วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเรื่องสั้นเรื่องสั้น  “แผนที่ กับความตาย”

เรื่องสั้น  “แผนที่ กับความตาย”

เผยแพร่

spot_img

ความเงียบมักจะดังที่สุดหลังความตาย…!

                        หกเดือนที่แล้ว เสียงเบรกของรถยนต์ที่เสียหลักบนถนนสายเปลี่ยวใกล้พรมแดน ได้ฉีกกระชากชีวิตที่สมบูรณ์ของ เมธี ออกเป็นเสี่ยงๆ

                         นับตั้งแต่นั้นมา เสียงเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ในบ้านเก่าที่เคยอบอุ่นก็คือเสียงสะท้อนจากความว่างเปล่าของการมีชีวิตอยู่ เขาเปลี่ยนความเศร้าเป็นการหมกมุ่น เขาไม่เชื่อคำตัดสินของตำรวจที่ว่ามันคือ “อุบัติเหตุจากการขับรถเร็ว”

เขาเชื่อว่ามันคือบางอย่างที่โหดร้ายกว่านั้น

                         ห้องโถงประมูลของเก่าขนาดเล็กในย่านชานเมืองเป็นที่เดียวที่เมธีรู้สึกว่ามีชีวิตชีวาอีกครั้ง คืนนั้น ท่ามกลางบรรดาของเก่าที่ถูกนำมาประมูล เมธีสะดุดกับหมายเลข 19  “กล่องยาสูบเงินแกะสลักสมัยไม่น้อยกว่า 100 ปี ได้มาจากทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน”

                       หัวใจของเมธีเต้นผิดจังหวะจนเจ็บหน้าอก

                       ไม่ใช่แค่รูปแบบของกล่องที่คุ้นตา แต่เป็นคำว่า “อุบัติเหตุทางถนน” ที่จมลงในความรู้สึกของเขาเหมือนตะกั่วร้อน ๆ

                         เมธีมองภาพของกล่องยาสูบนั้นอย่างไม่กะพริบตา เขารู้ดีว่านั่นอาจเป็นเพียงความบังเอิญที่ไร้สาระ แต่เสียงกระซิบในหัวบอกว่ามันคือ เบาะแส…

                         เมธีต้องประมูลให้ได้ โดยไม่สนใจว่าราคามันจะสูงลิบลิ่วเพียงใด และเขาก็ทำสำเร็จ

                         กล่องยาสูบเก่าแก่เย็นเฉียบอยู่ในมือของเขา ลวดลายแกะสลักคลื่นทะเลที่เขาเคยเห็นในตู้โชว์ของภรรยาเมื่อนานมาแล้ว เป็นของขวัญที่เธอบอกว่าได้มาจากเพื่อนเก่าเมื่อหลายปีก่อน เมธีไม่ได้สนใจความงามทางศิลปะ เขาสนใจเพียงความรู้สึกที่ว่า 

                        “มันต้องมีอะไรมากกว่านี้” 

                          เขาใช้ปลายนิ้วไล่ไปตามขอบกล่อง และพบร่องรอยที่ไม่สมมาตรเล็กน้อยตรงด้านล่าง เขาใช้มีดพับเล่มเล็กค่อย ๆ งัดมันออก

                         พื้นกล่องชั้นที่สองหลุดออกมา เผยให้เห็นช่องว่างแคบ ๆ ที่ซ่อนอยู่ ภายในนั้นไม่ใช่ผงยาสูบ หรือธนบัตรเก่า แต่เป็น กระดาษไขสีซีดแผ่นเล็กเท่าแสตมป์ ที่ถูกพับไว้อย่างบรรจง เมื่อเมธีคลี่มันออก แสงไฟนีออนสลัวๆ ของบ้านก็สาดกระทบกับ “แผนที่”

                        “แผนที่”  นั้น เต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกตา มีเส้นทางที่ลากโยงกันไปมา และมีสี่เหลี่ยมผืนผ้าสามจุดที่ถูกวงกลมหนาแน่นด้วยหมึกสีดำ เมธีมองมันอย่างสับสน นี่คือแผนที่อาณาเขตของใคร? หรือเป็นเพียงลายเส้นที่คนเพี้ยน ๆ วาดขึ้น?

