ความเงียบมักจะดังที่สุดหลังความตาย…!
หกเดือนที่แล้ว เสียงเบรกของรถยนต์ที่เสียหลักบนถนนสายเปลี่ยวใกล้พรมแดน ได้ฉีกกระชากชีวิตที่สมบูรณ์ของ เมธี ออกเป็นเสี่ยงๆ
นับตั้งแต่นั้นมา เสียงเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในบ้านเก่าที่เคยอบอุ่นก็คือเสียงสะท้อนจากความว่างเปล่าของการมีชีวิตอยู่ เขาเปลี่ยนความเศร้าเป็นการหมกมุ่น เขาไม่เชื่อคำตัดสินของตำรวจที่ว่ามันคือ “อุบัติเหตุจากการขับรถเร็ว”
เขาเชื่อว่ามันคือบางอย่างที่โหดร้ายกว่านั้น
ห้องโถงประมูลของเก่าขนาดเล็กในย่านชานเมืองเป็นที่เดียวที่เมธีรู้สึกว่ามีชีวิตชีวาอีกครั้ง คืนนั้น ท่ามกลางบรรดาของเก่าที่ถูกนำมาประมูล เมธีสะดุดกับหมายเลข 19 “กล่องยาสูบเงินแกะสลักสมัยไม่น้อยกว่า 100 ปี ได้มาจากทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน”

หัวใจของเมธีเต้นผิดจังหวะจนเจ็บหน้าอก
ไม่ใช่แค่รูปแบบของกล่องที่คุ้นตา แต่เป็นคำว่า “อุบัติเหตุทางถนน” ที่จมลงในความรู้สึกของเขาเหมือนตะกั่วร้อน ๆ
เมธีมองภาพของกล่องยาสูบนั้นอย่างไม่กะพริบตา เขารู้ดีว่านั่นอาจเป็นเพียงความบังเอิญที่ไร้สาระ แต่เสียงกระซิบในหัวบอกว่ามันคือ เบาะแส…
เมธีต้องประมูลให้ได้ โดยไม่สนใจว่าราคามันจะสูงลิบลิ่วเพียงใด และเขาก็ทำสำเร็จ
กล่องยาสูบเก่าแก่เย็นเฉียบอยู่ในมือของเขา ลวดลายแกะสลักคลื่นทะเลที่เขาเคยเห็นในตู้โชว์ของภรรยาเมื่อนานมาแล้ว เป็นของขวัญที่เธอบอกว่าได้มาจากเพื่อนเก่าเมื่อหลายปีก่อน เมธีไม่ได้สนใจความงามทางศิลปะ เขาสนใจเพียงความรู้สึกที่ว่า

“มันต้องมีอะไรมากกว่านี้”
เขาใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามขอบกล่อง และพบร่องรอยที่ไม่สมมาตรเล็กน้อยตรงด้านล่าง เขาใช้มีดพับเล่มเล็กค่อย ๆ งัดมันออก
พื้นกล่องชั้นที่สองหลุดออกมา เผยให้เห็นช่องว่างแคบ ๆ ที่ซ่อนอยู่ ภายในนั้นไม่ใช่ผงยาสูบ หรือธนบัตรเก่า แต่เป็น กระดาษไขสีซีดแผ่นเล็กเท่าแสตมป์ ที่ถูกพับไว้อย่างบรรจง เมื่อเมธีคลี่มันออก แสงไฟนีออนสลัวๆ ของบ้านก็สาดกระทบกับ “แผนที่”
“แผนที่” นั้น เต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกตา มีเส้นทางที่ลากโยงกันไปมา และมีสี่เหลี่ยมผืนผ้าสามจุดที่ถูกวงกลมหนาแน่นด้วยหมึกสีดำ เมธีมองมันอย่างสับสน นี่คือแผนที่อาณาเขตของใคร? หรือเป็นเพียงลายเส้นที่คนเพี้ยน ๆ วาดขึ้น?
