*จากเวเนซุเอลา สู่เม็กซิโก และเงาอิหร่านที่เริ่มชัดขึ้น
รายงานของ The New York Times ที่เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำลังผลักดันแนวคิดส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการ ภายในดินแดนเม็กซิโก เพื่อปราบคาร์เทลยาเสพติด ไม่ได้เป็นเพียงข่าวด้านความมั่นคงชายแดนธรรมดา หากแต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยน “กรอบความคิด” ของวอชิงตันต่อคำว่า พรมแดน และ อธิปไตยของรัฐชาติ
ในโลกหลังสงครามเย็น สหรัฐฯ เคยอ้างหลักการไม่แทรกแซงอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่เราเห็นมาตลอดทศวรรษหลัง คือการขยับเส้นอธิปไตยของประเทศอื่นให้ “บางลง” เมื่อผลประโยชน์ความมั่นคงของอเมริกาเข้ามาเกี่ยวข้องกรณีเม็กซิโกไม่ใช่จุดเริ่มต้น — และอาจไม่ใช่จุดสุดท้าย
จาก “ภัยคุกคามภายใน” สู่ “สิทธิในการข้ามแดน”
เหตุผลที่สหรัฐฯ ใช้ในครั้งนี้ คือการแพร่ระบาดของ เฟตานิล ที่คร่าชีวิตชาวอเมริกันกว่า 70,000 คนต่อปี วอชิงตันมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหาอาชญากรรมธรรมดา แต่คือ “ภัยความมั่นคงระดับชาติ” และเมื่อภัยคุกคามถูกนิยามเช่นนั้น เส้นแบ่งพรมแดนก็เริ่มถูกมองว่าเป็นเพียงอุปสรรคทางเทคนิค ไม่ใช่หลักการศักดิ์สิทธิ์
ตรรกะนี้ไม่ต่างจากที่สหรัฐฯ เคยใช้กับ การคว่ำบาตรและกดดันเวเนซุเอลา พร้อมการสนับสนุนปฏิบัติการลับ
การโจมตีเป้าหมายก่อการร้ายในประเทศที่ “รัฐบาลควบคุมพื้นที่ไม่ได้”และล่าสุด การขู่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยอ้างการคุ้มครองพลเรือนและความมั่นคงโลกเมื่อภัยถูกตีความว่า “ข้ามพรมแดน” การตอบโต้ก็ถูกทำให้ “ข้ามพรมแดนได้เช่นกัน”
เม็กซิโก: เส้นแดงที่วอชิงตันกำลังลองทดสอบ
รัฐบาลของประธานาธิบดี คลอเดีย เชนบอม ปฏิเสธข้อเสนออย่างชัดเจน เพราะการยอมให้ทหารต่างชาติปฏิบัติการในประเทศ ไม่เพียงกระทบอธิปไตย แต่ยังเสี่ยงจุดชนวนกระแสชาตินิยมและความไม่มั่นคงภายใน
แต่ในสายตาวอชิงตัน เม็กซิโกคือกรณี “ใกล้ตัว” ที่สุด มีชายแดนร่วม มีผลกระทบต่อสังคมอเมริกันโดยตรง และรัฐบาลเม็กซิโกถูกมองว่ายังจัดการคาร์เทลไม่ได้เด็ดขาด
หากสหรัฐฯ สามารถ “ขยับเส้น” ในกรณีเม็กซิโกได้สำเร็จ ไม่ว่าจะในรูปแบบ joint task force หรือการปฏิบัติการพิเศษจำกัดพื้นที่ มันจะกลายเป็น precedent อันตรายสำหรับรัฐอื่น ๆ
*อิหร่าน: เป้าหมายที่ยังไม่ถูกพูดตรง ๆ
เมื่อมองจากเวเนซุเอลา → เม็กซิโก → อิหร่าน ภาพเริ่มชัดว่า สหรัฐฯ ในยุคปัจจุบันกำลังเคลื่อนจากการ “กดดันจากภายนอก” ไปสู่การ “พร้อมข้ามเส้น” หากเห็นว่าผลประโยชน์ตนเองถูกคุกคาม
อิหร่านถูกวางในกรอบเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ระบอบที่ถูกมองว่า “ไร้ความชอบธรรม”
ภัยต่อเสถียรภาพภูมิภาค และเป็นแหล่งกำเนิดปัญหาที่กระทบโลกตะวันตก
เมื่อคำว่าอธิปไตยถูกลดระดับลงเป็นเพียง “เงื่อนไขหนึ่ง” ไม่ใช่ “หลักสูงสุด” คำถามจึงไม่ใช่ว่า จะทำหรือไม่ แต่คือ เมื่อไหร่ และในรูปแบบไหน
*บทสรุป
ข่าวเม็กซิโกไม่ใช่เรื่องคาร์เทลอย่างเดียว แต่มันสะท้อนโลกที่ รัฐมหาอำนาจเริ่มนิยามพรมแดนใหม่ตามผลประโยชน์ของตน และหากแนวคิดนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น ประเทศที่ถูกมองว่า “อ่อนแอ มีปัญหา หรือสร้างความเดือดร้อนข้ามแดน” จะตกอยู่ในความเสี่ยงเดียวกัน
เม็กซิโกอาจเป็นสนามทดสอบ
อิหร่านอาจเป็นสนามใหญ่
และโลกกำลังอยู่ในยุคที่คำว่า “อธิปไตย” ไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิมอีกต่อไป
16 มกราคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่
(ที่มา : The New York Times, Reuters, Al Jazeera, The Wall Street Journal,CSIS,Council on Foreign Relations)



