วันอังคาร, มกราคม 27, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนทักษิณ จากตำนานสู่ความจริงที่ประเทศต้องเผชิญ

ทักษิณ จากตำนานสู่ความจริงที่ประเทศต้องเผชิญ

เผยแพร่

spot_img

คดีภาษี 17,000 ล้าน | คดีชั้น 14 | และมรดก 30 บาทที่กลายเป็นภาระของคนรุ่นหลัง

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ชื่อ **”ทักษิณ ชินวัตร”** ถูกผูกกับสามคำ:

 **ความสำเร็จ** (ในสายตาผู้สนับสนุน)

 **ความอยุติธรรม** (ในคำกล่าวอ้างของพรรคการเมือง)

 **ความสงสาร** (ในกลยุทธ์ทางการเมือง)

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 ทศวรรษ **สิ่งที่ปรากฏชัดต่อสายตาประชาชนทั้งประเทศ** กลับเป็นอีกแบบหนึ่งและหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป

บทความนี้สรุป**ภาพรวมทั้งหมด**ที่สังคมเห็นในวันนี้ ตั้งแต่โครงการ 30 บาท จนถึงคดีภาษีและคดีชั้น 14 เพื่อให้เข้าใจได้ในบทความเดียว

1️⃣ โครงการ 30 บาท: ความสำเร็จในระยะสั้น ภาระในระยะยาว

✅ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในช่วงแรก

โครงการนี้ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขง่ายขึ้นจริง คนไปหาหมอบ่อยขึ้น รัฐบาลได้คะแนนนิยมสูงสุด และคนรู้สึกว่ารัฐใส่ใจ ความสำเร็จในระยะสั้นนั้นดึงดูด ความสนใจแม้กระทั่ง WHO ก็ชมเชย แต่รู้หรือไม่ว่า ผู้ประสานงาน ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและ WHO ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาชื่อว่าสุวิทย์ วิบูลย์ผลประเสริฐ “ตลอดราว 20 ปีที่ผ่านมา การประสานงานด้านนโยบายสุขภาพระหว่างไทยกับ WHO อยู่ในมือกลุ่มเดิมๆ นำโดย นพ.สุวิทย์ วิบูลย์ผลประเสริฐ ซึ่งดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขด้านต่างประเทศ และมักเป็นหัวใจของคณะผู้แทนไทยในเวที WHO แทบทุกครั้ง”

“เมื่อบุคคลเดียวกันทั้งเป็นสถาปนิกหลักของระบบ 30 บาท เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาในหน่วยงานที่ได้ประโยชน์ทางการเมืองและเชิงภาพลักษณ์จากโครงการนี้ พูดง่ายๆ ท่านผู้นี้ไม่เคยหลุดจากการเป็นส่วน หนึ่งของการบริหารตั้งแต่ระดับหลักจนถึงระดับสาขา ของ สปสช. และยังเป็นผู้เล่าเรื่อง/สื่อสารต่อ WHO และสาธารณชนว่า ‘WHO ชมเชย’ ระบบนี้ด้วย จึงเป็นธรรมดาที่สังคมจะตั้งคำถามเรื่อง ‘ความเหมาะสม’ และ ‘สมดุลของเสียงวิจารณ์’

และ ในส่วน นอกเหนือจาก สปสช. หันมาในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐมนตรี มาเป็นหน้าไหนก็ตาม อัศวินอนาล็อกท่านนี้ ก็มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะดำรงตำแหน่งนี้  ตำแหน่งการประสานงานกับ WHO ของกระทรวงอย่างชัดเจน แน่นอนทุกครั้งไป เสมือนว่าไม่มีใครในประเทศมีฝีมือแบบนี้อีกแล้ว

❌ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลัง 20 ปี

**ในเชิงเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข** นี่คือประชานิยมแบบ pure consumption:

 **ไม่มีการร่วมจ่าย** → ไม่มีกลไกควบคุมการใช้จ่าย

 **ไม่มีแรงจูงใจให้ดูแลตัวเอง** → โรค NCD พุ่งสูง โรคไตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 **ไม่มีทุนรองรับระยะยาว** → ระบบขาดดุลเรื้อรัง

