หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนวันนี้ฟังผู้บริหารรุ่นใหม่ของ ”มาม่า“ พูดถึงวิธีคิดในการทำธุรกิจแบบ ”เฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข“ 

วันนี้ฟังผู้บริหารรุ่นใหม่ของ ”มาม่า“ พูดถึงวิธีคิดในการทำธุรกิจแบบ ”เฉลี่ยทุกข์-เฉลี่ยสุข“ 

เผยแพร่

spot_img

ไม่ฉวยโอกาสทำกำไรในวันที่คนอื่นลำบาก

ขอชื่นชมในความคิดของคนรุ่นใหม่

เป็นความคิดที่หล่อมาก

ในอดีตสโลแกนโฆษณาของ “มาม่า” ที่เราคุ้นเคย  คือ ”มาม่า…อร่อย“

แต่ฟังวันนี้แล้วอยากเปลี่ยนสโลแกนใหม่ให้ ”มาม่า“

”มาม่า…หล่อ“

……….

คุณพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชื่อดัง “มาม่า” ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอว่า ในอุตสาหกรรมนี้มันแฟร์กัน สิ่งที่เขาของเพิ่มมาคือช่วยค่าขนส่ง เราก็โอเค เฉลี่ยกันสิ เพราะอย่าลืมว่าตั้งแต่ต้นน้ำถึงหน้าห้างมีผู้ประกอบการกว่า 6-7 ราย ซึ่งถ้าทุกคนช่วยกันคนละนิดละหน่อย ปลายทางที่ไปถึงผู้บริโภคก็ไม่ต้องเพิ่ม หรือเพิ่มน้อยที่ แต่ถ้าทุกคนผลักกันไปเรื่อย ๆ หรือสุดท้ายต้องผลักไปให้ห้าง แล้วห้างบอกไม่ต้องผลักมา ฉันไม่รับ แถมเก็บค่าขนส่งเพิ่มขึ้นด้วย ถ้าอย่างนั้นตรงนี้ก็ตายสิ เหมือนช่วงน้ำท่วม ถ้าทุกจังหวัดผลักน้ำมาเรื่อย ๆ เพื่อจะไปออกอ่าวไทย แต่ห้ามกรุงเทพฯท่วมนะ อยุธยาตาย เพราะไปกักไว้แล้วไปท่วมอยู่จังหวัดเดียว แล้วบอกทนไป มันทนได้กี่เดือนอ่ะ แต่ถ้าเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข มันอาจจะเป็นกำไรที่น้อยลง แต่ถ้าทุกคนบอกว่าไม่ได้กำไรฉันจะเอาเท่าเดิม บางคนฉวยโอกาสเอากำไรเพิ่มขึ้นด้วย

.

“มี มีคนได้กำไรเพิ่มขึ้น เดี๋ยวมันงอกออกมาแน่ งบกำไรขาดทุนมันไม่เคยหลอกใคร จะโรงกลั่นหรืออะไรเนี่ยผมไม่ฟันธงหรอก เดี๋ยวได้เห็นแน่ แต่กว่าจะได้เห็นคนมันลืมไปหมดแล้ว ถึงเวลามันจะมีผลประกอบการออกมา ใครรวยขึ้นจากเหตุการณ์นี้มันจะโผล่ในงบอีก 3 เดือนข้างหน้าเห็นแน่”

.

เมื่อ สรยุทธ เสริมว่า ในวิกฤตมันจะเห็นคนได้ประโยชน์ คุณพันธ์ จึงย้ำกลับว่า ซึ่งมันไม่ควรมี กำไรน้อยลงทุกรายอยู่กันได้ ประชาชนไม่เดือดร้อน แต่ถ้าทุกรายบอกฉันจะเอากำไรเท่าเดิม บางคนฉวยโอกาสเอากำไรเพิ่มขึ้นด้วย คนตายคือประชาชน ซึ่งแบบนี้มันไม่ได้ไง เรื่องนี้คือการบริหารจัดการของภาครัฐ ทุกวันนี้ยังบริหารจัดการกันแบบ… ก็ว่าไม่ได้ยังไม่ได้แถลงนโยบาย ยังไม่ได้เป็นรัฐบาลอำนาจเต็ม แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ว่าคุณก็คืออำนาจเดิมที่ทำงานมาแล้ว การบริหารจัดการตรงนี้กล้า ๆ หน่อย

.

จากที่คุณเอกนัฏบอกจะไปคุยกับโรงกลั่น มองว่า 2 บาทน้อยไป แต่ให้ไปดูกำไรโรงกลั่นปีที่แล้วประมาณแสนล้าน ซึ่งตนไม่ได้ว่านะ เพราะทุกคนทำธุรกิจก็ต้องการกำไร แต่ในจังหวะนี้ถ้าในสถานการณ์ปกติ ทุกคนยังจะเอ็นจอยกับกำไรเดิม มันไปกันไม่รอดหรอก นี่มันคือวิกฤต เพียงแต่มันไม่ได้รบที่ประเทศไทย แต่ผลกระทบมามันเต็ม ๆ แล้ว

.

รัฐบาลต้องทำให้เห็นว่าไม่ใช่มีหน้าที่ควบคุมแค่ราคามาม่า ซึ่งก็มีสินค้าถูกควบคุมกว่า 50-60 ตัวแหละ เพียงแต่ว่าทำไมคุมได้แค่นี้ แต่พอไปบอกน้ำมัน กลับโยนเป็นหน้าที่อีกคน ใช่ มันมีอีกพ.ร.บ.นึง แต่มันต้องคุมได้ดิ

.

นอกจากนี้ยังยืนยันว่า “มาม่า” ไม่ขึ้นราคา พร้อมบอกว่า ความแฟร์คือต้นทุนเก่า แต่ไปขายในราคาใหม่ อันนี้ไม่แฟร์ ใครทำอยู่เลิกซะ แต่มาม่าเราใช้วิธีซื้อล่วงหน้า ซึ่งขณะนี้ต้นทุนแพ็กเกจจริงมาม่าขึ้นมา 4% ทำเอาสรยุทธอุทานออกมาตาย คุณพันธ์ จึงตอบกลับว่า ไม่ตาย 4%ทนได้ ต้องทนได้ พร้อมยอมรับตอนนี้กำไรเริ่มลดลงแล้ว

#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...