วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนเปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เปิดข้อตกลง16ข้อไม่ใช่การยึดได้ตรงไหนได้พื้นที่ตรงนั้น

เผยแพร่

spot_img

แต่ต้องกลับไปเจรจาตามMOU2543 

ข้อตกลงหยุดยิง 16 ข้อ ไทย–กัมพูชา ต้องทำความเข้าใจให้ชัดก่อนว่า ไม่ใช่ข้อตกลงเรื่องการได้–เสียอธิปไตย และไม่ใช่หลักฐานว่า ใครยึดพื้นที่ได้ตรงไหนแล้วจะครอบครองตรงนั้น ข้อตกลงนี้เป็นเพียงการ “หยุดการใช้กำลัง” เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายเท่านั้น โดยข้อ 3 ระบุชัดว่า ข้อตกลงหยุดยิง ไม่กระทบต่อการกำหนดเขตแดนระหว่างประเทศ และทุกอย่างต้องถูกส่งกลับไปเจรจาในกลไกเดิม

ข้อ 4 ของข้อตกลงยิ่งตอกย้ำว่า พื้นที่ชายแดนไม่ใช่สนามยึดครองถาวร เพราะเปิดทางให้ พลเรือนกลับไปอยู่บ้านและทำมาหากินได้ตามปกติ หมายความว่า การคงกำลังทหารในจุดที่ยึดไว้ เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวด้านความมั่นคง ไม่ใช่การยืนยันสิทธิในดินแดน และไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในอนาคตได้

หัวใจจริงของเรื่องอยู่ที่ว่า สุดท้ายทุกอย่างต้องกลับไปที่ MOU 2543 ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาเขตแดนที่ไทยและกัมพูชาลงนามร่วมกัน และ MOU ฉบับนี้ ยึดโยงกับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 เป็นฐานอ้างอิงในการทำงานของคณะกรรมการเขตแดนร่วม (JBC) ไม่ใช่แผนที่ทางทหารมาตราส่วน 1:50,000 ที่ใช้ในสนามรบ

นี่คือจุดที่หลายคนอาจไม่อยากยอมรับความจริงว่า ต่อให้ทหารไทยยึดพื้นที่ได้ในภาคสนามจากแผนที่ 1:50,000 แต่เมื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจาตาม MOU 2543 พื้นที่เหล่านั้นอาจไม่มีน้ำหนักทางกฎหมายเลย เพราะกรอบการปักปันเขตแดนสุดท้ายต้องอิงแผนที่ 1:200,000 ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ตามเส้นที่ได้จากการรบ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะ ฮุน มาเนต จะออกมาโพสต์ในทำนองว่า การหยุดยิงครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนใด ๆ เพราะในเชิงกฎหมาย เกมจะถูกดึงกลับไปที่ MOU 2543 และแผนที่ 1:200,000 ซึ่งเป็นสนามที่กัมพูชามั่นใจมากกว่า

สรุปสั้น ๆ คือ ข้อตกลงหยุดยิงไม่ใช่ชัยชนะเชิงอธิปไตย ไม่ใช่การ “ยึดได้คือได้” พลเรือนกลับบ้านได้ แต่เขตแดนสุดท้ายยังต้องตัดสินกันใหม่บนโต๊ะเจรจา และถ้าไทยยังต้องเดินตามกรอบ MOU 2543 จริง ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สิ่งที่ได้จากสนามรบ อาจไม่ถูกนับในสมการสุดท้ายเลยก็ได้ แล้วที่แลกด้วยชีวิตทหารที่ต่อสู้ตามแผนที่ 1:50,000 ก็เหมือนไม่ได้อะไรกลับมา

โดย Surawich Verawan

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ทุบเวเนฯ-ขยี้อิหร่าน ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดอิหร่าน สกัด BRICS พลิกขั้วอำนาจ! บีบโลกต้องกราบดอลลาร์!

“กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้… อเมริกาไม่ได้ชนะเลยสักนิด!”

สตีเวน รัตเนอร์ (Steven Rattner) มือขวาจากยุครัฐบาลบารัค โอบามา เดินทางไปเห็นจีนด้วยตาตัวเองในปี 2026 แล้วกลับมาเขียนบทความที่อ่านแล้วอเมริกาต้องสะดุ้ง: "กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้หรอก เพราะในขณะที่เรามัวแต่ทะเลาะกัน จีนวิ่งไปไกลจนเรามองไม่เห็นฝุ่นแล้ว"

เหล่าชนชั้นนำจีนที่อพยพไปอเมริกา… ทำไมถึง “สาบสูญไปจากโลก”?

หลายปีมานี้มีคำถามที่ชวนสงสัยว่า: "บรรดาหัวกะทิระดับตัวท็อปที่อพยพไปอเมริกา... สุดท้ายพวกเขาหายไปไหนหมด?" คำตอบไม่ใช่ว่าพวกเขา "รวยจนขี้เกียจพูด" แต่เป็นคำสั้นๆ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ "ถูกทำให้หายไป" (Systemic Marginalization)