                        เขานำมันไปเทียบกับแผนที่เมืองขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่ในห้องทำงานอย่างร้อนรน และพบว่าเส้นทางในกระดาษไขนั้นสอดคล้องกับถนนและซอยเปลี่ยวรอบนอกเมือง ที่เขาก็คุ้นเคยดี และจุดที่ถูกวงกลมนั้นก็ชี้ไปยัง พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างใกล้กับสุสานเก่า

                       เมธีรู้แล้วว่าเขาได้ก้าวข้ามจากนักสะสมไปสู่ ผู้ไขปริศนา ที่ไม่มีใครอนุญาต 

                      กล่องยาสูบนี้ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็น “กุญแจ” และมันอาจนำไปสู่ความจริงเบื้องหลังการตายของภรรยาเขา… หรือนำไปสู่ความตายของตัวเขาเอง

                       เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปแผนที่ไว้เป็นหลักฐาน แต่ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามา  

                      ถ้ามีใครรู้ว่าฉันมีแผนที่นี้… !!

                      เขาตัดสินใจ ลบรูปถ่ายนั้นทิ้งทันที เพื่อไม่ให้ใครตามรอยเขาได้… นี่จะเป็นการผจญภัยที่เขาจะต้องเดินอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีหลักฐาน และไม่มีใครรู้

                       ความระทึกขวัญกำลังจะเริ่มต้นขึ้น !!

                      เมธีใช้เวลาทั้งคืนในการถอดรหัส แผนที่กระดาษไขถูกวางอยู่ใต้โคมไฟเก่า จนกระทั่งแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามา สัญลักษณ์ที่เขาพบตามเส้นทางบนแผนที่ไม่ได้เป็นภาษาหรือรหัสลับใด ๆ แต่เป็น ชื่อเล่น มันคือคำสั้นๆ ที่ภรรยาเขาเคยใช้พูดถึงคนในแวดวงค้าของเก่าบางครั้ง เช่น “ไอ้หมาป่า” “นกฮูก”หรือ “อาจารย์”  ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเขียนกำกับไว้ในภาษาไทยด้วยลายมือหวัด ๆ

                     ความคิดที่ว่าภรรยาของเขา ซึ่งเป็นหญิงสาวผู้เรียบร้อยและมีรสนิยมดี ได้เข้าไปพัวพันกับคนกลุ่มนี้ ทำให้เมธีรู้สึกคลื่นไส้ เขายัดกล้องยาสูบไว้ในช่องลับของตู้เซฟที่บ้าน และนำแผนที่ที่เขาวาดซ้ำด้วยความรอบคอบใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์

                     วันรุ่งขึ้น เมธีขับรถเก่าของเขาไปยังจุดเริ่มต้นของเส้นทางตามแผนที่ มันคือโกดังร้างในย่านอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ทันทีที่เขาเลี้ยวรถเข้าไปในซอย ความรู้สึกถูกจ้องมองก็แล่นวาบไปทั่วร่าง เขาสังเกตเห็นรถตู้สีดำที่จอดอยู่ริมทาง ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ แต่กระจกหน้ารถสะท้อนแสงแดดจ้าจนทำให้มองไม่เห็นภายในช

                       เขาจอดรถและเดินไปตามซอยที่ระบุไว้ในแผนที่ และที่มุมตึกที่ผุพัง เขาพบสัญลักษณ์แรก…แล้ว

                      รอยขีดข่วนสีแดงบนกำแพงที่ดูเหมือน “หมาป่ากำลังเห่าฆ เหมือนกับชื่อที่ปรากฏในแผนที่ของเขา

                      เมธีรู้ทันทีว่านี่คือร่องรอยการสื่อสาร เขาไม่สามารถปล่อยให้หลักฐานนี้คงอยู่ได้ เพราะนั่นจะนำ “ใครบางคน” ให้ตามมายังกล้องยาสูบได้ 

                     เขาหยิบขวดน้ำและผ้าขี้ริ้วในรถออกมาอย่างรวดเร็ว เขายืนบังมุมตึกเอาไว้เพื่อบังสายตาจากรถตู้คันนั้น แล้วรีบเช็ดรอยขีดข่วนนั้นออกอย่างรุนแรง

                     การทำลายหลักฐานของคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและน่ากลัวไปพร้อมกัน

                     เมื่อเขากลับมาถึง รถตู้คันดำก็ขับออกไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันรออยู่แล้ว

                    เมธีรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เขาไม่สามารถหยุดได้ เขาขับรถลึกเข้าไปในเมืองเก่า จุดหมายต่อไปคืออาคารพาณิชย์เก่าแก่ที่ถูกระบุด้วยสัญลักษณ์“นกฮูก”

                   เมื่อมาถึง เมธีพบว่าอาคารแห่งนี้ถูกปิดตาย แต่ที่ตู้ไปรษณีย์ทองเหลืองเก่าแก่ มี รอยสติกเกอร์รูปนกฮูกตัวเล็กๆ ติดอยู่ เมธีต้องใช้เวลาถึงสิบนาทีในการแกะสติกเกอร์ที่เหนียวแน่นนั้นออกทั้งหมด จนเล็บมือเขาแทบฉีก 

