ตนสามารถทูลขอพระกรุณาได้  ไม่ใช่การร้องซ้ำในโทษเดิมคดีเดิม

ถาม   :     คำร้องซ้ำซากอย่างนี้   ในทางกฎหมายทำได้หรือครับ

ตอบ   :     ทำไม่ได้ครับ หลักห้ามฟ้องซ้ำ ร้องซ้ำ อย่างนี้เป็นหลักทั่วไปของกฎหมาย  คำร้องใดที่ซ้ำซากอย่างนี้   รัฐมนตรียุติธรรม มีหน้าที่ต้องปฏิเสธไม่นำส่งเข้าสู่ราชการในพระองค์  ถ้าหลุดเข้าไปได้  ก็ผ่านการกลั่นกรองของสำนักองคมนตรีไปไม่ได้ครับ คำร้องนี้ต้องโดนส่งกลับ เหมือนคราวรักษาการนายกฯทูลขอให้ทรงยุบสภาเมื่อเร็วๆนี้  ที่ถูกตีกลับเพราะมีปัญหากฎหมายครับ

ถาม    :    เห็นกระทรวงยุติธรรมเค้าบอกว่า   เรื่องขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะบุคคลนี้ ตนมีหน้าที่ต้องนำส่งอย่างเดียว  ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ปฏิเสธเมื่อใดจะเป็นการล่วงพระราชอำนาจไปโน่นเลย

ตอบ    :    คิดผิดครับ    เรื่องความถูกต้องทั้งข้อมูลและความชอบด้วยกฎหมาย  เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ   ตรวจสอบรับรองจนชัดเจนเสียตั้งแต่ต้นเลยครับ   เมื่อกลั่นกรองถูกต้องแล้ว  กรณีก็จะเหลือแต่ดุลพินิจแท้ๆตามพระกรุณาเท่านั้น   ซึ่งนักโทษก็ได้อภัยโทษไป ๗ ปีแล้วก็เกมส์แล้วในทางกฎหมาย จะเอา ๑ ปี มาร้องซ้ำอีกไม่ได้

ถาม    :    ทักษิณจะอ้างได้ไหมครับว่า  นับแต่ได้ทรงพระกรุณาอภัยโทษให้ตนเอง มาตั้งแต่สิงหา ๒๕๖๖ นั้น    เวลา ๒ ปีที่ผ่านมานี้ตนได้ประกอบคุณงามความดีชิ้นใหม่ๆ มากมาย จนสามารถนำมาทูลขอให้ทรงพิจารณาอภัยโทษ จำคุก ๑ ปีที่เหลือได้อีก

ตอบ    :    มันตรงกันข้ามกับความจริงเลยครับ  ๒ ปีที่ผ่านมานี้ คดีชั้น ๑๔ ของเขาทำลายระบบกฎหมายไทยอย่างยับเยินที่สุด   ผลประโยชน์ร่วมกับฮุนเซ็นของเขา ก็ทำลายความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา  และความมั่นคงชายแดน อย่างสาหัส  การค้าขายชายแดน เสียหายไปเป็นแสนล้าน ชีวิตผู้คนทั้งไทย-เขมร จากโลกไปหลายพันคน   แล้วจะมาอ้างเป็นความดีความชอบได้อย่างไร

ถาม    :    ถ้าเช่นนั้น  พฤติการณ์เมื่อปี ๒๕๖๖ที่เขาทูลขอเป็นความเท็จ ว่าบัดนี้ตนติดคุกแล้วจึงขอพระราชทานอภัยโทษ  ทั้งๆที่ยังไม่ได้ติดคุกจริงเลย  ความข้อนี้ศาลฎีกาท่านก็เห็นจึงสั่งให้ไปเริ่มติดคุกใหม่ทั้ง ๑ ปีเลย  

เมื่อคำขอนี้ผิดขั้นตอนอย่างชัดเจน แต่รัฐมนตรีก็นำขึ้นทูลเกล้าไปอย่างผิดๆเช่นนี้    แล้ว ผมขอถามว่าถ้าอาจารย์เป็นรัฐมนตรียุติธรรมคนปัจจุบันจะทำอย่างไรครับ

ตอบ    :    ต้องยอมรับว่าเป็นความผิดของฝ่ายบริหารที่กราบทูลไปโดยไม่ถูกต้องตามขั้นตอน  ในทางกฎหมายจึงทำให้พระบรมราชโองการผิดพลาด เปิดให้คนโกง โกงคุก ๗ ปีไปหน้าด้านๆ   

รัฐมนตรีจึงมีหน้าที่ ต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลให้ทรงพระกรุณาเพิกถอนพระบรมราชโองการอภัยโทษนี้โดยพลัน   ครั้นเมื่อทรงโปรดเกล้าฯ แล้ว รัฐมนตรีก็แจ้งต่อศาลให้ออกหมายคุมขังใหม่ เป็นโทษ ๘ ปี ตามเดิมครับ

ถาม    :   ลงเอยอย่างนี้ก็ดีนะครับ คนจะได้เห็นว่าใครจะล่วงพระราชอำนาจกันง่ายๆไม่ได้

ตอบ      นี่ถ้าซ้ำด้วยโทษในคดีใหม่ ที่มีการสมคบกันช่วยเหลือนักโทษให้ไม่ต้องติดคุก ๑ ปี   ทั้งกระทงแรกที่ส่งไปนอนโรงพยาบาลตำรวจ ๖ เดือนโดยมิชอบ  กับกระทงหลังที่พักโทษใส่เฝือกคอจอมปลอมไปนอนบ้านอีก ๖ เดือน โดยอ้างว่าทรุดโทรมช่วยตัวเองไม่ได้นั้น    สองกระทงนี้ เมื่อ ปปช.กับอัยการส่งฟ้อง และศาลพิพากษาแล้ว ตัวนักโทษก็จะโดนจำคุกฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิดในหน้าที่ รวมโทษสองกระทงนี้ ก็น่าจะเพิ่มอีก ๑๐ ปี รวมกับโทษเดิมเป็น ๑๘ ปี ครับ

             โทษ ๑๘ ปี เช่นนี้นี่เองที่เหมาะสมกับความอุกอาจร้ายแรงของความผิด  ถ้าเป็นจริงได้เมื่อใด ก็จะยังผลกู้คืนให้กฎหมายไทย กลับมาเป็นหลักของบ้านเมืองได้ต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ชื่อ “บอร์ดสันติภาพ”

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ ประเทศต่างๆที่อยากมีสถานะถาวรใน "บอร์ดสันติภาพ" ต้องจ่ายเงินอุดหนุนอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อตั้งขึ้นมาเพื่อทดแทนสหประชาชาติ

ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความมั่นคงทางอวกาศอย่างเงียบ ๆ

ประเทศไทยมีระบบเรดาร์ติดตามวัตถุในอวกาศที่พัฒนาโดย GISTDA คือ ระบบ ZIRCON สำหรับการจัดการจราจรอวกาศและป้องกันการชน รวมถึงการพัฒนาระบบเรดาร์ภาคพื้นดินและดาวเทียมเพื่อติดตามสภาพอวกาศ (Space Weather) เพื่อเพิ่มความแม่นยำของระบบ GNSS

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฎานทรงได้รับการถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฎานทรงได้รับการถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศด้วยพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย