วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น “ต้องฆ่า”

เรื่องสั้น “ต้องฆ่า”

เผยแพร่

spot_img

 เสียงไซเรนตำรวจแผ่วห่างออกไปเรื่อย ๆ

กลิ่นควันจากท่อรถบรรทุกเก่าผสมกลิ่นขยะเน่าเสียลอยมากับลม

                               ดินแดนสลัมใต้สะพานกลางเมืองใหญ่ นิ่งสงัดจนเหมือนถูกแช่แข็ง

                เขาค่อย   ลุกออกจากกองดินที่ขุดทางเท้ามองตามหลังรถตำรวจ แล้วถอนหายใจแบฝ่ามือที่เลือดแดงฉาน

                              หนุ่มใหญ่ อดีตสายลับที่หักหลังองค์กรถูกยิงเฉียดไหล่

                              เลือดไหลเป็นทางจนหยุดแล้วซึมเปื้อนเสื้อ ก้าวช้า ๆ บนทางเดินที่มีเศษแก้วแหลมคม

                              เขาหลบเข้า ห้องเช่าเก่า ไฟกะพริบ แสงเหลืองสลัวสะท้อนฝุ่น

                             โทรศัพท์แตก โทรออกไม่ได้ แขนขวาเจ็บบาดแผลจนยกไม่ได้

                            เสียง ฝีเท้าหนัก ๆ จากด้านนอก ทำให้หัวใจเขาเต้นรัว

                             เขาพยายามจับปืนแน่น  มือสั่นจากความเจ็บปวด

ทันใดนั้น  ประตูถูกเคาะเบา ๆ

                            “ลุง… เปิดให้ผมเข้าก่อน พวกมันกำลังล่าผมอยู่เหมือนกัน!”

                            เด็กวัยรุ่นผอมสูง ใส่เสื้อยืดเก่า หน้าเลอะคราบฝุ่น

ตากลมโตสั่นด้วยความตื่น

                           ลังเล   แต่ในขณะเดียวกันได้ยินเสียงฝีเท้าของนักฆ่าหลายคนใกล้เข้ามา….

                           เขาจึงเปิดรับเด็กเข้ามาอย่างจำใจ

                       “ชื่ออะไร”

                       “เรียกผมง่าย ๆ ว่า เบิ้ม ก็ได้ครับ”

                        การพบกันดูเหมือนบังเอิญ แต่จริง ๆ นี่คือ การตั้งกับดักแห่งโชคชะตา

             “อยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”  วัยรุ่นพูดพลางเงี่ยหูฟังเสียงภายนอก

             “ทำไมแกรู้….”

                       “ผมเตร็ดเตร่ย่านนี้จนคุ้น  ถ้าเชื่อผม…ตามผมมา“

                       ”เบิ้ม“  พาเขาหนีออกด้านหลัง ผ่าน ตรอกสกปรก กลิ่นอับชื้นและเศษขยะกระจายเต็มพื้น

                         มุดผ่าน รั้วโรงงานเก่า

                         เสียงกระสุนปืนตามมา ฟาดฟันข้าง ๆ หัวของพวกเขา

                          เสียงหัวใจเต้นกับเสียงฝีเท้าของพวกตามล่าเป็นจังหวะเดียวกัน

                         เขาเดินพลางคิดพลาง…..

เด็กคนนี้…!!

         รู้ทางลัดซ่อนตัว รู้เวลาเปลี่ยนเวรยาม  รู้วิธีวิ่งโดยไม่ให้เสียงสะท้อน

            มันไม่ใช่ความรู้ของเด็กทั่วไป

            หนุ่มใหญ่เริ่มสงสัย แต่ไหล่เขาแทบใช้ไม่ได้แล้ว

มือขวามันปวดร้าวจนยกไม่ขึ้นจนต้องพึ่งพาเด็ก

            ทั้งสองเดินวิ่งผสมกันจนมาถึง ตึกแถวปิดกิจการ หยุดตรงประตูหลังล่ามโซ่

           ภายในเงียบเหมือนถูกเตรียมไว้

           ฝุ่นหนานุ่มเกาะพื้น ฝ้าเพดานบางส่วนร่วงลงเป็นเศษผง

         “เบิ้ม” ปิดประตู ล็อก อย่างคล่องแคล่วเหมือนทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