                   และในขณะที่เขากำลังแกะอยู่นั้น ประตูร้านกาแฟที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ถูกเปิดออก ชายร่างใหญ่คนหนึ่งจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาว่างเปล่า เมธีรีบทำท่าทางเหมือนกำลังผูกเชือกรองเท้า แล้วก้มหน้าเดินจากมาอย่างรวดเร็ว

                  ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านในอก  ไม่ว่าชายคนนั้นจะเป็นใคร แต่มันคือ ความเสี่ยง ที่เกิดจากการกระทำของเขาเอง

                 เมธีรู้แล้วว่าการสืบสวนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การตามรอยแผนที่หมายถึงการทำลายระบบสื่อสารที่วางไว้ และการทำลายระบบย่อมหมายถึงการดึงดูดความสนใจจาก “เจ้าของระบบ” เขาเหลือจุดที่ถูกวงกลมอีกสองจุดที่ต้องไปถึง ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุดในแผนที่ เขาเชื่อว่านั่นคือสถานที่ที่ภรรยาเขาถูกล่อไป… หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่ฆาตกรซ่อนตัวอยู่

                เมธีขับรถต่อไปในยามเย็นที่ใกล้พลบค่ำ โดยมีแผนที่กระดาษไขที่เขาคัดลอกไว้ในกระเป๋าสตางค์ และมีเพียงความหวังเดียวคือการค้นพบความจริงเบื้องหลังรอยขีดข่วนและสติกเกอร์เหล่านี้… ก่อนที่ใครบางคนจะตามมาถึงตัวเขา

               เมธีขับรถผ่านเส้นทางสุดท้ายตามแผนที่ เมื่อพ้นเขตเมืองออกมา ความมืดก็เข้าปกคลุมอย่างรวดเร็ว เขากำลังมุ่งหน้าไปยัง เขตป่าช้าหรือสุสานเก่า ที่อยู่ติดกับพื้นที่ชนบทที่รกร้าง 

             สัญลักษณ์สุดท้ายในแผนที่คือ “อาจารย์”  ซึ่งเป็นชื่อที่เขาจำได้ว่าภรรยาเคยพูดถึงว่าเป็น “คนที่น่าเชื่อถือที่สุดในวงการ”

ถนนเส้นนี้แคบและเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ไฟหน้ารถส่องไปเจอเพียงกิ่งไม้และเถาวัลย์ที่เลื้อยข้ามถนน เมธีรู้สึกเหมือนกำลังขับรถย้อนกลับไปยังคืนหกเดือนที่แล้ว

            คืนที่ภรรยาเขาเสียชีวิตบนถนนที่คล้ายกันนี้

                         ทันใดนั้น แสงไฟสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นในกระจกมองหลัง รถบรรทุกคันใหญ่คันหนึ่งขับตามมาอย่างกระชั้นชิดจนดูผิดปกติ เมธีเร่งความเร็ว แต่รถบรรทุกก็ยังคงตามมาติด ๆ มันไม่ได้พยายามแซง แต่มันพยายามเบียด แสงไฟสูงของมันจ้าจนแสบตา ทำให้เมธีเกือบมองไม่เห็นทางข้างหน้า

                        ความหวาดระแวงของเมธีกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ ใครบางคนรู้แล้วว่าเขาตามรอยมาถึงที่นี่

                       เมธีหักพวงมาลัยเข้าซอยเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกทึบอย่างรุนแรง เสียงกิ่งไม้เสียดสีกับตัวถังรถดังสนั่น แต่เขาไม่สนใจ รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถเลี้ยวตามมาได้ทัน เมธีจอดรถในความมืดมิดใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีแสงใด ๆ เข้าถึง เขาปิดไฟหน้าและเครื่องยนต์ แล้วนั่งนิ่ง หายใจหอบถี่ พยายามฟังเสียงภายนอก

                       ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง… เป็นความเงียบที่หนักอึ้งกว่าครั้งใด ๆ

                       เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว เมธีจึงออกมาจากรถ เขากางแผนที่ที่วาดไว้ใต้แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ และพบว่าเขาอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางที่ถูกวงกลมไว้เพียงไม่กี่ร้อยเมตรแล้ว เขาตัดสินใจเดินเท้าเข้าไป

