วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชน25 สถานการณ์ “หนูรับบาป”ที่นายกฯ หาดใหญ่ย่าง“หนู” ให้กลายเป็น “แพะ“

25 สถานการณ์ “หนูรับบาป”ที่นายกฯ หาดใหญ่ย่าง“หนู” ให้กลายเป็น “แพะ“

เผยแพร่

spot_img

1. วิกฤตครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ภัยธรรมชาติ’ กลายเป็น ‘ภัยพิบัติ’ ได้ ก็ด้วยฝีมือการบริหารจัดการของมนุษย์ โดยเฉพาะเมื่อ ‘ข้อมูล’ ถูกบิดเบือน และ ‘โครงสร้างการสั่งการ’ ไม่เป็นเอกภาพ”

2. น้ำท่วมหาดใหญ่ในครั้งนี้ สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวภัยพิบัติน้ำท่วมหาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ความล้มเหลวในการบริหารจัดการและการสื่อสารภาวะวิกฤตของผู้นำท้องถิ่น”

3. “ความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์และการสื่อสาร” ของเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ทำให้ประชาชน “ตายใจ” จนไม่ยอมอพยพ

4. นายกเทศมนตรีและทีมงานส่งสารว่า “เอาอยู่” และ “ระดับน้ำลดลง” ให้เชื่อใจเทศบาล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าสถานการณ์ปลอดภัย

5. ประชาชนในพื้นที่เชื่อถือ “ข่าวสารท้องถิ่น” และ “ระบบธง” ของเทศบาล มากกว่าคำเตือนจาก  กรมอุตุฯ หรือส่วนกลาง

6. การเปลี่ยนสถานะการเตือนภัยจาก “ธงเขียว” (ปกติ) ไปเป็น “ธงแดง” (วิกฤต) เกิดขึ้นกะทันหันในเวลากลางคืน ทำให้ประชาชนเตรียมตัวไม่ทัน

7. องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นรายงานข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริงไปยังรัฐบาลกลาง (นายกฯ อนุทิน) ทำให้การสั่งการช่วยเหลือจากส่วนกลางล่าช้า หรือผิดพลาดตามไปด้วย

8. วุฒิภาวะของผู้นำท้องถิ่นที่เน้นสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น แต่ขาดความรับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาด (ไม่ยอมรับความจริง)

9. ในขณะที่ความผิดพลาดหลักอยู่ที่ “ท้องถิ่น” (เทศบาล) แต่จำเลยสังคมกลับกลายเป็น “รัฐบาลกลาง” นายกฯ อนุทิน กลายเป็นแพะรับบาปที่ถูกด่าว่าทำงานล่าช้า ทั้งที่ได้รับรายงานผิด

10. Crisis Management ต้นทุนราคาแพงของ “False Assurance” (การรับรองความปลอดภัยที่เป็นเท็จ)

11. ดาบสองคมของ “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ประเด็นนี้น่าสนใจมากโดยปกติ “ความเชื่อมั่น” ถือเป็นทุนทางสังคมที่ดี แต่ในกรณีนี้กลับกลายเป็น “จุดตาย” 

12. คนหาดใหญ่มีพฤติกรรมเชื่อถือ “ข้อมูลท้องถิ่น” มากกว่า “ข้อมูลส่วนกลาง” (กรมอุตุฯ/รัฐบาล) เพราะประสบการณ์ในอดีตสอนว่าคนในพื้นที่จะรู้ดีที่สุด

13. เมื่อเทศบาลใช้เครดิตความน่าเชื่อถือนี้มายืนยันข้อมูลที่ผิดพลาด ประชาชนจึง “ปิดรับ” สัญญาณเตือนภัยอื่นๆ (เช่น สัญญาณเตือนภัยจากส่วนกลางที่ดังขึ้น แต่คนเลือกที่จะไม่เชื่อ เพราะเทศบาลบอกว่าธงเขียว)

14. ผลลัพธ์ของความเชื่อใจกลายเป็น “กรงขัง” ที่ทำให้ประชาชนรออยู่กับที่จนหนีไม่ทัน บทเรียนนี้ชี้ให้เห็นว่า ในภาวะวิกฤต ประชาชนควรมี “แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย“ และไม่ควรฝากชีวิตไว้กับหน่วยงานเดียว

15. รอยรั่วของการกระจายอำนาจ

ประเทศไทยพยายามผลักดันการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นดูแลตนเอง แต่เคสนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรง

16. เทศบาล ต้องการรักษาภาพลักษณ์ทางการเมือง จึงเลือกรายงานข้อมูลด้านดี ไปยังรัฐบาล (นายกฯ อนุทิน)