                 เขาหันไปสบตาเหมือนค้นหาความจริง หนุ่มตรงหน้ายิ้มเจือจางแล้วพูดเบา ๆ พอได้ยิน

               “ตรงนี้ปลอดภัยครับลุง”

                 ชายหนุ่มไม่แน่ใจ…..ครุ่นคิด  ….เริ่มไม่แน่ใจ

ว่านี่มันกำลังเผชิญศึกอยู่ใช่ไหม

                 ระหว่างเด็กหนุ่มปราดเปรียวกับนักฆ่าที่ไล่ตามมาใกล้ ๆ 

                 อะไรน่ากลัวกว่ากัน?

                       เขางอตัวไปข้างหน้าด้วยความเจ็บปวดแขนพยายามปฐมพยาบาลตัวเอง

                      เบิ้มกระโดดเข้าช่วยทำแผลอย่างชำนาญจนผิดสังเกต

                      กลิ่น แอลกอฮอล์ และเสียง ผ้าก๊อซซับเลือด เต็มห้อง

                   “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแผลให้คนโดนยิงใช่ไหม”

เด็กละมือจาก็าพันแผลหันมายิ้มบาง ๆ

                   “ลุงก็รู้คำตอบนี่ครับ”

                      หนุ่มใหญ่ชงัก ครุ่นคิด…

        เบิ้มหยิบ รูปถ่ายเก่า จากกระเป๋า

                     ภาพชายวัยกลางคน ใบหน้าเจ็บปวดราวกับถูกทรมาน

                     เขาเห็นภาพแล้วชงักจนเข่าแทบทรุด

                  “ไม่นะ… นั่นมัน….”

                  “ใช่ครับ ผู้ชายที่ลุงเอาไปสอบสวนเมื่อ 9 ปีก่อน

ลุงคงจำได้ที่บอกว่าแค่ต้องการ“ข้อมูล”…ไม่ได้ตั้งใจฆ่า”

                    เสียงน้ำนิ่ง ๆ รั่วซึมจากเพดาน กระทบพื้นดังเป็นจังหวะ

                    น้ำเสียงเด็กเรียบเย็นผิดธรรมชาติจนยะเยือกเข้าไปในอก

                   “ผู้ชายคนนั้นคือพ่อผม”

                   หนุ่มใหญ่ช็อก….ในทันที

ความผิดในอดีตกลับมาเคาะประตูใจเขาอย่างรุนแรง เหมือนว่ามันจะมายืนทวงตรงหน้า

                 หนุ่มใหญ่ถอยห่าง   แม้มือขวาจะเจ็บจนล้ายังเลื่อนไปใกล้ปืนในกระเป๋า  แล้วพยายามอธิบาย

              “ตอนนั้นฉันโดนสั่ง… ไม่ได้ตั้งใจฆ่า”

               เบิ้มส่ายหน้า…แล้วหันมายิ้มแห้ง ๆ 

            “ผมรู้ครับลุง… เพราะพ่อบอกไว้ก่อนสิ้นใจว่า

‘ลุงคือคนเดียวที่ยังมีมนุษย์หลงเหลือ’”

             โลกของหนุ่มใหญ่หยุดหมุน….ใจระรัว

         “งั้นหมายความว่า.… แกมาช่วยฉันงั้นเหรอ?”

                    เบิ้มยิ้มเศร้า….สีหน้าเปลี่ยนไปนิด

และหยิบ เครื่องส่งสัญญาณเล็ก ๆ  ออกมาถือ

                 “ผมไม่ได้มาฆ่าลุงครับ…

                          ผมมาส่งตำแหน่งของลุงให้พวกมัน”

           หนุ่มใหญ่อ้าปากค้าง มือจับปืนทันที…จนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

                         เสียงรถหลายคันจอดหน้าตึก

ไฟฉายสว่างจ้า….

