วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนเมื่อพรมแดนไม่ใช่เส้นศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

เมื่อพรมแดนไม่ใช่เส้นศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

เผยแพร่

spot_img

*จากเวเนซุเอลา สู่เม็กซิโก  และเงาอิหร่านที่เริ่มชัดขึ้น

รายงานของ The New York Times ที่เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังผลักดันแนวคิดส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการ ภายในดินแดนเม็กซิโก เพื่อปราบคาร์เทลยาเสพติด ไม่ได้เป็นเพียงข่าวด้านความมั่นคงชายแดนธรรมดา หากแต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยน “กรอบความคิด” ของวอชิงตันต่อคำว่า พรมแดน และ อธิปไตยของรัฐชาติ

ในโลกหลังสงครามเย็น สหรัฐฯ เคยอ้างหลักการไม่แทรกแซงอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่เราเห็นมาตลอดทศวรรษหลัง คือการขยับเส้นอธิปไตยของประเทศอื่นให้ “บางลง” เมื่อผลประโยชน์ความมั่นคงของอเมริกาเข้ามาเกี่ยวข้องกรณีเม็กซิโกไม่ใช่จุดเริ่มต้น — และอาจไม่ใช่จุดสุดท้าย

จาก “ภัยคุกคามภายใน” สู่ “สิทธิในการข้ามแดน”

เหตุผลที่สหรัฐฯ ใช้ในครั้งนี้ คือการแพร่ระบาดของ เฟตานิล ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันกว่า 70,000 คนต่อปี วอชิงตันมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาอาชญากรรมธรรมดา แต่คือ “ภัยความมั่นคงระดับชาติ” และเมื่อภัยคุกคามถูกนิยามเช่นนั้น เส้นแบ่งพรมแดนก็เริ่มถูกมองว่าเป็นเพียงอุปสรรคทางเทคนิค ไม่ใช่หลักการศักดิ์สิทธิ์

ตรรกะนี้ไม่ต่างจากที่สหรัฐฯ เคยใช้กับ การคว่ำบาตรและกดดันเวเนซุเอลา พร้อมการสนับสนุนปฏิบัติการลับ

การโจมตีเป้าหมายก่อการร้ายในประเทศที่ “รัฐบาลควบคุมพื้นที่ไม่ได้”และล่าสุด การขู่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยอ้างการคุ้มครองพลเรือนและความมั่นคงโลกเมื่อภัยถูกตีความว่า “ข้ามพรมแดน” การตอบโต้ก็ถูกทำให้ “ข้ามพรมแดนได้เช่นกัน”

เม็กซิโก: เส้นแดงที่วอชิงตันกำลังลองทดสอบ

รัฐบาลของประธานาธิบดี คลอเดีย เชนบอม ปฏิเสธข้อเสนออย่างชัดเจน เพราะการยอมให้ทหารต่างชาติปฏิบัติการในประเทศ ไม่เพียงกระทบอธิปไตย แต่ยังเสี่ยงจุดชนวนกระแสชาตินิยมและความไม่มั่นคงภายใน

แต่ในสายตาวอชิงตัน เม็กซิโกคือกรณี “ใกล้ตัว” ที่สุด มีชายแดนร่วม มีผลกระทบต่อสังคมอเมริกันโดยตรง และรัฐบาลเม็กซิโกถูกมองว่ายังจัดการคาร์เทลไม่ได้เด็ดขาด

หากสหรัฐฯ สามารถ “ขยับเส้น” ในกรณีเม็กซิโกได้สำเร็จ ไม่ว่าจะในรูปแบบ joint task force หรือการปฏิบัติการพิเศษจำกัดพื้นที่ มันจะกลายเป็น precedent อันตรายสำหรับรัฐอื่น ๆ

*อิหร่าน: เป้าหมายที่ยังไม่ถูกพูดตรง ๆ

เมื่อมองจากเวเนซุเอลา → เม็กซิโก → อิหร่าน ภาพเริ่มชัดว่า สหรัฐฯ ในยุคปัจจุบันกำลังเคลื่อนจากการ “กดดันจากภายนอก” ไปสู่การ “พร้อมข้ามเส้น” หากเห็นว่าผลประโยชน์ตนเองถูกคุกคาม

อิหร่านถูกวางในกรอบเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ระบอบที่ถูกมองว่า “ไร้ความชอบธรรม”

ภัยต่อเสถียรภาพภูมิภาค และเป็นแหล่งกำเนิดปัญหาที่กระทบโลกตะวันตก

เมื่อคำว่าอธิปไตยถูกลดระดับลงเป็นเพียง “เงื่อนไขหนึ่ง” ไม่ใช่ “หลักสูงสุด” คำถามจึงไม่ใช่ว่า จะทำหรือไม่ แต่คือ เมื่อไหร่ และในรูปแบบไหน

*บทสรุป

ข่าวเม็กซิโกไม่ใช่เรื่องคาร์เทลอย่างเดียว แต่มันสะท้อนโลกที่ รัฐมหาอำนาจเริ่มนิยามพรมแดนใหม่ตามผลประโยชน์ของตน และหากแนวคิดนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น ประเทศที่ถูกมองว่า “อ่อนแอ มีปัญหา หรือสร้างความเดือดร้อนข้ามแดน” จะตกอยู่ในความเสี่ยงเดียวกัน

เม็กซิโกอาจเป็นสนามทดสอบ

อิหร่านอาจเป็นสนามใหญ่

และโลกกำลังอยู่ในยุคที่คำว่า “อธิปไตย” ไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิมอีกต่อไป

16 มกราคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่

(ที่มา : The New York Times, Reuters, Al Jazeera, The Wall Street Journal,CSIS,Council on Foreign Relations)

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ทุบเวเนฯ-ขยี้อิหร่าน ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดอิหร่าน สกัด BRICS พลิกขั้วอำนาจ! บีบโลกต้องกราบดอลลาร์!

“กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้… อเมริกาไม่ได้ชนะเลยสักนิด!”

สตีเวน รัตเนอร์ (Steven Rattner) มือขวาจากยุครัฐบาลบารัค โอบามา เดินทางไปเห็นจีนด้วยตาตัวเองในปี 2026 แล้วกลับมาเขียนบทความที่อ่านแล้วอเมริกาต้องสะดุ้ง: "กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้หรอก เพราะในขณะที่เรามัวแต่ทะเลาะกัน จีนวิ่งไปไกลจนเรามองไม่เห็นฝุ่นแล้ว"

เหล่าชนชั้นนำจีนที่อพยพไปอเมริกา… ทำไมถึง “สาบสูญไปจากโลก”?

หลายปีมานี้มีคำถามที่ชวนสงสัยว่า: "บรรดาหัวกะทิระดับตัวท็อปที่อพยพไปอเมริกา... สุดท้ายพวกเขาหายไปไหนหมด?" คำตอบไม่ใช่ว่าพวกเขา "รวยจนขี้เกียจพูด" แต่เป็นคำสั้นๆ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ "ถูกทำให้หายไป" (Systemic Marginalization)