การประกาศไม่ยอมทนกับวิกฤตคอร์รัปชันของ 3สถาบันหลักภาคเอกชนคือ หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมฯ และสมาคมธนาคารไทย ตอกย้ำถึงปัญหาคอร์รัปชันที่ลุกลามจนการค้าการลงทุนของไทยย่ำแย่ การเมืองขาดเสถียรภาพ หลักนิติธรรมตกต่ำ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมาต่อเนื่อง ต่อไปนี้คือ 6 พฤติกรรมคดโกงที่สร้างวิกฤตซ้อนวิกฤตให้สังคมไทย
(1)เรื่องแรก”สินบน”เงินใต้โต๊ะ”จากเดิมที่เคยแอบจ่าย ลักกินซ่อนโกงไม่ให้คนเห็น แต่ทุกวันนี้มันไม่ต่างจากโจรปล้นกลางวันแสกๆ”ทุกคนรู้กันว่าถ้าไปติดต่อที่ดิน ขนส่ง ศุลกากร ขอสร้างบ้านสร้างโรงงาน จะต้องจ่ายเท่าไหร่ จ่ายให้ใคร” จนชาวต่างชาติที่มาทำธุรกิจ ทำงานหรือท่องเที่ยวตั้งคำถามว่า “ประเทศไทยมีหน่วยงานไหนบ้างที่เงินซื้อไม่ได้?”ลองคิดดู ถ้าไม่ใช่ธุรกิจสีเทา ยังจะเหลือนักธุรกิจดีๆ สักกี่รายที่อยากมาลงทุนในบ้านเรา!!
(2)เรื่องที่สอง โครงการก่อสร้างภาครัฐ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องพูดกันแล้วว่า มีคอร์รัปชันไหม เงินทอนเท่าไหร่ ปีหนึ่งเสียหายไปกี่แสนล้านบาท เพราะมันก้าวข้ามไปสู่คำถามน่าสะเทือนใจกว่า”ทำไมการก่อสร้างของภาครัฐต้องล่าช้าเสมอ และเหตุใดจึงมีอุบัติเหตุที่ทำให้คนเจ็บคนตายบ่อยๆ” คำถามนี้หากอธิบายไม่ได้ก็แก้ไขไม่ได้ โกงกินกันอย่างไรให้ประชาชนต้องเสี่ยงภัย บาดเจ็บล้มตายไปเรื่อยๆ จะแก้ไขอย่างไร ใครรับผิดชอบ ทุกวันนี้ที่นิ่งเงียบอยู่ไม่รู้ว่าแกล้งโง่ ไร้ฝีมือ หรือสะเพร่ากันแน่
(3)เรื่องที่สาม ระบบวิ่งเต้นเส้นสายในวงราชการเป็นเรื่องรับรู้มานาน จนเมื่อ2ปีก่อนมีนายพลตำรวจเอก 2นายที่ใหญ่เป็นเบอร์ 1และเบอร์ 2ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พวกเขาใช้เวลาเพียง 7ปี เลื่อนขึ้น7 ตำแหน่งจนใครๆก็ส่ายหน้ากับระบบ”ตั๋วช้าง” แล้วสองคนก็สร้างเรื่องน่าละอายมากมายในองค์กรแห่งนี้ มาวันนี้เกิดเรื่องตกต่ำลึกไปกว่านั้นอีกเมื่อผู้กองตำรวจสาวคนหนึ่งเติบโตก้าวกระโดดรวดเร็วและมหัศจรรย์กว่ามาก เธออยากเป็นทหาร ตำรวจ ปลัดอำเภอ อยากไปอยู่รัฐสภา อะไรก็ได้หมด
สรุปคือ“ย้ายข้ามห้วยง่าย เลื่อนขั้นก็เร็ว”ดั่งใจ
ทำเกินเลยขนาดนี้ ต้องมีผู้ใหญ่หนุนหลังแน่นอน “อะไรกำลังกัดแทะระบบราชการทำลายระบบจนควบคุมคอร์รัปชันไม่ได้”
(4)เรื่องที่สี่ “ตาชั่งไม่ตั้งตรง” กฎหมาย หน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกใช้เป็นเครื่องมือปกป้องผลประโยชน์และเล่นงานศัตรูของนาย มี 3คดีดังที่ยืนยันเรื่องนี้คือคดีฮั้ว ส.ว. คดีที่ดินรถไฟเขากระโดง และกรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ แม้บอกไม่ได้ว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำไปเป็นเพราะเชื่ออย่างนั้นจริงหรือถูกนักการเมืองบังคับมา แต่นี่คือ“คอร์รัปชันโดยใช้ทรัพยากรของรัฐ”อย่างโจ่งแจ้ง ทำแบบนี้คนไม่มีพรรคพวกเส้นสาย จะอยู่ได้อย่างไรวันนี้แม้แต่ศาลยังถูกตั้งคำถาม องค์กรอิสระฯ ก็แปรปรวน เป๋ไปเป๋มาหลักนิติธรรมของแผ่นดินกำลังเสื่อมถอย เพราะน้ำมือของพวกเจ้าเล่ห์คิดคดแท้ๆ กระบวนการยุติธรรมที่ซื้อได้นำไปสู่คอร์รัปชันที่ใหญ่และเลวร้ายกว่าเสมอ
(5)เรื่องที่ห้า ประเทศไทยอะไรก็เป็น“ความลับ”คนไทยถูกทำให้ไม่รู้ ถึงรู้ก็พูดไม่ได้ เรื่องใหญ่ระดับชาติถูก”ปกปิด”กันตามใจชอบ แม้รายงานการสอบสวนที่เสร็จสมบูรณ์ไปนานแล้ว อย่าง – คดีบอส อยู่วิทยา ที่มีอาจารย์วิชา มหาคุณ เป็นประธานฯ เอกสารอยู่ในมือรัฐบาลและ ป.ป.ช.
