หน้าแรกสิ่งแวดล้อมปล่อยแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 10 ตัวคืนธรรมชาติ หลังฟื้นฟูจากอ่อนแรง

ปล่อยแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 10 ตัวคืนธรรมชาติ หลังฟื้นฟูจากอ่อนแรง

เผยแพร่

spot_img

กรมอุทยานฯ ปล่อยแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย 10 ตัว ทั้ง “เจ้าบางวัน-น้องสิเกา-บัว-แนนโน๊ะ” คืนสู่เส้นทางอพยพตามธรรมชาติ ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ หลังช่วยเหลือจากสภาพอ่อนแรง ในช่วงฤดูกาลอพยพ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณดาวเทียม เพื่อศึกษาเส้นทางอพยพข้ามพรมแดน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมด้วยนางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) นายปพณ สอนธรรม นายอำเภอปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร และ ผศ.น.สพ.ดร.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว ร่วมเป็นประธานในพิธีปล่อยแร้งสีน้ำตาลหิมาลัย คืนสู่เส้นทางอพยพตามธรรมชาติ ณ จุดชมวิวโมโกจูน้อย อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.กำแพงเพชร โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก

ภารกิจในวันนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการส่งนกล่าเหยื่อหายากกลับสู่มาตุภูมิ โดยติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณดาวเทียม จำนวน 3 ตัว เพื่อใช้ติดตามตำแหน่งและศึกษาเส้นทางอพยพข้ามพรมแดนในเชิงวิชาการต่อไป

สำหรับแร้งสีน้ำตาลหิมาลัยทั้ง 10 ตัว เป็นนกที่ได้รับความช่วยเหลือจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศในช่วงฤดูกาลอพยพ ตั้งแต่อดีตช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ส่วนใหญ่พบในสภาพอ่อนแรงจากการเดินทางไกลในพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ นกชื่อ “บางวัน” จากพังงา, “ฉลอง 1” และ “ฉลอง 2” จากภูเก็ต, “น้องสิเกา” จากตรัง, “ควน” และ “ไม่ควน” จากสตูล รวมถึงนกที่พบในภูมิภาคอื่นอย่าง “บัว” จากนครสวรรค์, “นิกกี้” จากตาก และ “แนนโน๊ะ” จากปราจีนบุรี

ทั้งนี้ นกทั้งหมด ผ่านกระบวนการส่งต่อมายังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า เพื่อดูแลคัดกรองโรค และรวบรวมเพื่อฟื้นฟูพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี

ในด้านการเตรียมความพร้อมก่อนคืนสู่ธรรมชาติ ทีมสัตวแพทย์จากหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และโรงพยาบาลสัตว์คลองหลวง จ.ปทุมธานี ร่วมกันดำเนินการฟื้นฟูสุขภาพและพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีการชั่งน้ำหนัก ตรวจร่างกายเบื้องต้น ติดเครื่องหมายประจำตัว วัดขนาดและเก็บข้อมูลทางชีวภาพอย่างละเอียด พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างส่งตรวจห้องปฏิบัติการ เพื่อคัดกรองโรคติดต่อ และให้วิตามิน รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่านกทุกตัวมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ที่สุด และมีความพร้อมในการดำรงชีวิตตามธรรมชาติได้อีกครั้ง

ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของภารกิจนี้ คือการฟื้นฟูให้แร้งทุกตัวสามารถใช้ชีวิตในป่ากว้างได้อีกครั้ง โดยเลือกปล่อยที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ในช่วงเดือน เม.ย.2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ตามฤดูกาลอพยพที่นกจะเดินทางกลับสู่ถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและมองโกเลีย ซึ่งความสำเร็จในวันนี้ เกิดจากความร่วมมืออย่างบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และภาคประชาชน ที่ร่วมกันรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่สืบไป

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบผู้เสียชีสิต เพิ่มเป็น 1,430 ราย คาดพุ่งถึงหมื่น

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 จากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ความรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลา เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา

ยุโรป ร้อนขั้นวิกฤติ  7 วันตายพุ่ง 500 ราย

สถานการณ์ผู้เสียชีวิตจาก "คลื่นความร้อน" (Heatwaves) ในยุโรป ถือเป็นภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและเงียบเชียบที่สุด

เตือน คน กทม. ระวัง ! ร้อน ขั้นวิกฤติ

สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัย ดัชนีความร้อน (Heat Index) ในพื้นที่ กทม. พุ่งสูงแตะระดับ "อันตราย" (Danger) โดยมีค่าสูงสุดวัดได้ถึง 51.9 องศาเซลเซียส