เขานำมันไปเทียบกับแผนที่เมืองขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่ในห้องทำงานอย่างร้อนรน และพบว่าเส้นทางในกระดาษไขนั้นสอดคล้องกับถนนและซอยเปลี่ยวรอบนอกเมือง ที่เขาก็คุ้นเคยดี และจุดที่ถูกวงกลมนั้นก็ชี้ไปยัง พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างใกล้กับสุสานเก่า
เมธีรู้แล้วว่าเขาได้ก้าวข้ามจากนักสะสมไปสู่ ผู้ไขปริศนา ที่ไม่มีใครอนุญาต
กล่องยาสูบนี้ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็น “กุญแจ” และมันอาจนำไปสู่ความจริงเบื้องหลังการตายของภรรยาเขา… หรือนำไปสู่ความตายของตัวเขาเอง
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปแผนที่ไว้เป็นหลักฐาน แต่ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา
ถ้ามีใครรู้ว่าฉันมีแผนที่นี้… !!

เขาตัดสินใจ ลบรูปถ่ายนั้นทิ้งทันที เพื่อไม่ให้ใครตามรอยเขาได้… นี่จะเป็นการผจญภัยที่เขาจะต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีหลักฐาน และไม่มีใครรู้
ความระทึกขวัญกำลังจะเริ่มต้นขึ้น !!
เมธีใช้เวลาทั้งคืนในการถอดรหัส แผนที่กระดาษไขถูกวางอยู่ใต้โคมไฟเก่า จนกระทั่งแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามา สัญลักษณ์ที่เขาพบตามเส้นทางบนแผนที่ไม่ได้เป็นภาษาหรือรหัสลับใด ๆ แต่เป็น ชื่อเล่น มันคือคำสั้นๆ ที่ภรรยาเขาเคยใช้พูดถึงคนในแวดวงค้าของเก่าบางครั้ง เช่น “ไอ้หมาป่า” “นกฮูก”หรือ “อาจารย์” ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเขียนกำกับไว้ในภาษาไทยด้วยลายมือหวัด ๆ
ความคิดที่ว่าภรรยาของเขา ซึ่งเป็นหญิงสาวผู้เรียบร้อยและมีรสนิยมดี ได้เข้าไปพัวพันกับคนกลุ่มนี้ ทำให้เมธีรู้สึกคลื่นไส้ เขายัดกล้องยาสูบไว้ในช่องลับของตู้เซฟที่บ้าน และนำแผนที่ที่เขาวาดซ้ำด้วยความรอบคอบใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์
วันรุ่งขึ้น เมธีขับรถเก่าของเขาไปยังจุดเริ่มต้นของเส้นทางตามแผนที่ มันคือโกดังร้างในย่านอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ทันทีที่เขาเลี้ยวรถเข้าไปในซอย ความรู้สึกถูกจ้องมองก็แล่นวาบไปทั่วร่าง เขาสังเกตเห็นรถตู้สีดำที่จอดอยู่ริมทาง ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ แต่กระจกหน้ารถสะท้อนแสงแดดจ้าจนทำให้มองไม่เห็นภายในช
เขาจอดรถและเดินไปตามซอยที่ระบุไว้ในแผนที่ และที่มุมตึกที่ผุพัง เขาพบสัญลักษณ์แรก…แล้ว
รอยขีดข่วนสีแดงบนกำแพงที่ดูเหมือน “หมาป่ากำลังเห่าฆ เหมือนกับชื่อที่ปรากฏในแผนที่ของเขา
เมธีรู้ทันทีว่านี่คือร่องรอยการสื่อสาร เขาไม่สามารถปล่อยให้หลักฐานนี้คงอยู่ได้ เพราะนั่นจะนำ “ใครบางคน” ให้ตามมายังกล้องยาสูบได้
เขาหยิบขวดน้ำและผ้าขี้ริ้วในรถออกมาอย่างรวดเร็ว เขายืนบังมุมตึกเอาไว้เพื่อบังสายตาจากรถตู้คันนั้น แล้วรีบเช็ดรอยขีดข่วนนั้นออกอย่างรุนแรง
การทำลายหลักฐานของคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ากลัวไปพร้อมกัน
เมื่อเขากลับมาถึง รถตู้คันดำก็ขับออกไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันรออยู่แล้ว
เมธีรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เขาไม่สามารถหยุดได้ เขาขับรถลึกเข้าไปในเมืองเก่า จุดหมายต่อไปคืออาคารพาณิชย์เก่าแก่ที่ถูกระบุด้วยสัญลักษณ์“นกฮูก”
