วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ : วันพิสูจน์ผลโพล    

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ : วันพิสูจน์ผลโพล    

เผยแพร่

spot_img

โดย: สามารถ มังสัง

จากนี้ไปถึง 8 กุมภาพันธ์ เป็นห้วงเวลาแห่งการทุ่มเทเพื่อการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคที่มีโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาล

ในห้วงแห่งเวลาเดียวกันนี้ เป็นห้วงเวลาแห่งการทำโพลของสำนักต่างๆ รวมไปถึงการออกมาวิเคราะห์และคาดการณ์ผลของการเลือกตั้ง แม้กระทั่งหมอดูก็ออกมาทำนายผลการเลือกตั้ง รวมทั้งทำนายว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ด้วย

ผลของโพลส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกันว่า พรรคประชาชนหรือพรรคภูมิใจไทยพรรคใดพรรคหนึ่งจะได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในทั้งสองพรรคนี้พรรคที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนพรรคประชาชนมีโอกาสเป็นฝ่ายค้าน เว้นไว้แต่ว่าจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่งด้วยจำนวนเกิน 250 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือกับพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลสองพรรค แต่โอกาสเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยาก

ส่วนพรรคที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 3 และ 4 ซึ่งมีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ น่าจะได้แก่พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีที่พรรคกล้าธรรมได้รับเลือกน้อยกว่าพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อรวมกับพรรคเพื่อไทยและ พรรคภูมิใจไทยเสียงไม่พอ ทั้งไม่มีพรรคขนาดเล็กที่จะนำมาร่วมแล้วเสียงพอที่จะทำให้รัฐบาลมีเอกภาพด้วย

แต่ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน จากการติดตามการหาเสียง และการดีเบตของพรรคต่างๆ แล้วอนุมานผลได้ดังต่อไปนี้

1. พรรคภูมิใจไทยจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง สวนทางกับผลของโพลส่วนใหญ่ ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1.1 พรรคประชาชนคะแนนนิยมลดลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เนื่องจากวาทกรรมของตนเองเช่น ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ เป็นต้น ได้กลายเป็นอาวุธทางการเมืองทิ่มแทงตนเอง เข้าทำนองหอกเล็กแทงเจ๊ก รวมไปถึงความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญ

ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะได้เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว เนื่องจากมีโอกาสได้แสดงจุดยืนในการปกป้องเขตแดน และนำผลงานในด้านการส่งออกผลผลิตทางด้านการเกษตร ประกอบกับมีบ้านใหญ่บ้านเล็กเข้ามาอยู่ในสังกัด ทำให้ได้เปรียบในการเลือก สส.เขต

1.2 การที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลรักษาการมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ทำให้ข้าราชการประจำเกรงใจ และเอื้อต่อการเลือกตั้ง

2. ส่วนพรรคที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 3 และ 4 ซึ่งเป็นพรรคที่มีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์ แต่ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกเข้ามามากกว่าพรรคกล้าธรรม พรรค ปชป.จะเป็นตัวแปรใหญ่ในการจัดตั้งรัฐบาล

แต่ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชนเป็นแกนนำในการเป็นรัฐบาล จะต้องประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแน่นอน และจะอยู่ไม่ครบเทอมต้องยุบสภาฯ

สุดท้ายขอจบด้วยกลอน 2 บทนี้

เทาอ่อนแก่ ก็คือเทา เราต้องเว้น

ข้างนอก เป็นสีขาว สกาวใส

ปอกเปลือกนอก ออกทิ้ง เหลือแก่นใน

ไม่ขาวใส เหมือนข้างนอก หลอกคนดู

เลือกคนเทา เป็นผู้แทน ทำลายชาติ

ความพินาศ อัปยศ แสนอดสู

ความทุกข์เข็ญ ทั่วพารามาพรั่งพรู

พร้อมกับผู้ แทนเลว ที่เลือกมา

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ทุบเวเนฯ-ขยี้อิหร่าน ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดอิหร่าน สกัด BRICS พลิกขั้วอำนาจ! บีบโลกต้องกราบดอลลาร์!

“กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้… อเมริกาไม่ได้ชนะเลยสักนิด!”

สตีเวน รัตเนอร์ (Steven Rattner) มือขวาจากยุครัฐบาลบารัค โอบามา เดินทางไปเห็นจีนด้วยตาตัวเองในปี 2026 แล้วกลับมาเขียนบทความที่อ่านแล้วอเมริกาต้องสะดุ้ง: "กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้หรอก เพราะในขณะที่เรามัวแต่ทะเลาะกัน จีนวิ่งไปไกลจนเรามองไม่เห็นฝุ่นแล้ว"

เหล่าชนชั้นนำจีนที่อพยพไปอเมริกา… ทำไมถึง “สาบสูญไปจากโลก”?

หลายปีมานี้มีคำถามที่ชวนสงสัยว่า: "บรรดาหัวกะทิระดับตัวท็อปที่อพยพไปอเมริกา... สุดท้ายพวกเขาหายไปไหนหมด?" คำตอบไม่ใช่ว่าพวกเขา "รวยจนขี้เกียจพูด" แต่เป็นคำสั้นๆ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ "ถูกทำให้หายไป" (Systemic Marginalization)