17. ผลคือ ส่วนกลางประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้การจัดสรรทรัพยากรขนาดใหญ่ (เรือผลักดันน้ำ, เฮลิคอปเตอร์, กำลังทหาร) มาไม่ทันเวลา

18. เทศบาลนครหาดใหญ่มีความสามารถในการจัดการ “น้ำท่วมเมื่อปกติ” แต่ไม่มีศักยภาพพอที่จะรับมือ “อุทกภัยระดับภัยพิบัติ” ที่เกิดจาก Rain Bomb + ปัจจัยภูมิศาสตร์แอ่งกระทะ

19. เมื่อเกิดภัยระดับนี้ ท้องถิ่นมักจะ “กอดอำนาจ/ความรับผิดชอบ” ไว้นานเกินไป (เพราะกลัวเสียหน้าหรือถูกแทรกแซง) กว่าจะยอมรับความจริงและขอความช่วยเหลือ ก็สายเกินแก้

20. การบริหารแบบแยกส่วน ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง “ท้องถิ่น” กับ “ส่วนกลาง” ขาดหาย ทำให้รัฐบาลกลางกลายเป็นแพะรับบาป ทั้งที่ต้นตอข้อมูลมาจากรัฐบาลท้องถิ่น

21. อย่างไรก็ตาม คุณอนุทินมีส่วนรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารสูงสุด แม้ว่าต้นเหตุของข้อมูลที่ผิดพลาดจะมาจากท้องถิ่นก็ตาม”

22. หากท้องถิ่นไร้ประสิทธิภาพหรือปกปิดข้อมูล ส่วนกลางมีหน้าที่ต้อง “Cross-check” (ตรวจสอบทานข้อมูล) ไม่ใช่รอรับรายงานเพียงทางเดียว การที่ส่วนกลางเชื่อข้อมูลท้องถิ่น 100% โดยไม่ประเมินจากข้อมูลอื่นประกอบ (เช่น กรมอุตุฯ, ภาพถ่ายดาวเทียม, ข้อมูล Social Media ภาคประชาชน) ถือเป็นความบกพร่องในการประเมินสถานการณ์ ของส่วนกลางด้วย

23. หน้าที่ของผู้บริหารสูงสุดคือการบูรณาการข้อมูล หากข้อมูลจาก “กรมอุตุฯ” (ส่วนกลาง) ขัดแย้งกับ “เทศบาล” ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดต้องเข้ามาวินิจฉัยและสั่งการทันที ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนสับสน การปล่อยให้เกิดช่องว่างนี้คือความรับผิดชอบของผู้นำระดับชาติ

24. ในทางการเมืองและการบริหาร ผู้นำสูงสุดต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์สุดท้าย แม้ลูกน้อง (หรือท้องถิ่น) จะทำงานพลาด แต่ผู้นำปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ว่า “ไม่รู้เพราะลูกน้องรายงานผิด”

25. นายกฯ อนุทินถูกด่าเพราะ “ท้องถิ่นรายงานผิด” แต่สังคมไทยมักเล่นการเมืองด้วยความรู้สึก มากกว่าหลักฐาน

จึงไม่แปลกที่นายกฯ หาดใหญ่สามารถย่าง “หนู” ให้กลายเป็น “แพะ“ ได้ อย่างไรก็ตาม คุณอนุทิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็มีส่วนรับผิดชอบในความผิดในฐานะผู้บริหารสูงสุด ตามที่ได้กล่าวแล้ว 

(ที่มา เฟซบุ้ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์)

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นายกฯ อนุทิน” สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

"นายกฯ อนุทิน" สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ พร้อมสั่งเดินเครื่องแม็คโครเกรดดินสร้างรั้วชายแดนถาวรอย่างเต็มกำลังในวันนี้แพร่สะพัดออกไป ฝั่งพนมเปญก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยครับ!

ตรวจสอบความเป็นสับปะรดหรือไม่แค่ไหนของ กกต กำลังเร่งระดับสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ

ในขณะที่การติดตามตรวจสอบความเป็นสับปะรดหรือไม่แค่ไหนของ กกต กำลังเร่งระดับสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ อาการอันพลุ่งพล่านร่านทุรนของการจัดตั้งรัฐบาล ก็ดูจะเร่งระดับขยับเขยื้อนหาคู่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่จะเข้าบริหารประเทศ จากนี้ไป

 “ความพยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม” กับ “ความต้องการรักษาเสถียรภาพ”

ผลคะแนนที่ไม่เป็นทางการในคืนนี้สะท้อนภาพการต่อสู้ที่มากกว่าแค่การแย่งชิงเก้าอี้ ส.ส. แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง "ความพยายามรื้อถอนโครงสร้างเดิม" กับ "ความต้องการรักษาเสถียรภาพ"