หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน“กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้... อเมริกาไม่ได้ชนะเลยสักนิด!”

“กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้… อเมริกาไม่ได้ชนะเลยสักนิด!”

เผยแพร่

spot_img

อดีตที่ปรึกษา รมว.คลังสหรัฐฯ ลั่น: “กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้… อเมริกาไม่ได้ชนะเลยสักนิด!”

กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน เมื่อ สตีเวน รัตเนอร์ (Steven Rattner) มือขวาจากยุครัฐบาลบารัค โอบามา เดินทางไปเห็นจีนด้วยตาตัวเองในปี 2026 แล้วกลับมาเขียนบทความที่อ่านแล้วอเมริกาต้องสะดุ้ง: “กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้หรอก เพราะในขณะที่เรามัวแต่ทะเลาะกัน จีนวิ่งไปไกลจนเรามองไม่เห็นฝุ่นแล้ว”

1. โรงงานเสมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ

เมื่อ 5 ปีก่อน #Xiaomi ยังทำแค่โทรศัพท์มือถือ แต่รัตเนอร์ไปเยือนโรงงานผลิตรถไฟฟ้า (EV) ของ Xiaomi ในวันนี้ แล้วต้องตกใจ:

• แทบไม่มีคน: ในเวิร์กชอปเต็มไปด้วยแขนกลอัจฉริยะ ทำงานเงียบกริบ แผ่นอลูมิเนียมเคลื่อนที่เข้าที่เองโดยอัตโนมัติ

• หุ่นยนต์ที่ไม่ได้มีไว้โชว์: เขาเห็น #หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) กระโดดไปมาเหมือนของเล่น แต่มันคือเบื้องหลังของงานวิจัยระดับโลกที่อเมริกากำลังตามหลัง

• CEO Ford ยังหน้าถอดสี: ขนาด CEO ของ Ford ยังยอมรับว่าเทคโนโลยีในรถจีน “ล้ำหน้ากว่าอเมริกาไปไกล” จนต้องสั่งยกเลิกสายการผลิตรถกระบะไฟฟ้าตัวเองทิ้ง เพราะทำสู้เขาไม่ได้!

2. สงครามภาษี: ดาบทู่ที่ฟันตัวเองเลือดซิบ

ตรรกะของทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ คือ “ขึ้นภาษีเพื่อบีบให้โรงงานกลับอเมริกา” แต่ตัวเลขปี 2025 กลับบอกความจริงที่เจ็บปวด:

• ดุลการค้าจีนพุ่งสถิติใหม่: จีนเกินดุลการค้าสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ แม้จะโดนกำแพงภาษีมาหลายระลอก

• ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้: โลกทั้งใบ (รวมถึงอเมริกา) ตัดจีนไม่ขาด

• บทเรียนประวัติศาสตร์: เหมือนตอนอังกฤษหลังปฏิวัติอุตสาหกรรม พยายามขึ้นภาษีกันสินค้าสหรัฐฯ ที่กำลังผงาด สุดท้ายก็กันไม่ได้ เพราะคุณกัน “สินค้า” ได้ แต่คุณกัน “ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า” ไม่ได้! ภาษีคือกลยุทธ์ “ตั้งรับ” และการตั้งรับไม่เคยทำให้ใครชนะการแข่งขัน

3. ‘เชื้อเพลิง’ แห่งยุค AI: จีนมีไฟฟ้าล้นมือในราคาถูก

รัตเนอร์ชี้จุดตายที่คนทั่วไปมองข้าม:

• ไฟฟ้าคือขุมพลัง: จีนผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าอเมริกาถึง 2 เท่า และต้นทุนไฟฟ้าสำหรับ Data Center ในจีนถูกกว่าอเมริกาครึ่งหนึ่ง!

• สมรภูมิ AI: AI คือสัตว์ประหลาดที่กินไฟเป็นอาหาร ใครมีไฟมากกว่าและถูกกว่า คนนั้นคือผู้ชนะในสงครามเทคโนโลยี

• สมองไหลกลับ: คนรุ่นใหม่ในจีนฉลาดและมีไฟพอๆ กับคนในซิลิคอนวัลเลย์ แต่ต่างกันที่รัฐบาลจีนทุ่มสุดตัว สนับสนุนแบบ “สายพานเดียว” ตั้งแต่นโยบายยันโรงไฟฟ้า

4. ยุทธศาสตร์ที่เงียบเชียบแต่ทรงพลัง: การแพทย์

เมื่อก่อนจีนต้องซื้อสิทธิบัตรยาจากนอก แต่ตอนนี้กลับด้าน!

• ส่งออกนวัตกรรมยา: จำนวนยาที่จีนอนุญาตให้ต่างชาติเอาไปใช้ (Out-licensing) สูงกว่าจำนวนที่จีนนำเข้าแล้ว

• การทดลองทางคลินิก: จีนมีจำนวนการทดลองยาใหม่แซงหน้าอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว นี่คือการพลิกเกมที่คนอเมริกาส่วนใหญ่ยังไม่ทันสังเกต

บทสรุป: ศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่ใครที่ไหน… แต่คือตัวเอง

รัตเนอร์สรุปได้เจ็บแสบว่า: อเมริกาจะชนะจีนไม่ได้ด้วยภาษีหรือการเจรจา แต่อเมริกาจะชนะได้ก็ต่อเมื่อ “จัดการปัญหาในบ้านตัวเองให้จบ” 

1. การเมืองที่แบ่งขั้ว: อเมริกาเปลี่ยนนโยบายทุก 4 ปี ทะเลาะกันในสภาจนลืมพัฒนาประเทศ 

2. จีนแค่ “ทำหน้าที่ตัวเอง”: จีนไม่ได้ชนะเพราะอเมริกาอ่อนแอ แต่ชนะเพราะจีนมี “ความต่อเนื่อง” และมองการณ์ไกล 

3. เลิกมองข้างนอก แล้วหันมองข้างใน: ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของจีนไม่ใช่สหรัฐฯ แต่คือการที่จีนจะรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นการบริโภคในบ้านตัวเองได้ดีแค่ไหน

“กำแพงภาษีเป็นเพียงดาบทู่ๆ ที่อเมริกาฟันใส่จีน แต่คนที่เสียเลือดและเจ็บตัวที่สุดกลับกลายเป็นอเมริกาเอง!”

#ChinaFocus #กำแพงภาษี 

Source: The New York Times

ข่าวล่าสุด

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...