                         เสียงตะโกนล้อมตึกทะลุหู

เด็กกระซิบเบา ๆ

                       “ลุง… ผมไม่มีสิทธิเลือกจริง ๆ”

             หนุ่มใหญ่คิดอย่างรวดเร็ว …ยิ้ม… ช้า ๆ

คนอย่างเขาผ่านความตายมานักต่อนัก แต่ยังไม่ตาย …

              จะตายคราวนี้…เพราะไอ้เด็กหนุ่มที่นมเพิ่งแตกพาน..ก็ให้มันตายไปต่อหน้าเดี๋ยวนี่ซี….!

            แต่ข้างนอก…ก็ภัยมรณะ หลายคนกับปืนหลายกระบอก

            มือซ้ายเลื่อนไหลลูบกระเป๋าอย่างรวดเร็วด้วยความมั่นใจ

แล้วก้าวเข้าไปชิด  พูดพึมพำเยือกเย็น

                     “เด็กอย่างแก… ทำหน้าที่ได้ดีมาก”

                     เสียงเอะอะของรองเท้าเหยียบย่ำเหมือนเตรียมรอจะบุกเข้ามา

                     อย่างไม่คาดฝัน เขาล้วงปืนแล้วใส่ฝ่ามือเด็กหนุ่มให้กำไว้อย่างรวดเร็ว

                    เบิ้มตะลึง…กำปืนไว้แน่นอ้าปากจะพูด…หนุ่มใหญ่ชิงก่อน…

                  “แกจะแก้แค้นให้พ่อ หรือจัดการกับไอ้พวกข้างนอกก็

แล้วแต่แก…..”

                 เบิ้ม…จับปืนกระชับ ถอยห่างออกไปชิดลังไม้  เม้มริมฝีปาก แล้วค่อย ๆ ยกปืนส่องมาทันที…..!

                  โป้ง..โป้ง…!

                 บึ้ม มม …!

                  เศษอิฐหินจากผนัง และกระจก ประตู ปลิวว่อน

ฝุ่นคลุ้งกระจายเหมือนม่านหมอก

                 เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งปืนและระเบิด….ไฟลุกโพลงสว่างวาบเข้ามา

                 เสียงวื่ง..เสียงล้ม ..เสียงร้องระงม…ก่อนจะเงียบเหมือนรอจังหวะ

                หนุ่มใหญ่ค่อย ๆ เผยอศีรษะช้า ๆ ปัดฝุ่นคละคลุ้ง

แล้วลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล  เดินกระเผลกฝ่าประตูที่เปิดอ้าออกไปข้างนอก   กวาดสายตามองรอบ ๆ แล้วหันกลับมา

             ”ยังโชคดีที่ฉันเตรียมระเบิดมา…ลุกซี..ไปกันไอ้หนู.!“

              พูดจบเดินผ่านกองซากศัตรูนอนเกลื่อนเต็มพื้น ไม่มีใครขยับได้อีกต่อไป

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

เรื่องสั้น …ก่อนเสียงปืนจะเงียบ 

ฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ….. ถนนใหญ่ชานเมืองสายนี้ เปียกลื่นเหมือนแผ่น เหล็กที่ราดน้ำมัน ไฟท้ายรถสะท้อนเป็นเส้นยาว สีแดงสั่นไหวราวเลือดสด โสภณขับรถกระบะเก่าช้า ๆ มือซ้ายจับพวงมาลัย มือขวาวางนิ่งบนต้นขา นิ้วไม่กระดิกแม้แต่นิดเดียว

เรื่องสั้น  “แผนที่ กับความตาย”

ความเงียบมักจะดังที่สุดหลังความตาย...! หกเดือนที่แล้ว เสียงเบรกของรถยนต์ที่เสียหลักบนถนนสายเปลี่ยวใกล้พรมแดน ได้ฉีกกระชากชีวิตที่สมบูรณ์ของ เมธี ออกเป็นเสี่ยงๆ