วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนเปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เผยแพร่

spot_img

แต่ต้องกลับไปเจรจาตามMOU2543 

ข้อตกลงหยุดยิง 16 ข้อ ไทย–กัมพูชา ต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อนว่า ไม่ใช่ข้อตกลงเรื่องการได้–เสียอธิปไตย และไม่ใช่หลักฐานว่า ใครยึดพื้นที่ได้ตรงไหนแล้วจะครอบครองตรงนั้น ข้อตกลงนี้เป็นเพียงการ “หยุดการใช้กำลัง” เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายเท่านั้น โดยข้อ 3 ระบุชัดว่า ข้อตกลงหยุดยิง ไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศ และทุกอย่างต้องถูกส่งกลับไปเจรจาในกลไกเดิม

ข้อ 4 ของข้อตกลงยิ่งตอกย้ำว่า พื้นที่ชายแดนไม่ใช่สนามยึดครองถาวร เพราะเปิดทางให้ พลเรือนกลับไปอยู่บ้านและทำมาหากินได้ตามปกติ หมายความว่า การคงกำลังทหารในจุดที่ยึดไว้ เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวด้านความมั่นคง ไม่ใช่การยืนยันสิทธิในดินแดน และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในอนาคตได้

หัวใจจริงของเรื่องอยู่ที่ว่า สุดท้ายทุกอย่างต้องกลับไปที่ MOU 2543 ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาเขตแดนที่ไทยและกัมพูชาลงนามร่วมกัน และ MOU ฉบับนี้ ยึดโยงกับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นฐานอ้างอิงในการทำงานของคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ไม่ใช่แผนที่ทางทหารมาตราส่วน 1:50,000 ที่ใช้ในสนามรบ

นี่คือจุดที่หลายคนอาจไม่อยากยอมรับความจริงว่า ต่อให้ทหารไทยยึดพื้นที่ได้ในภาคสนามจากแผนที่ 1:50,000 แต่เมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจาตาม MOU 2543 พื้นที่เหล่านั้นอาจไม่มีน้ำหนักทางกฎหมายเลย เพราะกรอบการปักปันเขตแดนสุดท้ายต้องอิงแผนที่ 1:200,000 ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ตามเส้นที่ได้จากการรบ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะ ฮุน มาเนต จะออกมาโพสต์ในทำนองว่า การหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนใด ๆ เพราะในเชิงกฎหมาย เกมจะถูกดึงกลับไปที่ MOU 2543 และแผนที่ 1:200,000 ซึ่งเป็นสนามที่กัมพูชามั่นใจมากกว่า

สรุปสั้น ๆ คือ ข้อตกลงหยุดยิงไม่ใช่ชัยชนะเชิงอธิปไตย ไม่ใช่การ “ยึดได้คือได้” พลเรือนกลับบ้านได้ แต่เขตแดนสุดท้ายยังต้องตัดสินกันใหม่บนโต๊ะเจรจา และถ้าไทยยังต้องเดินตามกรอบ MOU 2543 จริง ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ได้จากสนามรบ อาจไม่ถูกนับในสมการสุดท้ายเลยก็ได้ แล้วที่แลกด้วยชีวิตทหารที่ต่อสู้ตามแผนที่ 1:50,000 ก็เหมือนไม่ได้อะไรกลับมา

โดย Surawich Verawan

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

พี่น้องครับ!  อย่าคิดว่าเรื่องธนาคารในกัมพูชาล่มจะเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ!

ท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ดูดเงินคนไทยไปนับหมื่นล้าน มันถูกซุกไว้ที่ "ปรินซ์ แบงก์" (Prince Bank) และตอนนี้มันกำลัง "แตกรัง"

ไหนๆ ก็ไหนๆ มาตามคำเรียกร้อง Q&A ภาค 2

ถาม เมืองไทยไม่มีคนดีเลยหรือ ตอบ มีมากมาย ดีแต่พูด ดีแต่คุย ดีแต่โม้ ดีแต่วางนโยบาย ดีแต่ขายฝัน ดีแต่...

งานวิจัยทั้งด้านโครงสร้างทางวิศวกรรมและ ลักษณะดินทางธรณีวิทยา

พบอันตรายของถนนพระราม 2 โดยเฉพาะใต้ชั้นดิน ทางธรณีเรียกว่าแอ่งพรุน้ำซึมตลอด ทดลองหลายครั้ง ถมทรายลงไปจำนวนมาก  แต่แล้วไม่ช้าน้ำก็เอ่อเข้ามาให้ดินยวบยาบเหมือนเดิม