                       เสียงฝีเท้าของเขาย่ำลงบนพื้นดินแห้ง ๆ ในความมืดมิด ทุกครั้งที่เขาก้าวเดิน เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังกว่าเสียงใบไม้ไหว เขาเดินผ่านรั้วลวดหนามที่ผุพังเข้าไปในเขตของ สุสานส่วนตัว ที่เก่าแก่ สุสานแห่งนี้มีป้ายหินที่บอกว่าเพิ่งมีการฝังศพใหม่ ๆ เมื่อไม่นานมานี้

                       แผนที่พาเขามาหยุดที่หลุมศพที่ไม่มีป้ายสลักชื่อ ไม่มีรูปถ่าย แต่มีพวงหรีดแห้งเหี่ยววางอยู่ ดูเหมือนจะเป็น หลุมศพที่ถูกปกปิดเป็นความลับ

                       เมธีมองไปรอบๆ ในความมืด เขาหยิบพลั่วพับขนาดเล็กที่เตรียมมาด้วยจากท้ายรถ เขาไม่สนใจเรื่องความเคารพ เขาต้องรู้ให้ได้ว่า “ฆาตกร”  ซ่อนหลักฐานอะไรไว้ที่นี่

                       เขาเริ่มขุดดินรอบๆ หลุมศพนั้นอย่างบ้าคลั่ง ฅท่ามกลางเสียงดินที่ถูกตักขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมธีจินตนาการถึงใบหน้าของภรรยาเขา ใบหน้าที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เขามาถึงช้าเกินไป

                     พลั่วของเขากระทบกับวัตถุแข็งบางอย่าง เมธีแทบหยุดหายใจ เขาใช้มือเปล่าปัดดินออกอย่างรีบร้อน และพบกับ กล่องไม้เก่า ๆ ที่ดูเหมือนกล่องเครื่องประดับ

                      เมธีดึงกล่องออกมาจากหลุมดิน เขากอดมันไว้แน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกชนะเหนือความตายและความมืดมิด เขากลับมาที่รถอย่างรวดเร็ว แล้วเปิดไฟในรถอย่างระมัดระวัง เพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างในกล่องไม้

                      กล่องถูกเปิดออก… ภายในมีวัตถุสองชิ้น !!

                     ชิ้นแรก ผงแป้งสีขาว ถูกบรรจุอยู่ในถุงซิปล็อกขนาดเล็กวางอยู่คู่กับ ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ที่ออกเดินทางเมื่อ หกเดือนที่แล้ว

                      เมธีมองวัตถุทั้งสองชิ้นด้วยความว่างเปล่า เขาไม่ได้พบหลักฐานการฆาตกรรม หรืออาวุธที่ใช้ในการทำร้ายภรรยา แต่เขาพบ… ความจริงอีกด้านหนึ่งของภรรยาเขา ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

                      นั่นทำให้เขาตระหนักถึงสิ่งที่ถูกซ่อนไว้มาตลอด ความตายของเธออาจไม่ใช่ความบริสุทธิ์อย่างที่เขาเชื่อ

                      เมธีนั่งนิ่งอยู่ในรถ ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟในรถที่สาดส่องวัตถุบนตักของเขา 

                      ถุงผงแป้งสีขาว และตั๋วเครื่องบินที่ระบุชื่อผู้โดยสาร… ชื่อของภรรยาเขา วันเดินทางคือ คืนเดียวกับที่เธอเกิดอุบัติเหตุ

                      ความเงียบที่เคยดัง กลายเป็นเสียงโครมครามในหูของเมธี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเชื่อมาตลอดหกเดือนได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

                 ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นเหยื่อของการฆาตกรรม แต่เป็น ผู้ค้าของผิดกฎหมาย ที่กำลังจะหลบหนีไปพร้อมกับเงินก้อนสุดท้าย และในความรีบร้อน เธอใช้รถยนต์ของเธอเพื่อนำของชิ้นสุดท้ายนี้ไปซ่อน ก่อนที่จะไปถึงจุดนัดหมายเพื่อขึ้นเครื่องบิน

                     เธอเสียชีวิตเพราะ อุบัติเหตุที่เธอเป็นคนก่อเอง ขณะกำลังหลบหนีความผิด

                     แต่ทำไมกล้องยาสูบถึงไปอยู่กับศพของชายอีกคนในอุบัติเหตุเดียวกัน?