เมื่อมาถึง เมธีพบว่าอาคารแห่งนี้ถูกปิดตาย แต่ที่ตู้ไปรษณีย์ทองเหลืองเก่าแก่ มี รอยสติกเกอร์รูปนกฮูกตัวเล็กๆ ติดอยู่ เมธีต้องใช้เวลาถึงสิบนาทีในการแกะสติกเกอร์ที่เหนียวแน่นนั้นออกทั้งหมด จนเล็บมือเขาแทบฉีก
และในขณะที่เขากำลังแกะอยู่นั้น ประตูร้านกาแฟที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ถูกเปิดออก ชายร่างใหญ่คนหนึ่งจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาว่างเปล่า เมธีรีบทำท่าทางเหมือนกำลังผูกเชือกรองเท้า แล้วก้มหน้าเดินจากมาอย่างรวดเร็ว

ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านในอก ไม่ว่าชายคนนั้นจะเป็นใคร แต่มันคือ ความเสี่ยง ที่เกิดจากการกระทำของเขาเอง
เมธีรู้แล้วว่าการสืบสวนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การตามรอยแผนที่หมายถึงการทำลายระบบสื่อสารที่วางไว้ และการทำลายระบบย่อมหมายถึงการดึงดูดความสนใจจาก “เจ้าของระบบ” เขาเหลือจุดที่ถูกวงกลมอีกสองจุดที่ต้องไปถึง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดในแผนที่ เขาเชื่อว่านั่นคือสถานที่ที่ภรรยาเขาถูกล่อไป… หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่ฆาตกรซ่อนตัวอยู่
เมธีขับรถต่อไปในยามเย็นที่ใกล้พลบค่ำ โดยมีแผนที่กระดาษไขที่เขาคัดลอกไว้ในกระเป๋าสตางค์ และมีเพียงความหวังเดียวคือการค้นพบความจริงเบื้องหลังรอยขีดข่วนและสติกเกอร์เหล่านี้… ก่อนที่ใครบางคนจะตามมาถึงตัวเขา
เมธีขับรถผ่านเส้นทางสุดท้ายตามแผนที่ เมื่อพ้นเขตเมืองออกมา ความมืดก็เข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว เขากำลังมุ่งหน้าไปยัง เขตป่าช้าหรือสุสานเก่า ที่อยู่ติดกับพื้นที่ชนบทที่รกร้าง
สัญลักษณ์สุดท้ายในแผนที่คือ “อาจารย์” ซึ่งเป็นชื่อที่เขาจำได้ว่าภรรยาเคยพูดถึงว่าเป็น “คนที่น่าเชื่อถือที่สุดในวงการ”
ถนนเส้นนี้แคบและเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ไฟหน้ารถส่องไปเจอเพียงกิ่งไม้และเถาวัลย์ที่เลื้อยข้ามถนน เมธีรู้สึกเหมือนกำลังขับรถย้อนกลับไปยังคืนหกเดือนที่แล้ว
คืนที่ภรรยาเขาเสียชีวิตบนถนนที่คล้ายกันนี้
ทันใดนั้น แสงไฟสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นในกระจกมองหลัง รถบรรทุกคันใหญ่คันหนึ่งขับตามมาอย่างกระชั้นชิดจนดูผิดปกติ เมธีเร่งความเร็ว แต่รถบรรทุกก็ยังคงตามมาติด ๆ มันไม่ได้พยายามแซง แต่มันพยายามเบียด แสงไฟสูงของมันจ้าจนแสบตา ทำให้เมธีเกือบมองไม่เห็นทางข้างหน้า
ความหวาดระแวงของเมธีกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ ใครบางคนรู้แล้วว่าเขาตามรอยมาถึงที่นี่
เมธีหักพวงมาลัยเข้าซอยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบอย่างรุนแรง เสียงกิ่งไม้เสียดสีกับตัวถังรถดังสนั่น แต่เขาไม่สนใจ รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถเลี้ยวตามมาได้ทัน เมธีจอดรถในความมืดมิดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีแสงใด ๆ เข้าถึง เขาปิดไฟหน้าและเครื่องยนต์ แล้วนั่งนิ่ง หายใจหอบถี่ พยายามฟังเสียงภายนอก
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง… เป็นความเงียบที่หนักอึ้งกว่าครั้งใด ๆ
เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว เมธีจึงออกมาจากรถ เขากางแผนที่ที่วาดไว้ใต้แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ และพบว่าเขาอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางที่ถูกวงกลมไว้เพียงไม่กี่ร้อยเมตรแล้ว เขาตัดสินใจเดินเท้าเข้าไป
เสียงฝีเท้าของเขาย่ำลงบนพื้นดินแห้ง ๆ ในความมืดมิด ทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังกว่าเสียงใบไม้ไหว เขาเดินผ่านรั้วลวดหนามที่ผุพังเข้าไปในเขตของ สุสานส่วนตัว ที่เก่าแก่ สุสานแห่งนี้มีป้ายหินที่บอกว่าเพิ่งมีการฝังศพใหม่ ๆ เมื่อไม่นานมานี้
แผนที่พาเขามาหยุดที่หลุมศพที่ไม่มีป้ายสลักชื่อ ไม่มีรูปถ่าย แต่มีพวงหรีดแห้งเหี่ยววางอยู่ ดูเหมือนจะเป็น หลุมศพที่ถูกปกปิดเป็นความลับ

เมธีมองไปรอบๆ ในความมืด เขาหยิบพลั่วพับขนาดเล็กที่เตรียมมาด้วยจากท้ายรถ เขาไม่สนใจเรื่องความเคารพ เขาต้องรู้ให้ได้ว่า “ฆาตกร” ซ่อนหลักฐานอะไรไว้ที่นี่
เขาเริ่มขุดดินรอบๆ หลุมศพนั้นอย่างบ้าคลั่ง ฅท่ามกลางเสียงดินที่ถูกตักขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมธีจินตนาการถึงใบหน้าของภรรยาเขา ใบหน้าที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขามาถึงช้าเกินไป
พลั่วของเขากระทบกับวัตถุแข็งบางอย่าง เมธีแทบหยุดหายใจ เขาใช้มือเปล่าปัดดินออกอย่างรีบร้อน และพบกับ กล่องไม้เก่า ๆ ที่ดูเหมือนกล่องเครื่องประดับ
เมธีดึงกล่องออกมาจากหลุมดิน เขากอดมันไว้แน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกชนะเหนือความตายและความมืดมิด เขากลับมาที่รถอย่างรวดเร็ว แล้วเปิดไฟในรถอย่างระมัดระวัง เพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างในกล่องไม้

กล่องถูกเปิดออก… ภายในมีวัตถุสองชิ้น !!
ชิ้นแรก ผงแป้งสีขาว ถูกบรรจุอยู่ในถุงซิปล็อกขนาดเล็กวางอยู่คู่กับ ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่ออกเดินทางเมื่อ หกเดือนที่แล้ว
เมธีมองวัตถุทั้งสองชิ้นด้วยความว่างเปล่า เขาไม่ได้พบหลักฐานการฆาตกรรม หรืออาวุธที่ใช้ในการทำร้ายภรรยา แต่เขาพบ… ความจริงอีกด้านหนึ่งของภรรยาเขา ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน
นั่นทำให้เขาตระหนักถึงสิ่งที่ถูกซ่อนไว้มาตลอด ความตายของเธออาจไม่ใช่ความบริสุทธิ์อย่างที่เขาเชื่อ
เมธีนั่งนิ่งอยู่ในรถ ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟในรถที่สาดส่องวัตถุบนตักของเขา
ถุงผงแป้งสีขาว และตั๋วเครื่องบินที่ระบุชื่อผู้โดยสาร… ชื่อของภรรยาเขา วันเดินทางคือ คืนเดียวกับที่เธอเกิดอุบัติเหตุ
ความเงียบที่เคยดัง กลายเป็นเสียงโครมครามในหูของเมธี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเชื่อมาตลอดหกเดือนได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นเหยื่อของการฆาตกรรม แต่เป็น ผู้ค้าของผิดกฎหมาย ที่กำลังจะหลบหนีไปพร้อมกับเงินก้อนสุดท้าย และในความรีบร้อน เธอใช้รถยนต์ของเธอเพื่อนำของชิ้นสุดท้ายนี้ไปซ่อน ก่อนที่จะไปถึงจุดนัดหมายเพื่อขึ้นเครื่องบิน
เธอเสียชีวิตเพราะ อุบัติเหตุที่เธอเป็นคนก่อเอง ขณะกำลังหลบหนีความผิด
แต่ทำไมกล้องยาสูบถึงไปอยู่กับศพของชายอีกคนในอุบัติเหตุเดียวกัน?