**ผลลัพธ์ที่เห็นชัดในปัจจุบัน:**

– โรงพยาบาลรัฐหนี้สะสมสูง

– บุคลากรทางการแพทย์ workload ล้นมือ

– ประชาชนคุ้นชินกับการใช้บริการโดยไม่จำกัด

– เกิด **dependency** หรือความเสพติดต่อสวัสดิการฟรี ต้องฟรี ต้องเพิ่มสิทธิ์ ไม่ยอมร่วมจ่าย

ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วใช้โมเดล co-payment, insurance mix และการร่วมรับผิดชอบ    ประเทศไทยกลับติดกับดักประชานิยมที่ไม่มีรัฐบาลใดกล้าแก้

 **ความสำเร็จในอดีต จึงกลายเป็นหนี้สินของรุ่นลูกหลาน**

 2️⃣ คดีภาษี 17,000 ล้าน: เมื่อศาลตัดสินชี้ชัดว่า “หลบภาษี”

โครงสร้างการขายหุ้นชินคอร์ปที่ถูกใช้:

1. โอนหุ้นให้ลูกในราคา 1 บาท

2. ลูกขายต่อให้เทมาเสกในราคา 49 บาท

3. ส่วนต่างกำไร “เป็นของลูก”** → ไม่ต้องเสียภาษี

นี่คือสูตรคลาสสิกของการหลบภาษี: **ใช้ลูกเป็นตัวกลางเพื่อย้ายกำไรออกจากตัวเอง**

คำพิพากษาศาลฎีกาภาษีอากร (2568):

ผู้มีเงินได้ตามความจริงคือทักษิณ ชินวัตร  

ต้องชำระภาษี + เงินเพิ่ม + เบี้ยปรับ รวมกว่า 17,000 ล้านบาท

ทำไมคำตัดสินนี้สำคัญ?

เพราะมันทำให้ประชาชน **ฟื้นความจำ** ได้อีกครั้งว่า:

– ความเหลื่อมล้ำในประเทศไม่ได้เกิดจากโครงสร้างเพียงอย่างเดียว

– แต่เกิดจากคนที่มี **ความรู้ + อำนาจ + เครื่องมือทางกฎหมาย** ใช้ระบบให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้  ดีกว่าคนทั่วไป

และมันสะเทือนความรู้สึกของ**ผู้เสียภาษีชนชั้นกลาง**ที่จ่ายภาษีตรงตัวทุกบาททุกสตางค์ คนยากจนก็จ่ายภาษีทางอ้อมผ่านระบบ Vat ขณะที่คนรวยที่สุดกลับหลบได้หมดด้วยเล่ห์กลทางกฎหมาย และหลบที หลบได้เป็นเกือบ 20,000 ล้าน. แล้วเอาเงินส่วนนี้มา เป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้พรรคการเมือง ที่กำลังจะมาขายประชานิยม และ ซื้อใจประชาชน รวมทั้งเป็นกระสุน ดินดำในการเลือกตั้งทุกครั้ง เป็นแรงดึงดูดของบรรดานักการเมืองผู้หิวกระหายต่ออำนาจการเมือง และบรรดาสมุนบริวารที่ไม่เคยขาดมือ จากเงินเลี่ยงภาษีของแผ่นดินส่วนนี้ ที่เป็นทุนดำเนินการ นี่เอง

การยกยอปอปั้น ของบรรดาเหล่าบริวาร ก็ล้วนเป็นไปเพื่อส่งเสริมให้เจ้านายหลงระเริง ว่ามีสติปัญญาที่แหลมคม และเป็นขวัญใจชนชั้นรากหญ้าตลอดมา ยิ่งคิดหานโยบายประชานิยมหลากหลาย มาประเคน ทั้งเงินหมื่นดิจิตอล ที่เหลวไม่เป็นท่า และน่าจะมีอีกหลายบรรดานโยบายในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

 3️⃣ คดีชั้น 14: จุดเปลี่ยนที่ทำลาย Narrative ความสงสาร

แต่ประเด็นที่**แรงที่สุดในเชิงอารมณ์** ไม่ใช่ภาษี

คือ **คดีชั้น 14 คืนแรกในเรือนจำ**

– ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลตำรวจทันที

– พักในห้องพิเศษระดับ VIP

– ได้รับการดูแลแบบที่นักโทษทั่วไปไม่เคยได้รับ

จนกลายเป็น meme ทั้งประเทศว่า:

**”คุกมีไว้ขังหมาและคนจน”**

ทำไมเรื่องนี้ถึงโดนใจชนชั้นล่าง?