– กรณีนาฬิกาหรูยืมเพื่อน เอกสารอยู่ในมือ ป.ป.ช.
– เหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม เอกสารอยู่ในมือรัฐบาล และ ป.ป.ช.
ไม่ยอมเปิดเผยไม่แคร์สังคมที่รอความจริง เป็นเพราะ“ต้องการเก็บงำความลับเพื่อปกป้องคนชั่วหรือความล้มเหลวของใครใช่หรือไม่?”
(6)เรื่องที่หก การเลือกตั้งใหญ่ผ่านไปแล้ว 2ครั้งในปี68คือเลือกตั้ง อบจ. และ เทศบาล ล้วนเต็มไปด้วยการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่ทุกคนรู้ กกต.ก็รู้ กลายเป็นว่า.“คนไม่โกง ไม่เกิด”นักการเมืองจึงอยู่ใต้อิทธิพลนายทุน
ไม่ก็เป็นคนของบ้านใหญ่นักการเมืองหรือผู้ที่มีอิทธิพลโกงตั้งแต่เริ่ม พอได้ตำแหน่งมีอำนาจก็โกงกินถอนทุนคืน เรื่องนี้ไม่ใช่กล่าวหากันลอยๆ เพราะมีผลสำรวจทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยยืนยันอยู่
วันนี้และในอนาคต เราจะได้คนแบบไหนมาปกครองประเทศเราหรือ?
🇹🇭ทางออกประเทศไทยการจับมือของผู้นำภาคเอกชนเพื่อลุกสู้กับคอร์รัปชัน รณรงค์นักธุรกิจรุ่นใหม่ปฏิเสธการจ่ายสินบน แต่ต้องเติบโตด้วยฝีมือ ไม่โกงสังคม ไม่โกงสิ่งแวดล้อม จะเป็นพลังสร้างสังคมไทยให้มีอนาคต สำหรับภาครัฐ วิธีหยุดวิกฤตคอร์รัปชันที่ทำได้ทันทีแบบไม่ต้องลงทุนเพิ่มอีกเลยคือ ทำทุกอย่างให้โปร่งใส เปิดเผยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบได้ แล้วความเชื่อมั่นจะกลับคืนมา อีกเรื่องคือการสมัครเป็นสมาชิก OECD ถ้าสำเร็จ นั่นหมายถึงประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับในสายตานานาชาติ โอกาสค้าขายจะเพิ่มอีกมากแต่มีเงื่อนไขสำคัญที่เขายืนยันให้ไทยต้องแก้ไขก่อนคือควบคุมคอร์รัปชันให้ได้ ปรับปรุงกฎระเบียบ กติกาบางอย่าง ซึ่งทั้งหมดก็เพื่ออนาคตของไทยเราเอง
“หวังว่าจากนี้ไปจะไม่มีรัฐบาลไหน สถาบัน หรือใครก็ตาม ทำให้ประเทศไทยตกต่ำมากกว่านี้ได้อีกแล้ว”
มานะ นิมิตรมงคล
ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)
16 ตค.68
หมายเหตุ: เรียบเรียงจากการอภิปรายของผู้เขียนในเวที “เวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรม ครั้งที่ 3″จัดโดยสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เมื่อ 7 ตค.68
#แค่แชร์ก็ต้านโกงได้
#คอร์รัปชั่นวาระแห่งชาติ