เมธีเปิดกล้องยาสูบที่วางอยู่ข้าง ๆ อย่างช้า ๆ เขาจ้องมองไปที่ร่องรอยการแกะสลักคลื่นทะเล และทันใดนั้น ความจริงสุดท้ายที่แสนเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่สมองของเขา
กล้องยาสูบนั้นไม่ได้เป็นของเธอ แต่เป็นของชายคนนั้น… ชายคนนั้นคือคนที่จะพาภรรยาของเขาหนีไปในคืนนั้น และเขาเสียชีวิตไปพร้อมกับความลับทั้งหมด
กล่องยาสูบไม่ได้เป็นกุญแจสู่การค้นหาฆาตกร แต่เป็น หลักฐานชิ้นสำคัญของตำรวจ ที่ยังตรวจไม่พบ เมธีไม่ได้สืบหาความจริง แต่เขากำลังทำสิ่งที่คนร้ายทำ นั่นคือ การตามทำลายหลักฐาน
ใบหน้าของภรรยาที่เคยใสซื่อในความทรงจำของเมธี บัดนี้กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลับและความมืดมิด เขายอมรับไม่ได้ที่จะให้โลกรับรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นอาชญากร
เมธีตัดสินใจโดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาหยิบผงแป้งสีขาวออกจากกล่องไม้ แล้วเดินเข้าไปในความมืดที่โอบล้อมรอบตัวเขา เขาใช้พลั่วพับขุดหลุมเล็ก ๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วฝังกล่องไม้และตั๋วเครื่องบินนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนผงแป้งสีขาว… เขาเดินไปจนถึงลำธารที่อยู่ใกล้ ๆ และโยนถุงนั้นทิ้งลงไปในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
เขาทำลายหลักฐานทุกชิ้นที่เชื่อมโยงภรรยาเขากับอาชญากรรมได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อเสร็จสิ้น เมธีกลับมานั่งในรถอย่างเงียบ ๆ ความหวาดระแวงและความระทึกขวัญก่อนหน้านี้ได้หายไปหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วย ความว่างเปล่าเย็นเยือก เขาล้างมือด้วยขวดน้ำที่เหลือ แล้วขับรถออกจากความมืดอย่างเชื่องช้า
ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ไม่มีฆาตกร ไม่มีเบาะแสที่หลงเหลือ และที่สำคัญที่สุด โลกยังคงเชื่อว่าภรรยาของเขาเป็นเพียงเหยื่อผู้บริสุทธิ์ของอุบัติเหตุ

เขายิ้มให้กับเงาตัวเองในกระจกมองข้าง… เป็นรอยยิ้มที่รู้ถึง ความลับอันดำมืด ที่ถูกฝังไว้ในสุสานชนบทอย่างถาวร
เมธีหักพวงมาลัยรถยนต์เข้าสู่ถนนใหญ่ เขากำลังขับรถกลับบ้าน โดยที่ในกระเป๋าสตางค์ยังคงมีแผนที่ที่เขาคัดลอกไว้
แผนที่ที่ครั้งหนึ่งเขาตามรอยเพื่อจับ“ฆาตกร”
แต่บัดนี้มันคือ “แผนที่” ที่ทำให้เขากลายเป็น“อาชญากร” คนต่อไป



