เสียงไซเรนตำรวจแผ่วห่างออกไปเรื่อย ๆ
กลิ่นควันจากท่อรถบรรทุกเก่าผสมกลิ่นขยะเน่าเสียลอยมากับลม
ดินแดนสลัมใต้สะพานกลางเมืองใหญ่ นิ่งสงัดจนเหมือนถูกแช่แข็ง
เขาค่อย ลุกออกจากกองดินที่ขุดทางเท้ามองตามหลังรถตำรวจ แล้วถอนหายใจแบฝ่ามือที่เลือดแดงฉาน
หนุ่มใหญ่ อดีตสายลับที่หักหลังองค์กรถูกยิงเฉียดไหล่
เลือดไหลเป็นทางจนหยุดแล้วซึมเปื้อนเสื้อ ก้าวช้า ๆ บนทางเดินที่มีเศษแก้วแหลมคม

เขาหลบเข้า ห้องเช่าเก่า ไฟกะพริบ แสงเหลืองสลัวสะท้อนฝุ่น
โทรศัพท์แตก โทรออกไม่ได้ แขนขวาเจ็บบาดแผลจนยกไม่ได้
เสียง ฝีเท้าหนัก ๆ จากด้านนอก ทำให้หัวใจเขาเต้นรัว
เขาพยายามจับปืนแน่น มือสั่นจากความเจ็บปวด
ทันใดนั้น ประตูถูกเคาะเบา ๆ
“ลุง… เปิดให้ผมเข้าก่อน พวกมันกำลังล่าผมอยู่เหมือนกัน!”
เด็กวัยรุ่นผอมสูง ใส่เสื้อยืดเก่า หน้าเลอะคราบฝุ่น
ตากลมโตสั่นด้วยความตื่น
ลังเล แต่ในขณะเดียวกันได้ยินเสียงฝีเท้าของนักฆ่าหลายคนใกล้เข้ามา….
เขาจึงเปิดรับเด็กเข้ามาอย่างจำใจ
“ชื่ออะไร”
“เรียกผมง่าย ๆ ว่า เบิ้ม ก็ได้ครับ”
การพบกันดูเหมือนบังเอิญ แต่จริง ๆ นี่คือ การตั้งกับดักแห่งโชคชะตา
“อยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัย” วัยรุ่นพูดพลางเงี่ยหูฟังเสียงภายนอก
“ทำไมแกรู้….”
“ผมเตร็ดเตร่ย่านนี้จนคุ้น ถ้าเชื่อผม…ตามผมมา“
”เบิ้ม“ พาเขาหนีออกด้านหลัง ผ่าน ตรอกสกปรก กลิ่นอับชื้นและเศษขยะกระจายเต็มพื้น
มุดผ่าน รั้วโรงงานเก่า
เสียงกระสุนปืนตามมา ฟาดฟันข้าง ๆ หัวของพวกเขา
เสียงหัวใจเต้นกับเสียงฝีเท้าของพวกตามล่าเป็นจังหวะเดียวกัน
เขาเดินพลางคิดพลาง…..
เด็กคนนี้…!!
รู้ทางลัดซ่อนตัว รู้เวลาเปลี่ยนเวรยาม รู้วิธีวิ่งโดยไม่ให้เสียงสะท้อน
มันไม่ใช่ความรู้ของเด็กทั่วไป
หนุ่มใหญ่เริ่มสงสัย แต่ไหล่เขาแทบใช้ไม่ได้แล้ว
มือขวามันปวดร้าวจนยกไม่ขึ้นจนต้องพึ่งพาเด็ก
ทั้งสองเดินวิ่งผสมกันจนมาถึง ตึกแถวปิดกิจการ หยุดตรงประตูหลังล่ามโซ่

