วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินหงส์ไทย เรียกคืน-ทำลาย หลังอย. พบปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์

หงส์ไทย เรียกคืน-ทำลาย หลังอย. พบปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์

เผยแพร่

spot_img

อย. ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์ยาดมหงส์ไทย เฉพาะล็อตการผลิต 332 ที่ผลิตเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วบริษัทฯ กำลังดำเนินการเรียกคืนสินค้าล็อต 332 ทั้งหมด และได้นัดหมายกับ อย. เพื่อทำลายสินค้าดังกล่าว  

นายธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้ง บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด เปิดเผยข้อมูลกับ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ว่า หลังมีรายงานข่าวกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์บางล็อตของบริษัท ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจำกัดเฉพาะ “ล็อต 332” ซึ่งผลิตเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยล็อตอื่นๆ ของบริษัทไม่มีปัญหาและยังจำหน่ายได้ตามปกติ

ข่าวที่ขยายความไปถึงการหยุดผลิตหรือหยุดจำหน่ายทั้งบริษัท “ไม่ตรงข้อเท็จจริง” เพราะหน่วยงาน อย. ไม่ได้สั่งห้ามขายหรือผลิต แต่เป็นการระบุเฉพาะลอตที่ตรวจพบเท่านั้น

 โดยบริษัทได้รับแจ้งว่าเป็นกรณี “เชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐาน” ทว่าจุดที่ยังไม่ชัดคือชนิดของเชื้อและนิยามทางเทคนิค เนื่องจากทาง อย. ยังไม่ได้แจงรายละเอียดเชิงลึก ว่าเชื้อดังกล่าวคืออะไร อันตรายมากน้อยเพียงใด หรือมีผลอย่างไรต่อผู้บริโภค 

  “ไม่ได้บ่งเพาะว่าเป็นเชื้อรา” ซึ่งในกระบวนการเดิมของบริษัท มีการเพาะเชื้อมาตรฐาน 3 ตัว ตั้งแต่ก่อนยื่นขอ อย. และที่ผ่านมา “ไม่เคยเจอความผิดปกติ” จึงต้องการเข้าพบ อย. เพื่อตีความคำว่า ‘จุลินทรีย์เกินมาตรฐาน’ ให้ชัดเจน

ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการเรียกเก็บคืนล็อต 332 แล้ว โดยยอมรับว่าเนื่องจากเป็นล็อตเก่าจากปีก่อนจึงรวบรวมคืนได้เพียงบางส่วน ทั้งนี้ได้ นัดกับ อย. เพื่อทำลายสินค้าในวันที่ 4 พ.ย. 2568 พร้อมกันนั้นบริษัทอยู่ระหว่างประสานให้ อย. ออกหนังสือชี้แจงเพิ่มเติม และเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการภายใน 2–3 วันหลังการหารือ เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขต่อสาธารณชน

ในส่วนของข้อมูล ล็อต 332 บริษัทเปิดเผยว่าขณะนี้มี “ยอดฉลาก” สามารถตรวจสอบได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนสุทธิของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้อย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อน จึงจะขอสรุปข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน แล้วจึงออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการภายหลัง 

สำหรับที่มาของการตรวจพบดังกล่าว น่าจะเกิดจากการ “สุ่มตรวจ” ของหน่วยงานกำกับไม่ได้เกิดจากปัญหาต่อเนื่องในสายการผลิต กระบวนการผลิตและมาตรการควบคุมคุณภาพของบริษัทในปัจจุบันนั้น “เข้มงวดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” มีการปรับปรุงขั้นตอนให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้นกว่าในอดีต

นายธีระพงศ์ ยืนยัน “รับผิดชอบ 100%” หากพิสูจน์ได้ว่าปัญหาเกิดจากสินค้าของบริษัท ไม่ผลัดวัน ไม่โยนความผิด เพราะในฐานะผู้ผลิต มีเจตนาผลิตสินค้ามาตรฐาน หากมีความผิดพลาดบริษัทต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อทุกคน

https://www.thansettakij.com/business/marketing/642589

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

เวียดนามปฏิรูปการเงินครั้งใหญ่ หนุนตั้งศูนย์การเงินนานาชาติดึงทุนโลก

รัฐบาลเวียดนาม ออกคำสั่งเร่งด่วนให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเปิดตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets), ทองคำ (Gold) และ อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้

ลำพูน จังหวัดเล็กสุดของภาคเหนือ แต่มีรายได้ต่อหัวสูงสุด ในภาคเหนือ

“ลำพูน” จังหวัดนี้ มี GPP per capita หรือรายได้เฉลี่ยต่อหัวเกือบ 20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงสุดในภาคเหนือ และมากกว่าจังหวัดเชียงใหม่ อย่างที่หลายคนคิดเสียอีก

ตลาดทองคำจีนวิกฤต’ แพลตฟอร์มออนไลน์ทยอยล้ม ‘หวั่นโดมิโน’

เกิดวิกฤตความเชื่อมั่นในตลาดการซื้อขายทองคำเอกชนของจีน จากกรณีที่แพลตฟอร์มซื้อขายทองคำรายใหญ่ในเมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) ประสบปัญหาสภาพคล่องและไม่สามารถจ่ายคืนเงินนักลงทุนได้ตามกำหนด