เพราะมันเป็น**ความไม่เท่าเทียมที่จับต้องได้** ไม่ใช่ตัวเลขบนกระดาษ

ประชาชนหลายคนมีญาติ เพื่อน คนรู้จัก ที่**ป่วยหนักในเรือนจำ**แต่ไม่เคยได้รับแม้แต่ 1% ของสิทธิที่ทักษิณได้รับ

ความรู้สึกนี้**ทำลาย narrative** ว่า “ทักษิณคือเหยื่อของรัฐ” ลงอย่างราบคาบ

4️⃣ กลยุทธ์ความสงสาร: เริ่มไม่ขายแล้ว

เมื่อพรรคเพื่อไทยพยายามปรับ narrative ว่า:

– ทักษิณแก่แล้ว

– สุขภาพย่ำแย่

– เครียดมาก

– ควรได้รับพักโทษเพราะมนุษยธรรม

**ประชาชนกลับเชื่อมเรื่องนี้เข้ากับ:**

– คดีภาษี 17,000 ล้าน

– สิทธิพิเศษชั้น 14

– บทเรียน 20 ปีของ 30 บาท (และถ้าเลย ปีนี้ไป คนจนจะเดือดร้อนจริงๆ เพราะความลำบาก ในการไปโรงพยาบาลจะมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งตัวก็ไม่ได้อีก เพราะไม่มีงบตามไปจ่าย)

**ผลลัพธ์คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหมู่คนจำนวนมาก:**

“ตอนรวย ใช้เล่ห์หลบภาษี  

 ตอนติดคุก ใช้อภิสิทธิ์ไม่ต้องอยู่จริง  

 แล้ววันนี้จะให้เราสงสาร?”

นี่คือ **emotional reversal** ที่พรรคเพื่อไทยไม่อยากเจอ แต่กำลังเกิดขึ้นจริง

5️⃣ ความไม่น่าไว้วางใจของทักษิณปรากฏในหลายมิติ ทั้งการคบหาฮุนเซนที่ผูกพันกันด้วยผลประโยชน์เรื่องพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเกาะกูดซึ่งมีปิโตรเลียมมหาศาล นำมาซึ่งปัญหา MOU ซึ่งกลายเป็น หนามยอกอกของประเทศไทยขณะนี้ การเปิดช่องให้กลุ่มทุนเทาและต่างชาติรุกคืบถือหุ้นในกิจการยุทธศาสตร์ของไทยอย่างน้ำมันและธนาคาร ตลอดจนแผนผลักดันคาสิโนหรือ Entertainment Complex ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนสีเทา ซึ่งล้วนมีความเสี่ยงต่อความมั่นคง และสร้างความขัดแย้งรุนแรงระหว่างไทย–กัมพูชา และความเสียหายที่เกิดขึ้น จากความขัดแย้งส่วนบุคคลจนกลายเป็นระดับประเทศ คือผลประโยชน์นับแสนล้านของประเทศที่สูญเสียไป จากความชะงักงันของเศรษฐกิจ. นี่ยังไม่นับความเสียหายจาก คดีจำนำข้าวในสมัยของยิ่งลักษณ์ น้องสาวทักษิณ ที่ศาลพิพากษาแล้วว่า ความเสียหาย ระดับหมื่นหมื่นล้านเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่า เป็นการกระทำการผ่านน้องสาว ซึ่งไม่น่าจะมีกึ๋นเท่ากับพี่ชาย

6 บทสรุป: เมื่อตำนานพบกับความจริง

บทสรุปในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า “ทักษิณดีหรือไม่ดี” หรือ “เพื่อไทยถูกหรือผิด”

แต่เป็นบทเรียนว่า:

**ความสำเร็จในอดีต หากไม่สอดคล้องกับความจริงในปัจจุบัน ก็จะกลายเป็นภาระของตัวเอง**

 **30 บาท** → ช่วยประชาชนจริง แต่ขาดความยั่งยืน ทิ้งภาระให้รุ่นหลัง

 **การก้าวขึ้นสู่อำนาจ** → เต็มไปด้วยนโยบายกระตุ้น ประชานิยมแบบไม่คิดผลระยะยาว

 **การบริหารธุรกิจ** → มีเล่ห์หลบภาษีที่ศาลเพิ่งตัดสินว่าผิดกฎหมาย

 **ผลประโยชน์ส่วนตัว ที่ คบหา และ ต่อมามีความขัดแย้งกับ ผู้นำกัมพูชา ที่ มีผลประโยชน์ส่วนตัวเช่น กัน นำไปสู่ความวุ่นวายและปัญหาที่บานปลาย และความเสียหายอีกมากมายทางเศรษฐกิจของประเทศ การประเมินค่าไม่ได้

 **การกลับประเทศ** → ตามด้วยอภิสิทธิ์ในคดีชั้น 14

 **การขอความสงสาร** → เริ่มไม่ทำงานในสังคมที่ตาสว่างขึ้น

สิ่งที่หลงเหลือหลัง 20 ปี

นี่ไม่ใช่ “เหยื่อ” อย่างที่พรรคอยากให้ประชาชนเห็น

แต่นี่คือผู้เล่นที่เคยฉลาด และมีเล่ห์เหลี่ยมที่สุดในสนาม และยังได้ประโยชน์จากระบบมากที่สุดเสมอ

เมื่อเวลาผ่านไป 2 ทศวรรษ สิ่งที่หลงเหลือไม่ใช่ตำนานของรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่

แต่คือ:

**พ่อค้าประชานิยม** ที่ขายความหวังระยะสั้น ทิ้งหนี้ระยะยาว

**นักเลี่ยงภาษีระดับมืออาชีพ** ที่ศาลตัดสินว่าต้องจ่าย 17,000 ล้าน

**นักธุรกิจการเมืองผู้แสวงหาผลประโยชน์ ด้วย Concept ของการจับเสือมือเปล่าจนกระทั่งมีฐานะระดับ อภิมหาเศรษฐีขึ้นมาได้

**ผู้มองเห็นผลประโยชน์ของชาติ ที่สามารถไขว่คว้ามาเป็นส่วนตน โดยอาศัย connection กับอสูรร้ายหน้าไหนแบบไม่เลือก

 **คนธรรมดาคนหนึ่ง** ที่สามารถอยู่นอกคุกได้ ทั้งที่ถูกพิพากษาให้จำคุก

 **ผู้สร้างความเสพติดประชานิยม** ให้กับประชาชน จนยากแก่การแก้ไขของรัฐบาลในอนาคต

ไม่ต่างไปจากพ่อค้ายาเสพติดคนหนึ่ง

ที่สร้างความสุขชั่วคราว มา 20 ปี แต่ทิ้งความเสียหายระยะยาวให้สังคมทั้งระบบ

**นี่คือภาพที่ประเทศไทย และคนไทยได้มองเห็นชัดเจนขึ้น ในวันนี้ หลังจากผ่านเวลา 20 ปี**

และไม่มีใครสามารถปิดบังมันได้อีกต่อไป

แอดมิน ประชาคมแพทย์

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

พี่น้องครับ!  อย่าคิดว่าเรื่องธนาคารในกัมพูชาล่มจะเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ!

ท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ดูดเงินคนไทยไปนับหมื่นล้าน มันถูกซุกไว้ที่ "ปรินซ์ แบงก์" (Prince Bank) และตอนนี้มันกำลัง "แตกรัง"

ไหนๆ ก็ไหนๆ มาตามคำเรียกร้อง Q&A ภาค 2

ถาม เมืองไทยไม่มีคนดีเลยหรือ ตอบ มีมากมาย ดีแต่พูด ดีแต่คุย ดีแต่โม้ ดีแต่วางนโยบาย ดีแต่ขายฝัน ดีแต่...

งานวิจัยทั้งด้านโครงสร้างทางวิศวกรรมและ ลักษณะดินทางธรณีวิทยา

พบอันตรายของถนนพระราม 2 โดยเฉพาะใต้ชั้นดิน ทางธรณีเรียกว่าแอ่งพรุน้ำซึมตลอด ทดลองหลายครั้ง ถมทรายลงไปจำนวนมาก  แต่แล้วไม่ช้าน้ำก็เอ่อเข้ามาให้ดินยวบยาบเหมือนเดิม