ภายในเงียบเหมือนถูกเตรียมไว้
ฝุ่นหนานุ่มเกาะพื้น ฝ้าเพดานบางส่วนร่วงลงเป็นเศษผง
“เบิ้ม” ปิดประตู ล็อก อย่างคล่องแคล่วเหมือนทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
เขาหันไปสบตาเหมือนค้นหาความจริง หนุ่มตรงหน้ายิ้มเจือจางแล้วพูดเบา ๆ พอได้ยิน
“ตรงนี้ปลอดภัยครับลุง”
ชายหนุ่มไม่แน่ใจ…..ครุ่นคิด ….เริ่มไม่แน่ใจ
ว่านี่มันกำลังเผชิญศึกอยู่ใช่ไหม
ระหว่างเด็กหนุ่มปราดเปรียวกับนักฆ่าที่ไล่ตามมาใกล้ ๆ
อะไรน่ากลัวกว่ากัน?
เขางอตัวไปข้างหน้าด้วยความเจ็บปวดแขนพยายามปฐมพยาบาลตัวเอง
เบิ้มกระโดดเข้าช่วยทำแผลอย่างชำนาญจนผิดสังเกต
กลิ่น แอลกอฮอล์ และเสียง ผ้าก๊อซซับเลือด เต็มห้อง
“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำแผลให้คนโดนยิงใช่ไหม”
เด็กละมือจาก็าพันแผลหันมายิ้มบาง ๆ
“ลุงก็รู้คำตอบนี่ครับ”
หนุ่มใหญ่ชงัก ครุ่นคิด…
เบิ้มหยิบ รูปถ่ายเก่า จากกระเป๋า
ภาพชายวัยกลางคน ใบหน้าเจ็บปวดราวกับถูกทรมาน
เขาเห็นภาพแล้วชงักจนเข่าแทบทรุด
“ไม่นะ… นั่นมัน….”
“ใช่ครับ ผู้ชายที่ลุงเอาไปสอบสวนเมื่อ 9 ปีก่อน
ลุงคงจำได้ที่บอกว่าแค่ต้องการ“ข้อมูล”…ไม่ได้ตั้งใจฆ่า”
เสียงน้ำนิ่ง ๆ รั่วซึมจากเพดาน กระทบพื้นดังเป็นจังหวะ
น้ำเสียงเด็กเรียบเย็นผิดธรรมชาติจนยะเยือกเข้าไปในอก
“ผู้ชายคนนั้นคือพ่อผม”
หนุ่มใหญ่ช็อก….ในทันที
ความผิดในอดีตกลับมาเคาะประตูใจเขาอย่างรุนแรง เหมือนว่ามันจะมายืนทวงตรงหน้า
หนุ่มใหญ่ถอยห่าง แม้มือขวาจะเจ็บจนล้ายังเลื่อนไปใกล้ปืนในกระเป๋า แล้วพยายามอธิบาย
“ตอนนั้นฉันโดนสั่ง… ไม่ได้ตั้งใจฆ่า”
เบิ้มส่ายหน้า…แล้วหันมายิ้มแห้ง ๆ
“ผมรู้ครับลุง… เพราะพ่อบอกไว้ก่อนสิ้นใจว่า
‘ลุงคือคนเดียวที่ยังมีมนุษย์หลงเหลือ’”
โลกของหนุ่มใหญ่หยุดหมุน….ใจระรัว
“งั้นหมายความว่า.… แกมาช่วยฉันงั้นเหรอ?”
เบิ้มยิ้มเศร้า….สีหน้าเปลี่ยนไปนิด
และหยิบ เครื่องส่งสัญญาณเล็ก ๆ ออกมาถือ
“ผมไม่ได้มาฆ่าลุงครับ…
ผมมาส่งตำแหน่งของลุงให้พวกมัน”
หนุ่มใหญ่อ้าปากค้าง มือจับปืนทันที…จนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด
เสียงรถหลายคันจอดหน้าตึก
ไฟฉายสว่างจ้า….
เสียงตะโกนล้อมตึกทะลุหู
เด็กกระซิบเบา ๆ
“ลุง… ผมไม่มีสิทธิเลือกจริง ๆ”
หนุ่มใหญ่คิดอย่างรวดเร็ว …ยิ้ม… ช้า ๆ
คนอย่างเขาผ่านความตายมานักต่อนัก แต่ยังไม่ตาย …
จะตายคราวนี้…เพราะไอ้เด็กหนุ่มที่นมเพิ่งแตกพาน..ก็ให้มันตายไปต่อหน้าเดี๋ยวนี่ซี….!
แต่ข้างนอก…ก็ภัยมรณะ หลายคนกับปืนหลายกระบอก
มือซ้ายเลื่อนไหลลูบกระเป๋าอย่างรวดเร็วด้วยความมั่นใจ
แล้วก้าวเข้าไปชิด พูดพึมพำเยือกเย็น
“เด็กอย่างแก… ทำหน้าที่ได้ดีมาก”
เสียงเอะอะของรองเท้าเหยียบย่ำเหมือนเตรียมรอจะบุกเข้ามา

อย่างไม่คาดฝัน เขาล้วงปืนแล้วใส่ฝ่ามือเด็กหนุ่มให้กำไว้อย่างรวดเร็ว
เบิ้มตะลึง…กำปืนไว้แน่นอ้าปากจะพูด…หนุ่มใหญ่ชิงก่อน…
“แกจะแก้แค้นให้พ่อ หรือจัดการกับไอ้พวกข้างนอกก็
แล้วแต่แก…..”
เบิ้ม…จับปืนกระชับ ถอยห่างออกไปชิดลังไม้ เม้มริมฝีปาก แล้วค่อย ๆ ยกปืนส่องมาทันที…..!
โป้ง..โป้ง…!
บึ้ม มม …!
เศษอิฐหินจากผนัง และกระจก ประตู ปลิวว่อน
ฝุ่นคลุ้งกระจายเหมือนม่านหมอก
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งปืนและระเบิด….ไฟลุกโพลงสว่างวาบเข้ามา
เสียงวื่ง..เสียงล้ม ..เสียงร้องระงม…ก่อนจะเงียบเหมือนรอจังหวะ
หนุ่มใหญ่ค่อย ๆ เผยอศีรษะช้า ๆ ปัดฝุ่นคละคลุ้ง
แล้วลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เดินกระเผลกฝ่าประตูที่เปิดอ้าออกไปข้างนอก กวาดสายตามองรอบ ๆ แล้วหันกลับมา

”ยังโชคดีที่ฉันเตรียมระเบิดมา…ลุกซี..ไปกันไอ้หนู.!“
พูดจบเดินผ่านกองซากศัตรูนอนเกลื่อนเต็มพื้น ไม่มีใครขยับได้อีกต่อไป