                     เมธีเปิดกล้องยาสูบที่วางอยู่ข้าง ๆ อย่างช้า ๆ เขาจ้องมองไปที่ร่องรอยการแกะสลักคลื่นทะเล และทันใดนั้น ความจริงสุดท้ายที่แสนเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่สมองของเขา

                    กล้องยาสูบนั้นไม่ได้เป็นของเธอ แต่เป็นของชายคนนั้น… ชายคนนั้นคือคนที่จะพาภรรยาของเขาหนีไปในคืนนั้น และเขาเสียชีวิตไปพร้อมกับความลับทั้งหมด

                     กล่องยาสูบไม่ได้เป็นกุญแจสู่การค้นหาฆาตกร แต่เป็น หลักฐานชิ้นสำคัญของตำรวจ ที่ยังตรวจไม่พบ เมธีไม่ได้สืบหาความจริง แต่เขากำลังทำสิ่งที่คนร้ายทำ นั่นคือ การตามทำลายหลักฐาน

                     ใบหน้าของภรรยาที่เคยใสซื่อในความทรงจำของเมธี บัดนี้กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความลับและความมืดมิด เขายอมรับไม่ได้ที่จะให้โลกรับรู้ว่าภรรยาของเขาเป็นอาชญากร

                      เมธีตัดสินใจโดยไม่มีความลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาหยิบผงแป้งสีขาวออกจากกล่องไม้ แล้วเดินเข้าไปในความมืดที่โอบล้อมรอบตัวเขา เขาใช้พลั่วพับขุดหลุมเล็ก ๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วฝังกล่องไม้และตั๋วเครื่องบินนั้นลงไปอย่างรวดเร็ว     

                      ส่วนผงแป้งสีขาว… เขาเดินไปจนถึงลำธารที่อยู่ใกล้ ๆ และโยนถุงนั้นทิ้งลงไปในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

                      เขาทำลายหลักฐานทุกชิ้นที่เชื่อมโยงภรรยาเขากับอาชญากรรมได้อย่างสมบูรณ์

                     เมื่อเสร็จสิ้น เมธีกลับมานั่งในรถอย่างเงียบ ๆ ความหวาดระแวงและความระทึกขวัญก่อนหน้านี้ได้หายไปหมดสิ้น ถูกแทนที่ด้วย ความว่างเปล่าเย็นเยือก เขาล้างมือด้วยขวดน้ำที่เหลือ แล้วขับรถออกจากความมืดอย่างเชื่องช้า

                    ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ไม่มีฆาตกร ไม่มีเบาะแสที่หลงเหลือ และที่สำคัญที่สุด โลกยังคงเชื่อว่าภรรยาของเขาเป็นเพียงเหยื่อผู้บริสุทธิ์ของอุบัติเหตุ

                    เขายิ้มให้กับเงาตัวเองในกระจกมองข้าง… เป็นรอยยิ้มที่รู้ถึง ความลับอันดำมืด ที่ถูกฝังไว้ในสุสานชนบทอย่างถาวร

                    เมธีหักพวงมาลัยรถยนต์เข้าสู่ถนนใหญ่ เขากำลังขับรถกลับบ้าน โดยที่ในกระเป๋าสตางค์ยังคงมีแผนที่ที่เขาคัดลอกไว้ 

                    แผนที่ที่ครั้งหนึ่งเขาตามรอยเพื่อจับ“ฆาตกร”

                    แต่บัดนี้มันคือ “แผนที่” ที่ทำให้เขากลายเป็น“อาชญากร” คนต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

เรื่องสั้น …ก่อนเสียงปืนจะเงียบ 

ฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ….. ถนนใหญ่ชานเมืองสายนี้ เปียกลื่นเหมือนแผ่น เหล็กที่ราดน้ำมัน ไฟท้ายรถสะท้อนเป็นเส้นยาว สีแดงสั่นไหวราวเลือดสด โสภณขับรถกระบะเก่าช้า ๆ มือซ้ายจับพวงมาลัย มือขวาวางนิ่งบนต้นขา นิ้วไม่กระดิกแม้แต่นิดเดียว

เรื่องสั้น “ต้องฆ่า”

เรื่องสั้น “ต้องฆ่า” เสียงไซเรนตำรวจแผ่วห่างออกไปเรื่อย ๆ กลิ่นควันจากท่อรถบรรทุกเก่าผสมกลิ่นขยะเน่าเสียลอยมากับลม ดินแดนสลัมใต้สะพานกลางเมืองใหญ่ นิ่งสงัดจนเหมือนถูกแช่แข็ง

เรื่องสั้น…หมวกสีกรมที่เขียนว่า “VETERAN”

ผมยืนอยู่เป็นคนที่สามในแถวของร้านขายของราคาประหยัด นาฬิกาบนมือถือบอกเวลา 13:47 น. ผมมีนัดคุยกับลูกค้าตอนบ่ายสองรถเข็นของผมเต็มไปด้วยของราคาแพง นมออร์แกนิก ผักโขมล้างแล้ว เนื้อวัวเลี้ยงด้วยหญ้า