วันพุธ, เมษายน 1, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลก'อาเซียน-อียู' ผนึกกำลังเร่งเจรจา FTA ลดพึ่งพาสหรัฐฯ อินโดนีเซียยกเลิกภาษีส่งออก 80% ปั้นร่วมมือเศรษฐกิจยุคใหม่!

‘อาเซียน-อียู’ ผนึกกำลังเร่งเจรจา FTA ลดพึ่งพาสหรัฐฯ อินโดนีเซียยกเลิกภาษีส่งออก 80% ปั้นร่วมมือเศรษฐกิจยุคใหม่!

เผยแพร่

spot_img

15 กรกฎาคม 2568
Nikkeit รายงานว่า กลาง #ความตึงเครียดทางการค้า และภัยคุกคามจากการใช้ #มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ในยุคทรัมป์ กลุ่มประเทศ #อาเซียน และ #สหภาพยุโรป (#EU) เร่งกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ล่าสุด #อินโดนีเซียและ #อียู บรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) คาดจะเสร็จสิ้นในช่วงเดือนกันยายน 2568

ภายใต้ข้อตกลงนี้ อินโดนีเซียจะยกเลิกอัตราภาษีส่งออกสำหรับสินค้าไปยังสหภาพยุโรปถึง 80% ภายใน 1-2 ปีหลังจากข้อตกลงมีผลบังคับใช้ ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียคาดว่า การส่งออกไปสหภาพยุโรปจะเพิ่มขึ้นประมาณ 58% ในสามปีถัดไป ส่งผลให้ GDP ของประเทศเพิ่มขึ้น 0.19% ขณะเดียวกัน การค้าขายกับอียูช่วยลดผลกระทบจากภาษีทรัมป์ที่อัตรา 32% สำหรับสินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ อย่างไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ กำลังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป โดยไทยเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจารอบที่ 6 เมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2568 และตั้งเป้าหมายสรุปข้อตกลงให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้

สำหรับ #ไทย กับอียู เริ่มต้นเจรจา FTA ตั้งแต่ปี 2556 แต่หยุดชะงักหลังรัฐประหารในปี 2557 ก่อนฟื้นเจรจาอีกครั้งในปี 2566 ขณะที่ #มาเลเซีย ได้ประกาศกลับมาเจรจาใหม่ตั้งแต่ต้นปี 2568 และ #ฟิลิปปินส์ กำลังเร่งพูดคุยตั้งแต่ปลายปี 2567 โดยตั้งเป้าบรรลุข้อตกลงเฟสแรกภายในปี 2570

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ปราโบโว ซูเบียนโต กล่าวว่า “เราต้องการเห็นการมีส่วนร่วมของยุโรปในเศรษฐกิจของเรามากขึ้น” ขณะที่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ระบุว่า “ในช่วงเวลาที่โลกปั่นป่วน การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรถือเป็นสิ่งจำเป็น”

สหภาพยุโรป เป็น #ตลาดส่งออก สำคัญอันดับ 3 ของอาเซียน รองจาก #จีน และ #สหรัฐฯ คิดเป็น 9% ของการส่งออกทั้งหมด ส่วนไทยเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 4 ของยุโรปใน #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการค้ารวมกันทั้งสินค้าและบริการสูงถึง 50 พันล้านยูโรต่อปี

เป้าหมายของอาเซียนคือการเป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลกภายในปี 2588 ขณะที่สหภาพยุโรปยืนยันพร้อมขยายความร่วมมือกับอาเซียน รวมถึงข้อตกลงกับประเทศอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น ผ่านโครงการ CPTPP เพื่อสร้างโครงข่ายเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

PM 2.5  วิกฤตซ้อนวิกฤติ  มหันตภัยเงียบ..!  เมื่อ “ค่าครองชีพ” พุ่งสูงสวนทางกับ “คุณภาพอากาศ” บทพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลใหม่ในการรับมือ 

ในขณะที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญกับภาระค่าครองชีพจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ภัยแทรกซ้อนอย่างฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเข้าขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินมาตรฐานไปหลายเท่าตัว

พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรกหลังจากใช้เวลาสร้างกว่า 10 ปี

พิพิธภัณฑ์จักรพันธุ์ โปษยกฤต จะเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรกหลังจากใช้เวลาสร้างกว่า 10 ปี ด้วยเงินลงทุนส่วนตัวกว่า 130 ล้านบาท จัดแสดงผลงานศิลปะของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ปรมาจารย์ภาพพอร์เทรตของไทย

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject 2026 ในระดับสาขาวิชา (Subject Rankings) รวม 13 สาขาวิชา จาก 55 สาขาวิชา

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject 2026 ในระดับสาขาวิชา (Subject Rankings) รวม 13 สาขาวิชา จาก 55 สาขาวิชา

เมื่อ “หมอ” กลายเป็น “คนไข้” ที่ต้องหัดพูดใหม่… เพราะสโตรก 4 ครั้ง!

คุณเคยคิดไหมว่า "ทำงานหนัก" เพื่อสร้างชีวิต สุดท้ายอาจจบลงที่การ "นอนนิ่งๆ" แล้วขยับร่างกายไม่ได้แม้แต่นิดเดียว?

ข่าวอื่นๆ

สหรัฐฯ ‘โปรยทุ่นระเบิด’ รอบหมู่บ้านใกล้คลังมิสไซล์อิหร่าน นับเป็นการใช้กับระเบิดครั้งแรกนับแต่สงครามอ่าวเปอร์เซีย

The Telegraph รายงานว่า มีรายงานปรากฏว่าสหรัฐอเมริกา (US) ได้โปรยทุ่นระเบิดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของประเทศอิหร่าน (Iran) ถือเป็นการใช้งานอาวุธที่มีข้อพิพาทร้ายแรงชนิดนี้เป็นครั้งแรกของกองทัพอเมริกันในรอบหลายทศวรรษภาพถ่ายจากหมู่บ้านคาฟารี (Kafari)

“โสภณ” อดีตมือแก้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม อัดรัฐบาลขึ้นราคาเอื้อนายทุน ปล่อยฟันกำไรสต๊อกเก่ากว่า 1.6 หมื่นล้าน ชี้ “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”

นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เจ้าของรางวัลรามอน แมกไซไซ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันผ่านเพจเฟซบุ๊ก "วิถีคิด" อย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกเก่า เป็นการเปิดทางให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองกวาดกำไรจากประชาชนไปมากกว่า 16,000 ล้านบาทในทันที

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันจันทร์ที่ 23 มีนาคม หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐและอิหร่านได้มีการหารืออย่างมีประสิทธิผลเกี่ยวกับการยุติสงคราม